~La lune dans noir globe~

หนีเมือง ตอน ตามหาน้ำตก ..

August19

 

 

 

ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเกาะช้างแล้วที่ทีทีพยายามนำเสนอสถานที่เที่ยวหลายแห่ง

ที่เขาเคยไปเยือนมาก่อนในฐานะไกด์จำเป็น หนึ่งในนั้นคือน้ำตก .. อย่าแปลกใจไปเลยว่า

ทำไมเกาะช้างถึงมีน้ำตก ในเมื่อสภาพภูมิประเทศของเกาะช้าง มีผืนป่าที่ยังคงความสมบูรณ์

เป็นอย่างมากและนี่อาจจะเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเกาะช้าง คือมีความผสมผสานทางธรรมชาติ

อย่างได้เปรียบกว่าเกาะหรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่วันนั้นเมื่อเราไปถึงทางเข้าน้ำตกธารมะยม ปรากฎว่ามีนักท่องเที่ยวแบบโป๊งโป๊งชึ่งมากเกินไปนิด

ฉันก็เลยขอบาย ไม่ร่วมเอ็นจอยกับนักทัศนาจรแนวรบกวนโสตประสาทดีกว่าเพราะฉันอยากดื่มด่ำ

ธรรมชาติไม่ใช่ว่าอยากจะมาเสพเสียงเพลงโหวกเหวกหรือต้องเดินตามหลังพวกเมาเป๋ .. ไม่ไหว ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระทั่งวันหนึ่งที่เราขี่ฟีโน่น้อยไปเรื่อยๆ ซึ่งหากเมื่อวานนี้คือเกาะใต้

หนทางที่เราบ่ายหน้าไปกันในวันนี้ก็น่าจะเป็นทางด้านเหนือสุดของเกาะเพราะว่าเรา

ไปกันจนสุดท้ายปลายทางที่ลากูน่าบีช อันเป็นโรงแรม รีสอร์ทสุดหรูหราอู้ฟู่ ที่ไม่ใช่ว่าใคร

ก็จะเดินลอยหน้าเข้าไปได้ หากแต่ต้องซื้อบัตรผ่านประตูที่สามารถนำไปแลกเครื่องดื่มที่สแน๊กซ์ บาร์

ด้านในได้ ทีทีเคยเข้าไปมาแล้วและว่าข้างในไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากความหรูหราอลังการ

ของสถานที่ แต่เพราะพื้นที่ของลากูน่า บีชนั้นครอบคลุมน้ำตกพราวทะเลอยู่ด้วย

ฉันก็เลยคิดว่าน่าสนใจดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถึงหน้าทางเข้าเป็นเวลาบ่ายแก่มากแล้ว ฉันถามเจ้าหน้าที่ตรงหน้าประตูว่า

ถ้าเราอยากจะเข้าไปชมน้ำตกจะสามารถขี่ฟีโน่น้อยขึ้นไปถึงด้านบนได้หรือไม่

น้องเจ้าหน้าที่น่ารักบอกว่าได้แต่ต้องเดินต่อไปอีกหน่อย มองท้องฟ้าแล้วโพล้เพล้เต็มที

ฉันเลยบอกทีทีว่าวันหลังค่อยมาดีกว่า เพราะกลัวว่าจะมืดก่อนเราจะกลับลงมา

เพราะว่าจากลากูน่ากลับไปยังไก่แบ้นั้นไกลพอควร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระหว่างทางที่เราขี่ฟีโน่น้อยกลับออกมานั้น ฉันก็สังเกตว่าธารน้ำข้างทางที่ตอนขามา

เห็นมีฝรั่งลงไปว่ายน้ำอยู่สองสามคนมันไม่ใช่ธารน้ำแบบคลองชลประทาน หากเป็นธารน้ำธรรมชาติ

ที่มีลักษณะเหมือนโตรกธารซึ่งแหล่งต้นน้ำน่าจะลึกเข้าไปในดงป่าที่อยู่ข้างทางนั้นเอง

