~La lune dans noir globe~

หนีเมือง ตอน วันแม่(หฤหรรษ์)

August21

 

 

 

ฉันแปลกใจในเช้าวันนั้นที่ทีทีตื่นก่อน ทั้งที่นอนทีหลังฉัน เพราะในตอนที่ฉันเข้านอนนั้น

เขายังคงนั่งทำงานอยู่และก็คงจะดึกเสียด้วย เพราะฉันเห็นมีอีเมลที่รอตอบกลับยาวเต็มพรืดไปหมด

พอฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ทีทีก็เดินเข้ามาหา จุ๊บหน้าผากฉันเบาๆ

แล้วก็พูดว่า .. “Happy mother’s day”

 

 

.

 

 

ด้วยความที่เป็นแม่หนีเรือน ทิ้งลูกไปติดเกาะเสียหลายวัน ฉันเลยได้แต่อาศัยฮัลโหลๆ ถึงลูกๆ

ซึ่งก็เอ่ยปากสุขสันต์วันแม่ให้ฉันทั้งคู่ พร้อมกับบอกว่า แม่เที่ยวให้สบายใจไปเลยนะ

ไม่ต้องรีบกลับ หายฟุ้งซ่านแล้วค่อยกลับมา ( คงจะเบื่อที่จะมีฉันคอยบ่นน่ะสิ )

เสร็จหน้าที่แม่ควรทำในวันแม่แล้ว ฉันก็ตะแล๊ดแต๊ดแต๋ต่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันค่อนข้างทึ่งในการเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของทีทีเสมอ ไม่ว่าฉันจะเคยเปรยๆ ไว้ว่ายังไง

เขาก็มักจะจด-จำเอาไว้ ไม่ว่าฉันจะชอบหรือไม่ชอบอะไรก็ตามแต่ ดูเหมือนว่าเขาจะแม่นยำไปกับ

รายละเอียดต่างๆ เหล่านั้นเสมอ อย่างในโน๊ตบุ๊คของเขานั้น เขาก็อุตส่าห์เอาเพลงที่ฉันชอบลงเอาไว้

เผื่อว่าฉันเกิดเบื่อเกาะเงียบๆ ขึ้นมาแล้วอยากจะโฉ่งฉ่างเหมือนอย่างอยู่บ้านบ้าง

ไหนจะยังเว็บที่ดูทีวีไทยได้ทุกช่องทั้งหนังละคร ข่าวสาร สารพัดสารพัน แม้แต่เว็บบล็อกของเรา

เขาก็แอดเอาไว้ให้ฉันเป็น favorite

 

 

 

 

12 ส.ค. ฉันไม่รู้หรอกว่าในเมืองจะมีการดำเนินการจัดงานวันแม่กันยังไง

เพราะที่เกาะช้างนั้นค่อนข้างเงียบมากเกี่ยวกับเรื่องงานวันแม่และฉันก็ไม่ได้ติดตามข่าวซะด้วย

แต่เช้าวันนั้น พอฉันกับทีทีเดินไปที่ร้านอาหารของที่พักเรา ณ โต๊ะประจำที่มีเปลญวนผูกติดอยู่ใกล้ๆ

ให้ฉันนอนแกว่งไปมาหลังหม่ำมื้อเช้าเสร็จ ก็ปรากฎว่าเมื่อฉันไปถึง มีจานอาหารวางไว้เรียบร้อยแล้ว

จนฉันต้องกระซิบบอกทีทีว่าเราถูกแย่งโต๊ะเสียแล้ว พร้อมกับที่ฉันเริ่มเล็งไปที่โต๊ะใกล้ๆ กันแทน

แต่ทีทีวางมือลงบนสองไหล่ของฉันรุนให้เดินไปที่โต๊ะประจำของเรา และบอกกับฉันว่า

” วันนี้เป็นวันของคุณ .. ผมจะตามใจคุณหนึ่งวัน .. หนึ่งวัน “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ว๊าว .. รู้สึกดีจัง มิน่าเล่าอาหารที่วางไว้บนโต๊ะมันเหมือนกับที่ฉันมักจะกินอยู่เป็นประจำ

เขาปล่อยฉันนั่งอยู่ตรงนั้น ส่วนตัวเขาเดินหายไปทางหลังร้าน แล้วก็กลับมาพร้อมถาดใส่แก้วกาแฟ

ลงทุนเสิร์ฟเองเลย แล้วแบบนี้จะไม่ให้จุ๊บเบาๆ เป็นการขอบคุณได้ยังไง เคยมีหลายคนบอกกับฉันว่า

หนุ่มฝรั่งเศสเจ้าชู้ ปากหวาน เอาใจเก่ง เรื่องเจ้าชู้ฉันยังไม่รู้ เรื่องปากหวานนั้นไม่มีเอาซะเลย

แต่เรื่องเอาใจเก่งนั้น ฉันเห็นจริงด้วย ..

