~La lune dans noir globe~

หนีเมือง ตอน สวรรค์บนดิน(ช้างใต้)

August18

 

 

 

สำหรับฉันแล้ว ความรู้เกี่ยวกับเรื่องยุทธนาวีเกาะช้างนั้นมีติดตัวอยู่น้อยนิดมากๆ

รู้แต่ว่าเป็นการสู้รบระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ก็เข้าเค้าเพราะฉันก็ไทยและทีทีก็ฝรั่งเศส

ประเด็นหาเรื่องเที่ยวในวันนี้จึงเกี่ยวกับการตามหาอนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง

ซึ่งฉันลองถามชาวเกาะดู ก็ยังไม่มีใครคนไหนตอบได้ตรงเป๊ะนักว่า สถานที่ตั้งนั้นอยู่ที่ใด

บ้างก็ว่าอยู่อีกฝั่งทะเล คือฝั่งท่าเรือเฟอรี่ที่เราข้ามมาจากเมืองตราด บ้างก็ว่าอยู่ที่เกาะนี่แหละ

แต่ยังไม่เคยไปซักทีเลยบอกไม่ถูกว่าอยู่ตรงไหน .. เรา อืมม จริงๆ ควรจะบอกว่าฉันคนเดียว

จึงตัดสินใจว่า หากงั้นเราก็ลองตามหาอนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้างกันดีกว่า เพราะไหนๆ

เราก็มีโอกาสได้มาอยู่ในสถานที่จริง และเราก็มีเวลาเหลือเฟือที่จะหาให้พบ

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กางแผนที่ออกดูแล้ว ฉันเห็นวาเราน่าจะไปตั้งต้นกันที่บริเวณบ้านเขาสลักเพชร

ซึ่งอยู่ทางด้านเกาะช้างใต้ แล้วค่อยเดินทางต่อไปยัง long beach ชายหาดที่ว่ากันว่าสวยที่สุด

ของเกาะช้าง จากนั้นเราค่อยปะติดปะต่อเส้นทางกันไปให้ถึงอนุสรณ์สถาน ฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดูจากในแผนที่นั้นระยะทางจากไก่แบ้ไปยังบ้านเขาสลักเพชรตกอยู่ราวๆ 40 กว่ากิโลเมตร

ซึ่งถ้าเป็นถนนทางตรงราบเรียบปกติธรรมดา ใช้เวลาราวๆ ชั่วโมงก็น่าจะถึง หากแต่เส้นทาง

บนเกาะช้างดั่งฉันเคยเล่าไว้นั้นเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขาซึ่งมีความสูงชัน

ลดหลั่นไปตามทางวกวน ฉันกะในใจว่าเราอาจจะต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงในการเดินทาง

ด้วยฟีโน่น้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากไก่แบ้เรามุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่จะกลับไปยังท่าเรือเฟอรี่ของเกาะ ผ่านท่าเรือ

และมุ่งตรงลงไปทางเกาะฝั่งใต้ ภูมิประเทศของเกาะช้างใต้นั้นด้านหนึ่งติดกับทะเล อีกด้านติดภูเขา

เป็นป่าสมบูรณ์ที่ฉันสัมผัสความชื้นของสภาพอากาศได้จากความเย็นบนผิวหนังตัวเอง

เมื่อเราขี่รถผ่านเข้าไปบริเวณยอดเขาของที่นี่จะมีหมอกปกคลุมและท้องฟ้าฉ่ำฝนอยู่ตลอดเวลา

เสียจนฉันกังวลว่าเราจะสามารถไปได้ถึงที่หมายก่อนฝนจะลงหรือไม่ อีกทั้งเกาะช้างฝั่งใต้นี้

ดูจะเป็นแหล่งชุมชนพักอาศัยของชาวเกาะมากกว่าจะเป็นแหล่งสำหรับนักท่องเที่ยว

โรงแรม ร้านอาหารต่างๆ จึงมีค่อนข้างบางตา อีกทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลเกาะช้าง

และสถานีตำรวจอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ถึงบ้านสลักเพชร เราเลี้ยวรถไปตามป้ายบอกทางซึ่งรวมถึงชื่อของอนุสรณ์สถาน ฯ

ซึ่งแสดงไว้บนป้ายนั้นด้วยที่ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่าเรามาถูกทางแล้ว เมื่อเลี้ยวรถ

เข้าไปตามเส้นทางนั้นแล้วฉันก็สังเกตว่าผิวถนนนั้นเปลี่ยนไป คงจะเพราะไม่ใช่เส้นทาง

สำหรับท่องเที่ยวด้วยกระมัง ถนนจึงเป็นเพียงถนนคอนกรีตแคบๆสองเลนให้รถวิ่งสวนกันได้เท่านั้น