แม้ว่าน้ำที่ลงมาจนถึงตรงนั้นจะมีเพียงแค่ระดับเข่าหากแต่ก็ทำให้ฉันคิดต่อไปว่า

ยิ่งลึกเข้าไปในป่า ก็อาจจะยิ่งมีปริมาณน้ำที่มากกว่านี้กระมั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ยังไม่ทันจะสะกิดบอกทีทีเรื่องสมมติฐานที่ตัวเองตั้งขึ้นมาในใจ ทีทีก็พาเลี้ยวรถเข้าป่าดงพงไพร

ที่ไม่ใช่เส้นทางหลัก อีกทั้งถนนก็แย่เสียยิ่งกว่าทางที่เราไป long beach เสียอีก

แล้วยังมีไม้ล้มขวางออกมาตั้งครึ่งถนน และก็มีบ้านคนแค่เพียง 1 หลัง เปลี่ยวเอาการอยู่เหมือนกัน

ฉันถามทีทีว่า เรากำลังจะไปไหนกัน เขาตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน ก็อยากจะรู้ว่าถนนเส้นนี้จะพาไปที่ไหน

จากทางเข้าจนถึงสุดปลายถนนที่ตัดขาดมีท่อซีเมนต์ตั้งขวางไว้ ระยะทางน่าจะราวๆ 5 กิโลเมตรได้

ที่สำคัญกว่าความรู้สึกวังเวงด้วยว่าฟ้าก็ใกล้จะมืด ก็คือ ธารน้ำใสที่อยู่ตรงหน้าฉันนั่นเอง

ฉันรู้ได้โดยทันทีที่เห็นธารน้ำและก้อนหินใหญ่น้อยทั่วบริเวณว่าที่นี่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของน้ำตก

แต่ไม่น่าจะใช่น้ำตกพราวทะเล เพราะธารน้ำแห่งนี้อยู่คนละทิศกับเส้นทางลากูน่า

 

 

สำรวจได้เพียงเล็กน้อย ทีทีก็บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่อีกรอบดีกว่า เราจึงกลับออกมาจากที่นั่น

ถึงถนนเส้นหลักฟ้าก็มืดพอดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รุ่งขึ้นเราออกจากที่พักที่ไก่แบ้ช่วงบ่ายพอดี และกลับไปยังธารน้ำที่เราไปพบเมื่อวานเย็นนี้

ถึงสุดปลายทางถนนแล้ว ทีทีมองหาทางที่จะพาเราข้ามไปยังอีกฝั่ง ซึ่งมองจากฝั่งที่เรายืนอยู่นั้น

เราเห็นว่ามีถนนแต่เป็นถนนที่รกร้างมาก เหมือนว่าครั้งหนึ่งอาจจะเคยมีการใช้งาน

แต่เพราะคอสะพานขาดอาจจะด้วยน้ำป่าหรือว่าอะไรฉันก็ไม่แน่ชัด หากแต่นั่นแสดงว่า

มันจะต้องมีทางให้เราได้เดินลึกเข้าไปได้อีกฉันบรรจงถอดรองเกือก แล้วกระย่องกระแย่ง

ก้าวไปตามโขดหินตามหลังทีทีที่ยืนลุ้นว่าฉันจะลื่นลงน้ำเมื่อไหร่ ก็ .. เอ่อ คือฉันค่อนข้างจะขึ้นชื่อ

เรื่องซุ่มซ่ามและเท้าไวกว่าความคิด .. ก็เท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จนถึงอีกฝั่งอย่างปลอดภัย เราก็เริ่มต้นเดินสำรวจป่า โดยที่ทีทีเดินนำหน้า

และฉันตามหลังอย่างระแวดระวังเพราะป่าตรงจุดนี้เปลี่ยว .. ย้ำอีกครั้งว่าเปลี่ยว ..