 

 

 


จบมื้อเช้า .. เข้ามื้อเที่ยง ทีทีพาฉันไปที่ Lonely Beach ชายหาดที่เลยหาดไก่แบ้

ไปประมาณยี่สิบนาทีฟีโน่น้อย ทีทีบอกว่าเมื่อเขามาเกาะช้างครั้งแรก เขาก็มาพักที่นี่แหละ

พร้อมกับพาฉันเดินไปดูที่ที่เขามาพักครั้งแรกนั้น ก่อนจะพาฉันเดินกลับมาที่ร้านอาหาร

ที่เราจอดฟีโน่น้อยทิ้งเอาไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในร้านนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่ายเหมือนร้านอาหารริมทะเลขนาดเล็กอื่นๆ บนเกาะ

หากแต่วิวที่ฉันได้ทัศนานี่สิ ที่ฉันต้องติดเกรดเอให้เหมือนกับที่หาดอื่นๆ ที่เคยได้ไปมา

แม้ว่าที่ Lonely Beach บริเวณที่ฉันไปเยือนนี้ จะไม่มีหาดทรายให้เหยียบลงไป

แต่หากมีความสามารถจะไต่ไปตามหาดหินได้ก็ไม่มีใครว่า แม้ว่าจะเป็นกลางวันที่แสงแดด

เริงร่ามากก็ตาม แต่ลมทะเลก็โกรกให้รู้สึกเย็นสบายตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


จบมื้อเที่ยงที่สุดแสนเรียบง่าย เราก็ขี่ฟีโน่น้อยกลับไปยังที่พัก เพราะตัวขี้เกียจในร่างฉัน

มันกำลังรุกเร้า เขาขอเวลาโทรกลับไปคุยเรื่องงานที่หนีมาในขณะที่ฉันขอเวลางีบเพราะเพลียแดด

ตอนซ้อนท้ายกลับมานี่ล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตื่นขึ้นมาในช่วงกลางบ่าย ฉันก็ลัลล้า บ้าพลังคว้ามือทีทีวิ่งลงทะเล ไปว่ายน้ำให้สดชื่นรื่นเริง

ก่อนที่เย็นนั้น .. ทีทีจะมีเซอร์ไพรส์ซ้ำซ้อนให้ฉันอีกรอบ ด้วยการพาไปร้านอาหาร

ที่มีบรรยากาศโรแมนติกมากๆ เราไปถึงในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกทะเลพอดี

ท้องฟ้าสีสวยจึงช่วยเพิ่มบรรยากาศของวันดีๆให้ได้รู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีก

ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งละเลียดอาหารอยู่นั้น ทีทีก็โน้มตัวเข้ามากระซิบบอกว่า ” ไออยากเตะคน ”

 

 

 

อ้าวเฮ๊ย .. อุตส่าห์โรแมนติกมาทั้งวัน เกิดนึกอยากจะเตะฉันขึ้นมาซะงั้น ??

” ไอ้แก่สามตัวโต๊ะข้างหลังเราน่ะ พวกฝรั่งเศส .. ” ( น้ำเสียงดูแคลนเพื่อนร่วมชาติมากๆ )

ด้วยความสอดรู้สอดเห็นน่ะ ว่าเขาพูดถึงใครแล้วเพราะอะไรถึงทำให้จู่ๆ เขาเกิดนึกอยากจะเตะคน

ขึ้นมา ฉันก็เลยต้องทำท่าทางมองหาบริกร เพื่อที่จะได้เอี้ยวตัวไปดูโต๊ะโจทก์ข้างหลัง

ได้อย่างไม่น่าเกลียด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


วางท่าอย่างแนบเนียบแล้วฉันจึงเห็นว่า โต๊ะด้านหลังฉันนั้น เป็นผู้ชายฝรั่งสามคน

ซึ่งน่าจะอายุราวห้าสิบอัพและผู้หญิงไทยอีกสามคน ที่ดูท่าแล้วน่าจะไม่ใช่เมีย ..

