preload
s  h  o  w  s  h  o  w
Jan 06

เวลาล่วงเลยแต่ไม่ได้ข้ามวัน  ผมไม่ถึงกับเมามายแต่ก็ลุ่มหลงในราตรีนั้นพอสมควร…

.

 

 

                    

 

               เมื่อวานแดดสวย…

 

              พระอาทิตย์ขึ้นโดยไม่มีเมฆบดบัง  น้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบหญ้าริมทางถูกแสงแดดอ่อนๆส่องต้องประกายเป็นสีเงินยวง  อากาศมีลมโบกพัดเบาๆ ชักชวนกิ่งก้านใบของต้นไม้ในป่าละเมาะโบกไหวไปตามแลดูเหมือนสาวงามกำลังยกมือน้อยๆโบกมือให้ชายคนรักให้ได้แอบอุ่นยิ้มละมัย

 

              มันเป็นเวลาเช้าของวันเริ่มต้นทำงานวันแรกอย่างเป็นทางการของปีใหม่ที่สดชื่นไม่เบาสำหรับผม

 

              ความจริงปีใหม่มานี้หากไม่นับรวมอาการเป็นหวัดข้ามปีมา ทุกๆวันของผมก็จัดเป็นเช้าที่อบอุ่นและสดใสแม้จะตื่นสายกว่าปกติเพราะ มัวแต่ ….อยากหลับตาอยู่อย่างนั้น  ทำอยู่อย่างนั้น ฝันถึงเธอเรื่อยไป เอ๊ย! ขี้เกียจครอบงำอยู่บ้าง ประสาของคนไม่เคยได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เต็มตา ติดต่อกันหลายๆวันมานานแล้ว

 

              การนอนคุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มหนานุ่ม  และ ทำอะไรอย่างไม่เร่งร้อนเกินไปในแต่ละเช้าช่วงหยุด(สันหลัง)ยาวที่ตื่นลืมตามานั้นเป็นความหฤหรรษ์ของผมพอๆกับนอนเอกเขนกดูหนังแผ่นไปทีละเรื่องๆระหว่างที่ไร้เรื่องราว

 

              แม้ว่าความหฤหรรษ์นั้นอาจจะแลกมาซึ่งบางช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองมีขนงอกยาวตามแขน ขา และ ลำตัวมากขึ้น  เดินเหินไม่ตรงมากนัก  หัวหนัก หลังพลอยงุ้ม  เพราะกังวลกับสันหลังที่วัดขนาดได้ยาวขึ้นก็ตาม …55555 พูดเล่น

 

             จริงๆแล้ว ความหฤหรรษ์ในชั่วเวลาโมงยามที่เดินไปในแต่ละวันที่ผ่านมานั้นผ่านไปอย่างมีค่าและได้อะไรกับตัวมากอย่างที่ใจพึงอยากจะมีได้

 

              ผมมีเวลาจะอยู่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2551 แม้จะไม่ถึงกับอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ในจำนวนไม่มากไม่น้อยก็เป็นหมู่ญาติทั้งผู้ใหญ่ไล่ไปถึงลูกเด็กเล็กแดงที่อบอุ่นใจเสมอ   อยู่แวดล้อมถ้วยชามอาหารและเครื่องดื่ม  มือกุมกระป๋องเบียร์สีเขียว  ได้แหงนหน้ามองพลุหลากสี พร้อมๆกับเสียงวิ๊ดบึ๊มๆ  ใบหน้าเดี๋ยวเปลี่ยนเป็นสีแดง สีดำตามประกายของไฟเย็นที่ประเดี๋ยวลุกโชนแล้วดับมืดลง

 

              เวลาล่วงเลยแต่ไม่ได้ข้ามวัน  ผมไม่ถึงกับเมามายแต่ก็ลุ่มหลงในราตรีนั้นพอสมควร…

 

              วันต่อมาผมรู้สึกตัวเองคล้ายกับเป็นญาติที่พลัดพรากจากกันไปนาน นานมากของตระกูลจิราธิวัฒน์  จู่ๆก็ได้กลับเข้าสู่อ้อมกอดของตระกูลโดยอาศัยปานรูปหัวใจที่แก้มก้นด้านซ้ายเป็นใบเบิกทางให้ผมนวยนาดอยู่ในห้างเซ็นทรัลเหมือนกับเป็นเจ้าของยังไงยังงั้น

 

             ห้างฯที่เคยมีคนมากมาย วันขึ้นปีใหม่มีแค่ประปราย…

 

             อีกวันต่อมาผมเริ่มนอกใจกรุงเทพฯ  อยากไปสูดอากาศที่ต่างจังหวัดดูบ้าง  ไม่นานจากนั้นก็ขับรถไปเลย  …ไม่ใช่ซิ  ระยอง   เป็นเป้าหมายโดยถือโอกาสไปกราบขอพรปีใหม่ญาติผู้ใหญ่  หาอาหารอร่อยในเมืองรับประทาน  สุดท้ายไปจบลงที่ไปนั่งมองขอบฟ้าไกล  หาดทราย  สายลม  และ  ทะเล ….เพ้อรำพันที่หาดแม่รำพึงตามเคย

 

             ตกค่ำรูปแบบชีวิตก็กลับมาเหมือนเดิม…นั่งมองแสงสี และ เมืองหลวง แทน ขอบฟ้า และ น้ำทะเล

 

             ค่ำคืนนั้นผมอยู่กับแบดแมน อัศวินแห่งรัตติกาล …

 

             ถัดอีกวัน ผมมีโปรแกรมต้องเดินทางไกลกะทันหันตามสมองที่สั่งงานอย่างฉับพลัน… นั่นก็คือไปเมืองโบราณที่ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของไปไปทางใต้แค่ 18 กิโลเมตรแต่ที่ผ่านมาไม่เคยไปถึงเลยสักครั้ง

 

             ที่นั่น  วันนั้น  ผมเหมือนคนที่หลุดเข้าไปในโลกอีกใบนึง โลกที่น่าจะเหมาะกับตัวเองอย่างบอกไม่ถูก คนแก่  เมืองเก่า  55555

 

             วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก…  วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ต้องกลับเข้าประจำการทำการทำงานเหมือนเดิม   บอกตัวเองว่า กงล้อแห่งอาชีพได้เริ่มต้นหมุนของมันอีกครั้งโดยจะมีสิ่งละอันพันความอบอุ่นที่ตลบอบอวลอยู่ในใจในหลายวันที่ผ่านมาเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ…

 

                                            ******

                             

             ปล.

 

             สวัสดีปีใหม่ สุข สดใส สดชื่น อีกครั้งนะครับทุกๆคน

 

             ขอบคุณมากๆครับสำหรับส.ค.ส.  และ คำอวยพร แต่ขออภัยที่ผมไม่ได้เข้ามาตอบเลยในหลายวันที่ผ่านมา วันนี้ได้กลับเข้ามาบ้านแล้ว  ได้อ่านแล้ว และ ซาบซึ้งใจยิ่งขอได้โปรดรับรู้ด้วยว่า ต่างๆทั้งหลายที่ท่านมอบมา นี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ปลาทองตัวนี้แหวกว่ายไปเรื่อยๆ…อย่างมีความสุข:)

 

             Show show