ฉันไม่กลัวสัตว์ป่า แต่กลัวมนุษย์ที่อาจจะคิดไม่ดีต่อป่าโผล่พรวดพราดออกมาให้ต้องอกสั่นขวัญหาย

มากกว่า เพราะตรงทางที่เราเดินลุยน้ำข้ามมา มีขวดเหล้าเกลื่อนอยู่หลายใบ แสดงว่านอกจากเรา

 อาจจะมีใครคนอื่นอีกด้วยก็เป็นไปได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตลอดทางที่เราเดินผ่าน เราจะได้ยินเสียงนกป่าร้องอยู่เป็นระยะๆ เมื่อเสียงนกเงียบหาย

เสียงป่าก็เงียบกริบจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจ(อันเริ่มจะเหนื่อยหอบ)ของตัวเอง

ทีทีจุ๊ปาก .. บอกขอเวลา 2 นาทีเพื่อที่จะทำการอัดเสียงป่าเผื่อว่าวันหนึ่งจะเอาไปใช้อะไร

ในการทำงานของเขาได้ .. ฉันจึงจำต้องนั่งสงบเสงี่ยมและสงบปากสงบคำลงบนพื้นถนนนั่นแหละ

แม้แต่หายใจยังค่อยๆ หายใจเลย เพราะกลัวว่าด้วยความเงียบกริบในยามที่ไร้สรรพเสียงในผืนป่า

แห่งนั้นก็อาจจะทำให้แม้แต่เสียงลมหายใจก็อาจจะถูกเครื่องมืออิเลกทรอนิกบันทึกได้

คิดดูแล้วกันว่าเงียบแค่ไหน รอเวลาให้ครบ 2 นาที เราจึงออกเดินกันต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระหว่างทางฉันแวะถ่ายภาพเห็ดป่า – พืชพันธุ์ที่มีสีสันสวยงามของป่าหลังฝน

จนทีทีต้องหยุดรอตลอด เราเดินลึกเข้าไปในป่ามากขึ้นเรื่อยๆ และฉันก็สังเกตโตรกธารข้างทาง

ว่าแห้งสนิทเสียจนฉันเริ่มลังเลว่าเราจะได้เจอะกับต้นน้ำที่แห้งขอดมากกว่าจะเจอะแหล่งกำเนิดธารน้ำ

เสียแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วเสียงน้ำไหล .. ก็แว่วมากระทบโสตประสาท ฉันยิ้มกว้างอย่างมีความหวัง

และรีบจ้ำเท้านำทีทีไปตามเสียงของสายน้ำนั้น จนกระทั่งฉันเห็นธารน้ำกว้างอยู่ตรงหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาการเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง ฉันยืนเท้าเอวมองภาพธารน้ำตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง

และไม่รอช้า ฉันรีบถอดรองเกือกอีกรอบแล้วหย่อนเท้าลงน้ำใสไหลเย็นนั้น ก่อนจะเดินลุย

ขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อที่จะเก็บภาพธารน้ำในมุมที่ฉันเห็นทุกๆ มุม กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บภาพอยู่นั้น

ก็มีบุรุษนิรนามผู้หนึ่งโผล่มาจากแนวป่าอีกฝั่ง พร้อมรากไม้ใหญ่ที่แบกไว้บนบ่า

ตอนแรกฉันคิดว่าเถาวัลย์ที่เอามาแปลงสภาพเป็นวัสดุธรรมชาติเพื่อประดิษฐ์งานแฮนด์ เมดได้

แต่พอสอบถามแล้วปรากฎว่ารากไม้นั้น เป็นสมุนไพรที่เป็นยาโด๊ปซึ่งคุณหนุ่มๆ น่าจะชอบ

ซึ่งก็คือม้ากระทืบโรงนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันซักต่อไปว่า ในป่านี้ยังมีสมุนไพรพวกนี้อยู่มากหรือ และคำตอบของเขาก็ทำให้ฉันยิ่งนึกทึ่ง