และท่าทางจะไม่รู้ด้วยว่าผู้ชายที่กำลังพ่นภาษาฝรั่งเศสกันอยู่นั้นพูดคุยอะไรกัน

แต่หล่อนๆ ก็พร้อมใจกันหัวร่อต่อกระซิกไปด้วยเมื่อยามที่ไอ้โคแก่สามตัว

นั้นหัวเราะกันอย่างฮาเฮ

 

 

 

ทีทีลุกเปลี่ยนที่นั่งมานั่งลงข้างๆ ฉันเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าโคแก่ทั้งสามตัวนั้นและเพื่อที่จะได้

บอกเล่ากับฉันได้ว่า ทำไมเกิดนึกอยากจะเตะผู้สูงวัยกว่าขึ้นมาซะงั้น

 

 

” มันเมาท์ผู้หญิงที่พามา ” ..

” ว่า ? “

” ว่าผู้หญิงพวกนี้ เวลาคลอดลูกคงไม่รู้สึกเจ็บ เพราะ …. มาก “

” โห ไอ้ลูกชายหาด ซัน ออฟ บิช เอ๊ย “

” เอ่อ ที่รัก ใจเย็นๆ ” คงเห็นท่าจะไม่ดีเสียแล้ว ทีทีเลยทอดแขนมาโอบไหล่ฉัน

พร้อมนวดเบาๆ ที่ต้นแขนให้ฉันสงบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ยิ่งได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกของทั้งสามนางที่ไม่รู้ตัวว่าถูกเมาท์ ฉันยิ่งของขึ้น

อยากจะลุกเข้าไปบอกหล่อนๆ เหลือเกินว่า ไอ้บ้าสามตัวที่พาหล่อนมานั่งหรูอยู่นี้

มันหาได้คิดดี พูดดีถึงพวกหล่อนไม่

 

 

 

ทน .. กินจนเสร็จทั้งที่ใจอยากจะลุกกลับ แต่เกรงใจทีทีที่อุตส่าห์พามาดินเนอร์ร้านสวยๆ

จากเดิมที่ตั้งใจจะว่าจะดื่มกันต่อที่นี่ เราเลยคิดว่าไปดื่มที่อื่นน่าจะดีกว่า เช็กบิลเรียบร้อย

เราลุกเดินจากโต๊ะ แล้วด้วยความที่ .. แหม .. ฉันมันปีศาจน้อย เลยแกล้งเดินแถไปกระแทก

เก้าอี้ตัวหนึ่งที่ไอ้โคเฒ่ามันนั่งอยู่ซะงั้น พร้อมกับออกปากด้วยเสียงชัดเจนว่า .. ” excuse moi ”

ทิ้งไว้ให้มันๆๆ รู้ตัวกันว่า ไอ้ที่มันๆๆ สนทนากันอยู่นั้น กูได้ยิน กูรู้นะเว๊ย ..

 

 

 

เราเดินหัวเราะกันออกมาจากร้าน ทีทีว่าฉันนี่มันร้ายกาจมาก ก็นะ .. นิดโหน่ยเพื่อความหรรษา

แล้วก็พากันขี่ฟีโน่น้อยไปที่ lonely beach อีกครั้ง เพราะหาดบริเวณนั้นจะมีผับเล็กๆ อยู่หลายผับ

เราเลือกผับที่อยู่ใกล้ถนนที่สุด และมีบรรยากาศที่ดูแล้วว่าน่านั่งให้สบายใจได้มากที่สุด

เพราะเป็นการยกพื้นระเบียงขึ้นมาให้นั่งเหยียดแข้งเหยียดขาพิงหมอนขวาน(หมอนรูปสามเหลี่ยมน่ะ)

แบบชิลด์ๆ เราสั่งเครื่องดื่มมาจิบ แล้วเราก็นั่งคุยกันกระหนุงกระหนิง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้านที่ว่านี้มีขนาดไม่ใหญ่โต เจ้าของน่าจะเป็นคนตุรกีที่ลงมารับออเดอร์และเสิร์ฟเอง

