นิทานสงสัย…? (ตอน…แล้วจะให้ถามใครดีคะ) ^^

January 13th, 2010  Tagged

เวลาของวันเด็ก..หมดไปเสียแล้ว

..

ตอนนี้….ก็ถึงเวลาเรียน กับเรียน กับเรียนอีกแล้ว

..

เศร้าจังเลย T T

..

..

..

..

วันนี้… “มากับเรื่อง สงสัย

..

เพราะต้นหลิวได้ไปอ่านหนังสือนิทาน “เรื่องสงสัย…?

..

เป็นเรื่องที่อ่านแล้ว…สงสัย สงสัย และสงสัย

..

(จะเล่าให้ฟังกันเลยนะคะ)

..

.

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…..(ตั้งใจฟังดีๆ นะคะ)

..

..

ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง วันนี้เป็นวันจันทร์ เด็กๆ ทุกคนต่างไปโรงเรียน

..

..

และก็ถึงเวลาเรียนวิชาวิทยาศาสตร์  ซึ่งเรื่องที่สงสัยก็มาจากวิชานี้แหละค่ะ

.

..

 

(สงสัยว่า…คุณครูจะถามเด็กๆ ไปทำไมน๊า ???)

..

..

เรื่องก็มีอยู่ว่า….

..

ขณะที่เด็กๆ เรียนเกี่ยวกับหินต่างๆเช่น หินไนส์หินแกรนิตและ หินดินดาน

 

..

 

ด้วยความที่มีแต่ภาษาอังกฤษในการใช้เรียก “ชื่อหินชนิดต่างๆ และที่มาของ

..

..

หินทั้งหลายนั้น โดยที่ในหนังสือเรียนก็ไม่มีให้ดู  จะมีก็แค่….กระดาษ

..

..

ที่คุณครูปริ๊นมาจากคอมพิวเตอร์ รูปร่างของหินก็ดำๆ มืดๆ 

..

..

((ทำให้….เด็กนักเรียนไม่ค่อยเข้าใจ ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ))

..

..

..

พอคุณครู…สอนจบ ((ปุ๊ป))

v

v

..

คุณครูก็ถามเด็กๆ ว่า….. “มีใครสงสัยอะไรบ้างไหมคะ ???”

..

..

((ว่าแล้ว…ก็มีเด็กๆ แย่งกันยกมือเต็มไปหมดเลย))

..

..

เมื่อคุณครูเห็นดังนั้น…จึงพูดกับเด็กๆ ว่า

v

..

..

“เยอะจังเลย… ถ้างั้นเด็กๆ กลับไปถามผู้ปกครองที่บ้านแล้วกันนะ

..

..

“เพราะมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ผู้ปกครองต้องรู้แน่ๆ”

..

..

( ?????)

..

..

พอคุณครูพูดจบ  คุณครูก็ให้เด็กๆ ทำข้อสอบเรื่องที่เพิ่งสอนเมื่อตะกี้นี้ทันทีเลย

..

..

(สอบเรื่องที่เด็กๆ ทุกคนยังไม่เข้าใจเท่าไหร่เลย แต่จะสอบซะแล้ว)

..

..

เด็กๆ ก็ทำข้อสอบกันอย่างขมักเขม้น เคร่งเครียด ฮาๆๆๆๆ

..

..

..

..

ข้อที่ 1.    หินไนส์แปรสภาพมาจากหินอะไร ?

..

เด็กชาย A  ตอบ  หินดินดาน   (คุณครูให้  “ถูก” )

..

เด็กชาย ตอบ  หินดินดาน   (คุณครูให้  “ผิด” )

..

เด็กหญิง C  ตอบหินแกรนิต   (คุณครูให้  “ถูก” )

..

เด็กหญิง D  ตอบหินแกรนิต   (คุณครูให้  “ผิด” )

..

..

(สงสัยว่า…ทำไม คำตอบเหมือนกัน แต่ ถูก ผิด ไม่เหมือนกัน)

..

(ต้นหลิวก็เลยคิดเอาเองว่า..คงจะมีคุณครูหลายคนช่วยกันตรวจ)

..

..

แล้วคุณครูจะถามเด็กๆ ทำไมกันคะ..ว่า(มีใครไม่เข้าใจอะไรบ้างไหม ?)

..

..

แต่พอสงสัยก็ไม่ยอมอธิบาย แต่บอกให้เด็กๆ ไปถามผู้ปกครอง ??

..

..

..

..

ยังจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง…..

..

..

คุณครูเคยบอกกับนักเรียนทุกๆ คนในห้องว่า

v

.