ไปกับป่าธรรมชาติว่ายังมีอีกมาก และจะยังคงมีอีกมากในป่าลึก พร้อมกันนี้เขายังใจดี

พยายามจะยกม้ากระทืบโรงให้ฉัน 1 ท่อนพร้อมแนะนำวิธีการใช้เสร็จสรรพว่าให้เอาไปหั่นแฉลบๆ

แล้วตากให้แห้ง จากนั้นก็ดองกับเหล้าโรงรับรอง .. เจ๋ง ! เล่นเอาฉันต้องรีบปฏิเสธ

และเอ่ยคำขอบคุณเสียยกใหญ่ ฮ่าๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากทัศนากับธรรมชาติจนอิ่มแปล้แล้ว เราก็ค่อยๆ เดินกลับออกมาจากผืนป่า

ทิ้งเสียงน้ำใสไหลกระทบโขดหินเป็นแบ๊กกราวด์ไว้ข้างหลัง ตอนที่ขี่ฟีโน่น้อยกลับออกมานั้น

เป็นเพราะฉันปลื้มกับทริปวันนี้มากๆ ก็เลยสวมกอดทีทีไปหนึ่งทีพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเขาที่พาฉันมา

แหม ทีทีก็โรแมนติกไม่แพ้กัน ตอบกลับมาทันทีว่า ” อันที่จริงไอตั้งใจจะพายูมาปล่อยไว้ในป่า

นี่ถ้าไม่มีบุรุษนิรนามคนนั้นโผล่พรวดออกมาเสียก่อน แผนไอก็สำเร็จแล้ว ”

เป็นไง หวานเสียไม่มี(ความหวาน)เลยมั้ย เอิ๊ก ..

 

 

 

 

31 Comments to

“หนีเมือง ตอน ตามหาน้ำตก ..”

  1. August 20th, 2009 at 7:03 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ้าแจง เฟอรี่วิ่งทุกวันค่ะ 6.30 – 19.00 แม้แต่วันที่พายุเข้า อิอิ
    เชียร์ให้ไปเลยล่ะแจง สวย สงบ ไปอยู่แล้วสบายใจมากๆ

    good evening ค่า ;)))))


  2. August 20th, 2009 at 6:59 pm       hataraki Says:

    กำลังหาที่เที่ยวอยู่
    ตามรอยศศิไป น่าจะดี
    ว่าแต่ช่วงนี้ เรือไปเกาะช้างได้ไหมคะนี่


  3. August 20th, 2009 at 11:20 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ liveforever หากไม่ได้ติดทริปเกาะช้างนี้ คงจะได้ไปชะอำแล้วน่ะค่ะ

    ปีกลายเพื่อนไปดูทีโบนที่ระยอง(ถ้าจำไม่ผิด) ถ่ายภาพมาน่าอิจฉามากๆ 555

    good day ค่า ;)))))


  4. August 20th, 2009 at 11:17 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องอ้อน พี่อ่ะขาลุยเลยค่ะ 555 เป็นประเภทเที่ยวแบบลุยๆ ได้
    นอนยังไงก็ได้ ขอแต่ห้องน้ำต้องเรี่ยมและของกินต้องเพียบเท่านั้นพอแล้ว

    good day ค่า ;)))))


  5. August 20th, 2009 at 11:15 am       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะเจี๊ยบจัง เช่นกันค่า good day นะคะ ;)))))


  6. August 20th, 2009 at 11:14 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่บ่าว มีส้มตำค่ะพี่ แต่หนูนั่งหม่ำที่ร้าน 555
    ไปใต้เคยแต่ไปทะเลค่ะ ยังไม่เคยเข้าป่าที่นั่นเลย