โดยที่มีบาร์เทนเดอร์เป็นคนไทย ฉันกวาดตามองไปทั่วร้านเพื่อสำรวจเพื่อนร่วมร้านที่เต็มแทบทุกโต๊ะ

แล้วสายตาก็ต้องหยุดกึกที่หนึ่งหนุ่มซึ่งกำลังยกกล้องขึ้นมาทางฉันแล้วก็กดแชะ .. เอิ๊ก

ฉันหันขวับกลับมาทันที แอบภูมิใจนิดๆ ว่า ตูคงสวย อิอิ แต่ก็ไม่รู้หรอกนะ

เขาอาจจะถ่ายภาพตะเกียงบนโต๊ะฉันก็ได้

 

 

 


นั่งดื่มจนหมดแก้วแรก ทีทีลุกไปสั่งแก้วที่สองมาให้ ระหว่างนั้นเองก็มีไอ้หนุ่มฝรั่งอีกหนึ่งหน่อ

เดินมานั่งลงบนเก้าอี้ที่เคาน์เตอร์บาร์ด้านหน้าฉัน เห็นหน้าหื่นๆ ของมันแล้ว ทำให้ฉันต้องแกล้ง

ทำเป็นหยิบกล้องของตัวเองขึ้นมากดดูภาพที่อยู่ในกล้อง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องเงยขึ้นมาปะสายตากัน

ให้รัญจวนอวัยวะเบื้องตีน แต่ก็ไม่วาย .. เจ้าหมอนั่นลุกมานั่งที่โต๊ะข้างๆ ฉัน ซึ่งฉันนั่งพับเพียบ

หันหลังให้ แล้วฉันก็รู้สึกว่าฝ่าเท้าถูกรบกวนด้วยการเขี่ยเบาๆ ไม่มั่นใจว่าด้วยความตั้งใจหรือบังเอิญ

ฉันชักเท้ากลับเข้ามา แต่แล้วฉันก็รู้สึกว่าฝ่าเท้าถูกเขี่ยอีกเป็นครั้งที่สองและครั้งนี้รู้เลยว่ามันจงใจ

 

 

 

” ขอโทษครับ คุณเป็นคนที่นี่หรือมาจากที่ไหน ”

” เอ่อ .. มาจากกรุงเทพ “

 

 

 

มันเลิกคิ้วสูง ทำหน้าตาฉงนและเอ่ยต่อว่า ” ไม่ทราบว่าเราเคยพบกันมาก่อนมั้ยครับ ”

แม่ง .. โคตรน้ำเน่า มุขเก่าชิบเป๋ง ไม่รอช้าเพราะว่าปีศาจน้อยในตัวฉันเริ่มๆ จะสำแดงเดชอีกแล้ว

ฉันเลยตอบสวนไปทันทีว่า ” แน่นอนที่สุดว่า .. ไม่ “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยังไม่ละความพยายาม .. มันหันหน้าไปทางทีทีที่ยืนคุยอยู่กับเจ้าของร้านตรงเคาน์เตอร์บาร์

และหันกลับมาถามฉันว่า ” คุณมากับเพื่อนหรือเพื่อนชายครับ ”

 

 


ไม่ละความซ่าส์ในตัว ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจแบบทวนประโยคกลับไปว่า ..

” ฉันไม่ได้มากับเพื่อนหรือเพื่อนชาย .. แต่มากับผัว ”

 

 

 


เท่านั้นเอง มันยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มอั๊กๆๆๆๆ แล้วก็ลุกไปโดยไม่เอ่ยปากร่ำลา .. ว้า ไม่มีมารยาท

ทีทีเดินกลับมาทันเห็นอาการลุกลี้ลุกรนของเจ้าหมอนั่น เขามองฉันด้วยใบหน้าที่มีเครื่องหมายคำถาม

ว่าฉันไปก่อเรื่องอะไรอีก .. ฉันได้แต่ส่ายหน้า อมยิ้ม พอเจ้าหมอนั่นออกไปจากร้านแล้ว

ฉันถึงเล่าให้ทีทีฟัง

 

 

เมื่อเขาได้ฟังแล้วและแม้จะเกิดอาการหวงขึ้นมาอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็ยังไม่วาย

ติดตลกว่า .. เท้าฉันนี่มีเสน่ห์จริงๆ ขนาดเรียกหนุ่มเข้าหาได้ ..