ยิ่งเมื่อเรามุ่งหน้าขึ้นเขาตามเส้นทางที่ถนนนำเราไปแล้ว ยิ่งพบว่าถนนเริ่มจะแย่มากขึ้นๆ ทุกที

ทั้งไม่มีไฟถนน ไม่มีแผงกั้นข้างทาง(ซึ่งน่ากลัวกว่าอีกฝั่งมาก เนื่องจากตัดลงไปเป็นเหวลึกตลอด)

และตลอดเวลาที่เราขี่ฟีโน่น้อยขึ้นไปนั้น ก็ยังไม่มีรถวิ่งสวนเราซักคันเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใช้เวลาไปนานโขจนเราวิ่งขึ้นเขาไปจนสุดถนนคอนกรีตกลายเป็นถนนดินแดงที่มีหินตะปุ่มตะป่ำ

ตัดลาดลงไปยังหุบที่เรามองไม่เห็นปลายทาง ฉันก็ยังไม่พบวี่แววของอนุสรณ์สถานแต่อย่างใด

ทีทีนั้นอยากจะลองลุยเข้าไปต่อว่าถนนนั้นจะนำพาเราไปที่ใด แต่ฉันสะกิดให้ดูท้องฟ้าแล้วเห็นว่า

เราไม่น่าจะทันฝนที่ใกล้จะเทลงมาเต็มที เราจึงจอดรถกันแถวยอดเขาฝั่งนั้น

วิวจากข้างบนนั้นเมื่อมองลงมายังท้องทะเลกว้างข้างล่าง บอกได้คำเดียวว่า ” สวรรค์แท้ๆ ”

เพราะสวยมาก เป็นวันแรกที่ฉันมาอยู่ที่เกาะช้างแล้วได้เห็นว่าทะเลเป็นสีเขียวใส

โดยผืนน้ำกว้างนั้นไกลสุดลูกหูลูกตา ทีทีชี้ให้ฉันดูว่าเราขี่รถมาจากทางไหน ฉันก็ถึงกับอุทานอยู่ในใจ

ว่าเรามากันไกลมากทีเดียว ซึ่งหากรถเสียหรือน้ำมันหมด ก็คงต้องภาวนาอย่างเดียวว่า

ให้มีใครผ่านมาซักคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระหว่างที่กำลังยืนเก็บภาพสวยๆ กันอยู่นั้น สองหนุ่มต่างชาติก็ขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาจากถนนดินแดง

นั่น ฉันไม่รอช้า โบกสิคะโบก .. โบกเพื่อที่ถามว่าด้านล่างนั้นมีอะไร สองหนุ่มหยุดรถกึก

บอกว่าข้างล่างนั้นคือ long beach ชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะช้าง และอนุสรณ์สถานนั้น

ต้องขี่ไปตามทางนั้นอีกไกลพอควร ทั้งคู่ทิ้งท้ายว่า แต่ไม่แนะนำให้เราลงไป

เพราะฝนกำลังจะลงแล้วเราจะกลับขึ้นมาไม่ได้เนื่องจากถนนลื่นมาก

พวกเขาเองก็รีบกลับขึ้นมาเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แม้จะรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถเดินทางไปยังปลายทางที่กำหนดไว้ได้ แต่ความสวยงาม

ของทิวทัศน์บนนั้นก็ทดแทนให้ฉันไม่รู้สึกแย่ได้อย่างดียิ่ง ไม่เสียเที่ยวเพราะฉันอิ่มเอม

ไปกับบรรยากาศมากจริงๆ เมื่อสมควรแก่เวลาและดูท่าฟ้าฝนแล้ว เราจึงกลับลงมาตามเส้นทางเดิม

ซึ่งฉันได้แต่ภาวนาในใจให้ท้องฟ้าช่วยอั้นฝนไว้ก่อนเถอะ เพราะขากลับนี่เองที่ฉันเพิ่งจะสังเกต

เต็มๆ ตาว่าถนนหลายช่วงนั้นมีการพังทลาย และผาด้านขวามือของฉันที่ปรากฎเป็นดินสีแดงใหม่ๆ

นั้นก็น่าจะเพิ่งเกิดจากดินถล่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำภานาของฉันสัมฤทธิ์ผลเพราะเราลงมาทันก่อนฝนจะโปรยปรายละอองลงมา

เราเลี้ยวรถกลับเข้าส้นทางหลักโดยมุ่งตรงไปยังใต้สุดของเกาะช้าง ยังหมู่บ้านประมงบ้านสลักเพชร