    มอเตอร์ไซค์ขี่เป็นค่ะ แต่วิบากยังไม่เคยลอง อิอิ
    ซักวันคงได้เจอกันในถิ่นพี่ค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  7. August 20th, 2009 at 10:58 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก ชวนหวานใจไปเลยค่ะพี่ อยู่ที่เกาะช้างนี่เองค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  8. August 20th, 2009 at 10:57 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เมย์ ตอนเดินป่าจริงๆ เห็นครึ้มๆ แบบนั้น แต่เหงื่อตกเลยค่ะพี่
    เพราะทางมันมีทั้งชันทางลาดน่ะค่ะ
    ไกลด้วยกว่าจะเจอแหล่งน้ำ แต่สนุกดีค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  9. August 20th, 2009 at 10:50 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณเจ ยิ่งลึกยิ่งรก ทางเดินยิ่งแคบจนต้องเดินเรียงเดี่ยวเลยค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  10. August 20th, 2009 at 9:40 am       liveforever Says:

    ขอบคุณสำหรับคอมเม้นคับ ยินดีที่ได้เจอคอสกาเหมือนกัน ^^


  11. August 20th, 2009 at 9:31 am       specter Says:

    tip นี้คุ้มจริงๆ ธรรมชาติมากๆ
    ไม่น่าเชื่อพี่ศศิก็หญิงลุยเหมือนกันนะ
    แหมอยากมีโอกาสไปเที่ยวแบบนี้จัง
    happy day
    🙂


  12. August 20th, 2009 at 9:30 am       initmate Says:

    หวัดดีจ้ะ ศศิ … แวะมาบอกว่า …

    มีความสุขนะจ๊ะ …


  13. August 19th, 2009 at 11:50 pm       kathatyai Says:

    มีน้ำตกแล้ว มีข้าวเหนียวส้มตำด้วยรึป่าวคุณ sazzie

    ทางใต้ก้มีแบบนี้เยอะเหมือนกัน

    แต่ผมไปแบบลุย ๆ ด้วยมอเตอร์ไซค์อย่างที่เห็น

    ว่าง ๆ ลงมาทางใต้ดูบ้างซิ ว่าแต่ขี่มอเตอร์ไซค์เป้นป่าว


  14. August 19th, 2009 at 11:48 pm       peacock Says:

    ป่าเขาลำเนาไพรน้ำตกธรรมชาติน่าเที่ยวจังค่ะ


  15. August 19th, 2009 at 10:35 pm       xanax71 Says:

    อ่านสนุกจังศศิ

    🙂


  16. August 19th, 2009 at 6:50 pm       jtatanan Says:

    ป่ารกจริงๆด้วยสิ ..


  17. August 19th, 2009 at 6:34 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะมอร์น โห ป่ายังสมบูรณ์มากๆๆๆๆๆๆ ประเภทเหลือแต่ตอยังไม่เห็นเลยนะ
    เจอะแต่ที่มันล้มเองน่ะ มีบ้าง โคตรสุขเลยอ่ะ
    มองไปทางไหนก็เขียวไปหมด

    เฮ๊ย ไหนบอกไม่สนฝรั่ง 5555
    เดี๋ยวนี้ฉันครวญแต่เพลงเล่นของสูงว่ะ 5555
    โดยเฉพาะท่อนที่ว่า ได้เกิดมาเจอเธอทั้งที ไม่ว่ายังไงจะลองดีซักวัน .. น่ะ อิอิ

    good evening เพื่อน ;)))))


  18. August 19th, 2009 at 6:30 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่ชบา 555 หนูตกใจเลยล่ะค่ะ ตอนเขาโผล่พรวดออกมา
    แกเล่นเอาขวานนำทางมาก่อนเลยน่ะค่ะ อิอิ

    good evening ค่า ;)))))


  19. August 19th, 2009 at 6:28 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ้าเจี๊ยบจัง อ่า .. ไม่ทราบเหมือนกันน่ะค่ะ 555
    อาจจะหรืออาจจะไม่ แต่ไม่ใช่คนพื้นที่ค่ะ มาจากร้อยเอ็ด(ถ้าจำไม่ผิด)
    มาทำงานบนเกาะน่ะค่ะ

    good evening จ๊ะ ;)))))