(จนถึงเดี๋ยวนี้เขาก็ยังเก็บมาแซวไม่เลิก)

 

 

 


เรานั่งดื่มต่อกันอีกพัก จนเห็นควรว่าค่ำคืนนี้แม้จะยังอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้า

แต่ก็ควรจะกลับไปพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้เรายังมีอีกหลายที่ที่เราจะไปสำรวจกันต่อ ..

และนี่แหละอีกวันของฉันบนเกาะช้าง

 

 

 

 

17 Comments to

“หนีเมือง ตอน วันแม่(หฤหรรษ์)”

  1. August 22nd, 2009 at 11:38 am       chanpanakrit2 Says:

    วันแม่ ผมทำอะไรกันหว่า?
    เออ

    นอนหลับทั้งวันเลย


  2. August 22nd, 2009 at 12:21 am       simply Says:

    20 นาทีฟีโน่น้อย 🙂 ไปไกลได้เท่าๆกับยี่สิบกิโลแม้วไหมคะพี่ ..


  3. August 21st, 2009 at 5:28 pm       singlemom Says:

    จุ๊บเบา ๆ อย่างเดียวเหรอทีที ๆ อ่ะ 5555
    เมื่อไหร่จะเซ๊งซะทีวะ ขอแค่ทีเดียวก็ได้ ไม่เอาทีที 555


  4. August 21st, 2009 at 5:18 pm       aorengja Says:

    แวะเข้ามาเติมความหวานให้ตัวเองสักหน่อย เพราะได้ข่าวว่าบ้านนี้กำลังหวานนนนนนซ๊า ยินดีด้วยนะคะ ขอให้ต้นรักเติบโตอย่างแข็งแรงและมั่นคงค่ะ ^__^


  5. August 21st, 2009 at 4:22 pm       henggy Says:

    โอ้แม่เจ้าโว้ยยยยย
    โรแมนติกกกกกก เกินหน้าเกินตา
    ย้อเย่นจ้า

    สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยน้องงงง


  6. August 21st, 2009 at 1:43 pm       septimus Says:

    Where is my comment?

    :))


  7. August 21st, 2009 at 1:40 pm       septimus Says:

    Where is my comment?

    :))


  8. August 21st, 2009 at 1:34 pm       septimus Says:

    หายเซ็งกรุงเทพฯเลยไหมคะคุณศศิ

    *___^


  9. August 21st, 2009 at 12:50 pm       leelawadee2u Says:

    ตาร้อนผ่าวเลยศศิ จู๋จี๋ดู๋ดี๋กันโรแมนติกมั่ก ๆ

    เสียอย่างเดียว ไม่น่ามีไอ้บ้า3ตัวมาทำลายบรรยากาศวันดี ๆ เลยเนอะ อิอิ


  10. August 21st, 2009 at 12:13 pm       nunohatyai Says:

    สวัสดีครับ..
    sazzieที่รัก..
    ปล.น้าจำยอมให้เขาเพียงคนเดียวแค่นั้นนา
    ฮิฮิ..ศุกร์สุขสันต์ 🙂 จ้า


  11. August 21st, 2009 at 11:43 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องกิ๊บซี่ ร้านเล็กๆ น่ะค่ะ อาหารง่ายๆ แต่บรรยากาศดีมาก
    เพียงแต่ไม่มีหาดทรายให้ลงเดินค่ะ มีแต่ก้อนหินทั้งนั้น
    หน้าหาดที่เป็นทราย พี่คิดว่าอาจจะอยู่ตรงส่วนหน้าของโรงแรมน่ะค่ะ

    good day จ้า ;)))))


  12. August 21st, 2009 at 11:41 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ PV ขออนุญาตเอาความเห็นลงนะคะ
    ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะน่ะค่ะ แต่ศศิคิดว่าค่อนข้างจะส่วนตัวไปหน่อยเกินกว่าควรจะแปะไว้ตรงนี้

    ถ้าไงส่งอีเมลมานะคะ tigress974@gmail.com
    ขอบคุณมากค่ะสำหรับความปรารถนาดี :)))))


  13. August 21st, 2009 at 11:38 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะท่านศร อย่างรัญจวนเลยค่ะท่าน
    ปรี๊ดเลยทีเดียว อิอิ แต่ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่พิลึกๆ ดี 555

    good day ค่า ;)))))


