คนถางทาง

จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น

จับผิดพระปราโมทย์ (แบบน้ำตื้นปลาตาย)

September29

.

จับผิดพระปราโมทย์ (แบบน้ำตื้นปลาตาย)

 

 

 

ผมยอมรับว่าไม่เคยได้ยินชื่อ  ฟิล์มและแอนนี่มาก่อน เพิ่งมาได้ยินครั้งแรกก็คราวเป็นข่าวน้ำเน่าหน้าหนึ่งนี่แหละ ส่วนพระปราโมทย์ ปโมชโช และฐิตินาถ ณ พัทลุงก็เช่นกัน ก็เพิ่งได้ยินชื่อครั้งแรกบนหน้าหนึ่งคราวนี้แหละ  ผมมันกบในกะลาว่างั้นเถอะ

 

 

 

พอได้ทราบเรื่องน้ำเน่าริมกุฏินี้ผมก็เปิดอ่านบ้าง ฟังคลิปเสียงสอนธรรมบ้าง ผมตัดสินโป๊ะเลยว่าพระรูปนี้ยังไม่อริยะ  ขอบคุณเจ้ากะลาวิเศษที่บอกข้าเถิด…

 

 

 

หลักฐานที่ชัดที่สุดประกอบการตัดสินของผมคือ คำพูดง่ายๆ ตื้นๆ ของท่านที่ดูเหมือนถูกใจ และสะใจคนจำนวนมากคือ การที่ท่านบอกว่า  เป็นพระไม่ทะเลาะกับโยม

 

 

 

แสดงว่าถ้าเป็นพระด้วยกันจะทะเลาะด้วยใช่ไหม เพราะว่ามีศักดิ์สูงเท่ากัน ส่วนโยมนั้นศักดิ์มันต่ำกว่าพระ จึงไม่คู่ควรที่พระ (อริยะอย่างท่าน) จะไปทะเลาะด้วย

 

 

 

แบบนี้อย่างต่ำๆ แสดงว่ายังมีการ ถือตัว  (อัสมิมานะ)   ว่านี่เป็นพระ นั่นเป็นโยม (แทนที่จะเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน เป็นเพื่อนร่วมทุกข์) ซึ่งการบรรลุธรรมแม้เพียงขั้นโสดาบัน (ขั้นที่หนึ่ง) นั้น การถือตัว” ควรต้องหมดสิ้นไปแล้วเพราะขั้นนี้พระไตรปิฏกสอนว่าจะหมด สักกายทิฐิแล้ว  (แปลว่า ความเห็นว่าเป็นตัวของตน หรือ ความเห็นเป็นเหตุให้ถือตัว…ตามพจนานุกรมพุทธศาสน์ โดย พระธรรมปิฏก ป.อ. ปยุตโต)

 

 

 

นั่นว่าโทษขั้นต่ำ โทษขั้นสูงคือเป็นวาจา เสียดสี  นี่ผิดศีลห้าเลย ในข้อ มุสาวาทา หรือ ถ้าเอามรรคแปดมาจับก็ถือว่า ไม่สัมมาวาจา  เอาอะไรมาจับก็ผิดทั้งนั้นแหละครับ ปุถุชนชั้นดีเขายังไม่ทำกันเลยในการพูดแบบนี้

 

 

 

 

 

 

วิเคราะห์ได้ต่อไปว่า ท่านอ่านหนังสือมาสอนเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยมีผลแห่งการปฏิบัติของตนเองมาเสริมบ้างวับๆ แวมๆ  ท่านอ้างว่าเป็นพระป่าสายหลวงปู่ดูลย์ อาจารย์มั่น แต่การสอนของท่านมีการเอาแนวของท่านพุทธทาสปนมาไม่น้อย ( เช่นคำว่า โยนิโสมนสิการ ซึ่งเป็นคำหลักคำหนึ่งในการสอนของท่านพุทธทาส)  ..อีกทั้งการตอบคำถามที่ลูกศิษย์ถามแบบลึกๆ (ตามที่ได้ฟังจากคลิปเสียง) ก็วนเวียนไปมา ใช้คำพูดแบบเทาๆ ไม่ฟันธงให้ชัดๆ ตามแบบของผู้รู้จริง

 

 

 