  20. August 19th, 2009 at 1:35 pm       singlemom Says:

    เทียบตัวเธอกับป่าในภาพที่ถ่ายมาแล้ว
    เหมือนอยู่ในเมืองยักษ์เลยนะ
    ไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่เกาะช้างป่ายังสมบรูณ์ขนาดนี้
    ว่าแต่–คุณ2ทีน่ะ เซ็งเมื่อไหร่บอกนะ หุๆๆ


  21. August 19th, 2009 at 12:33 pm       chaba2550 Says:

    นางไม้ กับชาย(ชาว)ป่า ฮา.. คิคิ.. ;0


  22. August 19th, 2009 at 12:33 pm       initmate Says:

    คนแบกฟืน ใส่เสื้อคุ้นตามาก ๆ เลยค่ะ ยังกะชุดฟอร์มบริษัทมิชลินอ่ะ ^^


  23. August 19th, 2009 at 11:47 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่นัท ฮิ้วววว ทั้งสดชื่นทั้งเหงื่อตกเลยค่ะพี่ เดินไกลมากๆ
    มีทั้งเดินขึ้นเขา ทางเรียบ ทางขรุขระ ทางลาดครบเครื่องหมดค่ะ
    แล้วหนูประเภทหยุดไม่บอก 555 หันไปอีกที หายไปไหนแว้ววว ต้องจ้ำตามอีก 5555
    มีแอบหลังต้นไม้ด้วยนะคะ อิอิ

    good day ค่า ;)))))


  24. August 19th, 2009 at 11:09 am       leelawadee2u Says:

    หนึ่งคู่ชู้ชื่นในลำธารน้ำใสไหลเย็น…กลางป่าเขาใต้ร่มเงาแมกไม้…ให้อารมณ์ทั้งสดชื่น และโรแมนติกมั่ก ๆ เลยอ่ะศศิ อิอิ


  25. August 19th, 2009 at 11:07 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องฟ้า น้ำตกที่พี่ไปนี่มีปลาด้วยนะคะ แต่ตัวเล็กๆ ไม่เหมือนที่เขาชะเมา
    ที่นั่นปลาภูเขาตัวโตมาก เสียงน้ำตกก็เพราะจริงๆ ค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  26. August 19th, 2009 at 10:48 am       fakhairung Says:

    อยากไปเที่ยวน้ำตกจังค่ะ…

    ชอบเสียงน้ำตกลงมากระทบแก่งหิน

    สุขสันต์วันพุธนะคะ..

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


  27. August 19th, 2009 at 10:39 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม 555 ตอนเขาโผล่ออกมาตกใจเลยค่ะ เพราะขวานนำหน้ามาก่อนเลย
    แล้วก็ถามศศิว่าเข้ามาทำไม เอิ๊กก .. 5555

    นางแบบคนเดียวกันค่ะ แต่วันก่อนแสงช่วยให้ดูสว่างมากกว่าวันนี้ 5555

    good day ค่า ;)))))


  28. August 19th, 2009 at 10:37 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องกิ๊บซี่ พี่เสียดายรองเกือกน่ะค่ะน้อง 555 ไม่กล้าใส่ลุยน้ำอ่ะ
    แต่ห่วงสวยไงเลยแด๊ะแด๋ใส่รองเท้าหนังสานเข้าป่า 5555

    good day ค่า :)))))


  29. August 19th, 2009 at 10:26 am       cumpreram Says:

    …สวัสดีครับ…
    …ผมพบแล้ว…คนเก็บฟืนของแท้…คริ..คริ..แต่เอ…นั่นใช่นางแบบคนเดียวกับเมื่อวานหรือเปล่าน๊า…เอิ๊ก..เอิ๊ก..


  30. August 19th, 2009 at 10:09 am       gibsii Says:

    ถอดรองเกือก

    เขียนได้เห็นภาพชัดเจนเลยค่ะพี่ ฮา…


  31. August 19th, 2009 at 9:33 am       sazzie Says:


You must be logged in to post a comment.