นักเรียนทุกคน..เวลาทำงานมาส่งครู ให้ทำอย่างที่ครูสอน ห้ามทำแบบอื่น”

..

..

อย่าไปเชื่อผู้ปกครองให้มากนัก  ทำตามที่ครูสั่งนี่แหละ

..

..

(เพราะ…ผู้ปกครองของพวกเธอไม่ได้ฉลาดไปกว่าครูหรอก)

..

..

ตกลงจะให้เด็กๆ เชื่อคุณครูคนไหนดีคะเนี่ย ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

..

..

แต่ถ้า..เป็นต้นหลิว ต้นหลิวคิดว่า “ไม่สมควรจะเชื่อทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ”

v

..

..

เพราะแบบที่ 1:ถ้าคุณครูสอนเด็กๆ ไม่เข้าใจ ก็ต้องอธิบายให้เด็กๆ เข้าใจ

..

..

ส่วนแบบที่ 2:คุณครูบอกเด็กๆ ว่าไม่ต้องเชื่อคุณพ่อคุณแม่

..

..

แต่ให้เชื่อคุณครูสอนอย่างเดียว “เพราะคุณพ่อคุณแม่..ไม่ได้ฉลาดเท่าคุณครู”

..

..

(ต้นหลิวคิดว่าบางเรื่อง..คุณพ่อคุณแม่ก็ฉลาดกว่านะคะ)

..

..

..

..

(แล้วพี่ๆ คิดว่าเด็กในนิทานเรื่องนี้  จะเลือกทำตามคุณครูคนไหนดีคะ ???)

..

..

ช่วยบอกหนูหน่อยได้ไหมคะ ^^

..

..

..

..

(ปล.)

 

ความในใจของคุณแม่เด็กน้อย(ของคุณแม่คนเดียวเท่านั้น)

..

(ย้ำครั้งที่ 1) …ไม่ได้เกี่ยวกับความคิดของเด็กน้อยเลยแม้แต่นิด ^^

..

 (คุณแม่เขาคงคันปากมากๆ ) ฮาๆๆๆๆ

v

..

คุณแม่ของเด็กน้อยคนนั้น  ก็ได้ค้นหาคำตอบที่ถูกต้องให้กับเด็กน้อย

..

จาก (ด๊อกเตอร์กูเกิล….)

..

คิดเองไม่ได้นะคะ…เพราะครูบอกแล้วว่าพ่อแม่ไม่ฉลาดฮาๆๆๆๆๆ

.. 

เมื่อหาคำตอบ (ที่มาของหินไนส์)จนสามารถทำให้สมองของเด็กน้อยกระจ่างชัด

..

คุณแม่ก็เลยบอกเด็กน้อยคนนั้นว่า

..

ต่อจากนี้ไป….

..

“ลูกต้องหันมาสวัสดี..คอมพิวเตอร์ดีกว่าลูก”ฮาๆๆๆๆ

..

..

 

..

TonLew เองค่ะ




2 Responses to “นิทานสงสัย…? (ตอน…แล้วจะให้ถามใครดีคะ) ^^”

  1.   kenjionline on February 23, 2010 9:52 pm

    ป.ล. ที่เอามาแปะพี่ก็ยังไม่รู้ว่าผิดถูกยังไงเหมือนกัน อิอิ

  2.   kenjionline on February 23, 2010 9:49 pm

    พี่ยังไม่อ่านถึง ป.ล. ก็กะจะตอบแบบคุณแม่เลย อิอิ
    ยุคพี่ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ search มาข้อมูลง่ายๆ แบบนี้นะครับ

    ยุคนี้แสนสะดวกสบาย ใช้เทคโนโลยีที่มีให้เต็มที่เลยครับ

    หาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง แล้วให้สติปัญญาพิจารณาว่าคำตอบที่แท้จริงคืออะไร

    เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านให้หลักกาลามสูตร ไว้ดังนี้
    (อันนี้พี่ก็ copy มาจากการ search เหมือกันแหละ อิอิ)

    กาลามสูตร แปลว่า พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล (เรียกว่า เกสปุตสูตร ก็มี[1]) กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการคือ

    อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
    อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
    อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
    อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
    อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
    อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน
    เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล
    ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ
    ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข
    เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่
    ปัจจุบันแนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ 2500 ปีก่อนได้รับการบรรจุเป็นวิชาบังคับว่าด้วยการสร้างทักษะการคิดหรือที่เรียกว่า “การคิดเชิงวิจารณ์” (Critical thinking) ไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของประเทศพัฒนาแล้ว

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

    Replace me with a text widget (Sidebar 2 under 'Presentation') and tell the world about yourself!

    Blogroll
    Admin