ลองฟังคำสอนตอนหนึ่งของท่าน .”…..แต่ว่าต้องมีโยนิโสมนสิกากำกับการดูนะ ถ้าดูไปเฉยๆ บางทีใจไปค้างไว้ข้างใน หลวงพ่อเคยเจอ ตอนนั้นผ่านชั้นที่ 2 แล้ว เข้าไปดูอย่างโสรัจ พอดีไปเจอ … เจอหน้าแล้วท่านยิ้มหวานเลย ผู้รู้ๆ ออกมาอยู่นอกๆ นี้ ตอนนั้นงงเลย ทำไมต้องมาอยู่ข้างนอก ท่านก็ให้บอกต่อ กิเลสอยู่ข้างนอกเนี่ย ตอนที่บรรลุลงไปข้างในก็เผลอไปหมดแล้ว มีภายในมีภายนอก….”

 

 

 

ได้วิเคราะห์ให้เห็นแล้วว่า แม้ขั้นที่ 1 (โสดา) ท่านยังไม่ผ่านเลย แล้วนี่มา อวดอุตริมนุสธรรมว่า  ผ่านขั้นที่ 2 แล้ว แล้วยังอวดอ้างอีกว่า “พอดีไปเจอ… ”  (เข้าใจว่าเจอพระอิรยะองค์หนึ่ง ในสมาธิ) นี่ก็อนุโลมเป็นอวดอุตริฯได้เหมือนกัน คืออวดว่ามี “คุณวิเศษในตน”  จนทำให้ไปเจอพระอริยะองค์นั้นได้ในสมาธิ แล้วพระอริยะองค์นั้นท่านนิพพานไปแล้วไม่ใช่หรือ จะยังมี อัตตามาให้ท่านเจอได้อีกหรือ 

 

 

 

เห็นรูปท่านถ่ายที่พม่ากับสีกาแล้วก็หวาดเสียว เพราะแขนสีกา (อดีตภรรยา) กับแขนท่านแทบจะแนบกัน แสดงว่าเคยชินกับพฤติกรรมนี้มากจนมองไม่เห็นว่า ผิดตรงไหน  ถ้าพระท่านเคร่ง..แม้ไม่ต้องผ่านขั้นไหนมาก่อน..พระปุถุชนนี่แหละ ท่านก็คงมีสติ คงไม่ยอมแล้วที่มายืนถ่ายใกล้ชิดกันแบบนี้ 

 

 

 

ฟังคลิปที่ท่านเทศน์ เห็นว่าน้ำเสียงออกไปทางแบบอ้อนโยมนะ (คล้ายธรรมกลาย”)  อีกทั้งมีการออกชื่อลูกศิษย์คนโน้นคนนี้ตลอดเวลา นี่แสดงว่าเป็นศิษย์โปรดของท่าน ปกติพระที่ดีๆที่น่าเคารพเวลาเทศน์ท่านจะไม่เอ่ยชื่อคนอื่น แต่ท่านเอาธรรมล้วนๆมาว่า ถ้าจะเอากรณีของคนอื่นมาพูดเป็นตัวอย่างหรือเป็นอุทธาหรณ์ท่านก็จะไม่เอ่ยชื่อ การเอ่ยชื่อคนนี้ก็แสดงออกโดยอ้อมว่าท่านไม่สำรวม และขาดสติ เพราะผู้ที่ถูกเอ่ยชื่อนั้นอาจจะเกิดการอายก็เป็นได้ หรือไม่ก็ภูมิใจที่อาจารย์เอ่ยชื่อ หรือไม่คนที่ไม่ถูกเอ่ยชื่อก็อาจคิดน้อยใจ  ซึ่งล้วนเป็นการไม่ดีต่อการปฏิบัติธรรมโดยรวมทั้งสิ้น  ซึ่งพระอิรยะน่าจะพึงรู้ได้ว่าการเอ่ยชื่อบุคคลอื่นนั้นไม่เป็นการสมควร

 

 

 

แล้วนี่..ผมจะได้บุญหรือบาปที่ไปวิจารณ์พระที่คนจำนวนมากยกให้เป็นอริยะไปแล้ว ทั้งที่เพิ่งได้ยินชื่อท่านเป็นครั้งแรกเมื่อสองวันนี้เอง

 

 

 

ส่วนคุณฐิตินาถ นั้นผมขอละไว้ ไม่ขอวิจารณ์ เพราะเป็นเพียง “โยม” เท่านั้น

 

 

 

…ทวิช จิตรสมบูรณ์ (๒๙ กันยายน ๒๕๕๓)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

You must be logged in to post a comment.