  14. August 21st, 2009 at 11:16 am       gibsii Says:

    เสมือนหนึ่งทีทีเป็นเจ้าของประเทศเลยนะคะ รู้ทุกซอกมุมของเกาะช้าง ขนาดหนูไปมา 2 รอบแล้วยังเที่ยวไม่ทั่วเลยค่ะ

    รูปที่ Lonely Beach บรรยากาศร้านน่านั่งมาก แต่ดูทะเลแล้วเหมือนคลื่นลมแรง


  15. August 21st, 2009 at 11:15 am       PV Says:

    เข้ามาเตือนในฐานะคนไทยด้วยกัน ว่า ทีทีของคุณเขาคบคุณแค่เพื่อนนะครับ เท่าที่ได้รับฟังมาจากปากทีที

    แต่ถ้าคุณไม่รู้ เพราะทีทีไม่ได้บอก ผมก็ขอแสดงความปรารถนาดีบอกไว้ตรงนี้เลยแล้วกันนะครับ ว่าเขายังไม่ได้จริงจังกับคุณ ในฐานะผู้หญิงไทยคุณก็ควรระวังตัว อย่าให้ฝรั่งเอาเปรียบครับ

    ในกรณีที่คุณรู้ตัวดีอยู่ว่า ทีทีเขาตกลงความสัมพันธ์กับคุณแค่ไหน เขาไม่เคยนับคุณเป็นแฟนกับเพื่อนๆ นะครับ แต่ถ้าคุณรู้แล้วแต่ยังเขียนแบบนี้อยู่ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่คุณจินตนาการ อยากให้คนอ่านรู้สึกโรแมนติกตามคุณ อันนี้ผมก็ไม่ห่วง

    ทีทีเขามาเกาะช้างเกือบทุกปี บ่อยๆ และมีผู้หญิงมานอนเป็นเพื่อนที่บังกาโลไม่ซ้ำกันครับ เขาติดกัญชาที่เกาะช้างครับ มันถูก แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวอะไรนะครับ

    เขาบอกเพื่อนๆ เสมอว่า เขาบอกผู้หญิงทุกคนแล้วว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าใครอยากมามีอะไรกับเขา เขาก็ไม่มายอะไร กลับไปฝรั่งเศสเขาก็ไม่เคยบอกเพื่อนคนไหนว่ารู้จักคุณนะครับ ยกเว้นเพื่อนคนไทย แต่เขาก็บอกพวกผมว่า คุณรู้แล้ว ว่าเขาระบุความสัมพันธ์ไว้แค่ไหน ถ้ารู้แล้วผมก็สบายใจ แต่เผื่อทีทีหลอกพวกผม ในฐานะคนไทย ผมก็อยากให้คุณรับทราบ ว่าเขาคิดอย่างไรกับคุณครับ

    เข้ามาบอกไว้ด้วยความหวังดี แต่คุณอาจจะโกรธ ก็ไม่ว่าอะไรกันครับ ถ้าไม่โกรธกันก็ขอบคุณ เพราะหวังดีจริงๆ

    เสียดายที่คุณเลือกมาอยู่กับทีที มากกว่าที่จะอยู่กับลูกและแม่ตัวเอง ที่รักคุณจริง มากกว่าเขาครับ

    อ้อ ทีที เขาจนนะครับ สำหรับคนฝรั่งเศส แต่เห็นทีที เขาบอกว่า คุณรับได้ เพียงแต่เขายังไม่สามารถเป็นแฟนกับคุณตอนนี้ได้ บางทีเขาอาจจะมีใครอยู่ที่ฝรั่งเศสนะครับ ค่อยๆ สืบหาไปก่อนนะครับ เวลาที่ไปนอนกับเขาแค่ไม่กี่วัน มันยังไม่สามารถบอกได้ว่าคุณมีอนาคตอะไรกับเขา

    แต่การที่คุณรับได้ว่าทีทีจน ก็ถือว่าคุณเป็นคนดีนะ ขอให้โชคดีนะครับ


  16. August 21st, 2009 at 11:11 am       11arrows Says:

    ที่แท้ sazz’ มีเท้ามหาเสน่ห์
    จึงรัญจวนเท้าบ่อยๆ
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    (ขอบคุณ…ท่านทำได้เยี่ยมยอด ตอนชนเก้าอี้ฝรั่งบัดซบนั่น)

    🙂


  17. August 21st, 2009 at 10:15 am       sazzie Says:


You must be logged in to post a comment.