ซึ่งยอมรับว่าฉันก็เพิ่งจะรู้จักบ้านสลักเพชรจากในแผนที่ที่หยิบมาจากท่าเรือเฟอรี่นั่นแหละ

โดยที่ฉันไม่มีความแน่ใจว่าจะเหมือนหรือต่างจากบางเบ้าหรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จนกระทั่งฉันเริ่มมองเห็นเรือประมงที่จอดทอดสมออยู่ในทะเลและบริเวณริมสะพานที่ทอดยาว

ออกไปกลางทะเล ฉันก็เกิดความรู้สึกว่าน่าจะต่างจากที่บางเบ้าเพราะกลิ่นไอของหมู่บ้านประมง

ยังอบอวลอยู่ที่บ้านสลักเพชรมากกว่า

 

 

 

 

สุดท้ายปลายทาง ซึ่งไม่มีถนนให้เราขี่ฟีโน่น้อยต่อไปได้แล้ว เป็นอันว่าสิ้นสุดถนนของเกาะช้าง

กันที่ด้านใต้สุด ณ บ้านสลักเพชร เราแวะรับประทานอาหารกลางวันกันในเวลาประมาณบ่ายสามกว่าๆ

ที่ร้านอาหารตรงท้ายเกาะ ระหว่างรออาหารที่สั่ง เราฆ่าเวลาด้วยการเดินเล่นไปตามกระชังปลา

ของทางร้าน ซึ่งก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเท่าไหร่นัก เพราะปลาอาจจะกำลังหลับกลางวัน

หรือยังไม่ถึงเวลาโชว์ตัวรับอาหารก็เป็นได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ฉันยอมรับเลยว่าทะเลทางด้านใต้ของเกาะช้างนี้ มีความสวยสะอาดและใสมากกว่าทะเลทางฝั่ง

ที่เป็นชายหาดท่องเที่ยว หากแต่ทะเลบริเวณนี้ไม่มีชายหาด จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับการพักค้างนัก

แม้ว่าจะมีบังกะโลที่ปลูกยื่นลงไปในทะเลคล้ายๆ กับที่มัลดิฟก็ตาม(ค่าห้องแพงมากค๊าบบบ

ลดราคา 25 % แล้วเหลือประมาณสองพันเก้าต่อคืน) และเพราะความสงบของคลื่นลมบริเวณนี้

อ่าวบริเวณหน้าร้านอาหารที่เราแวะ จึงมีเรือยอร์ชลำงามทอดสมออยู่หลายลำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาหารที่ร้านนี้รสชาติเยี่ยมสมราคาที่อาจจะแพงกว่าร้านที่ไวท์ แซนด์ บีช แต่หยวนๆ น่ะ

เพราะวิวดีกว่ากันมากมายนัก ความสดของกุ้งหอยปูปลา ก็ประมาณว่ายกมาทั้งยังดิ้นกระแด่วๆ

ให้เราเลือกกันเลยทีเดียวว่าจะหม่ำเมนูไหน รู้สึกบาปอยู่ไม่น้อย แต่ก็คิดปลอบตัวเองว่ากินเพื่ออยู่สนนราคา + บรรยากาศ + รสชาติให้เต็ม 9 คะแนน ที่ได้ไม่เต็มสิบเพราะบริกรค่อนข้ารบกวน

การรับประทานมากเกินไปในการนำเสนอสินค้าจัดรายการต่างๆของทางราน ทั้งน้ำมันมะพร้าว

ทั้งแพ๊กเกจสปา ฯลฯ

 

 

 


เสร็จสิ้นกับอาหารบนโต๊ะ และนั่งหย่อนใจกันอีกพัก ก่อนเราจะออกเดินทางกลับไปยังไก่แบ้

สาวสก๊อยซ์อย่างฉันก็มีเรื่องให้คิดต่อระหว่างเส้นทางที่กลับว่าแล้วพรุ่งนี้จะไปไหนกันต่อดีล่ะ

 

 

 

 

20 Comments to

“หนีเมือง ตอน สวรรค์บนดิน(ช้างใต้)”

  1. August 18th, 2009 at 10:27 pm       nunohatyai Says:

    ตาร้อนเหลือเกิน..นิ
    โป้ง! sazziewไม่รักไม่เลิฟแล่วว..
    🙂


  2. August 18th, 2009 at 9:39 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่นัท ด้วยความทะมึนของหนูน่ะเหรอคะพี่ 5555555

    ตอนหม่ำข้าวเย็นด้วยกันเย็นนี้น่ะค่ะ เขาบอกเขาเห็นภาพผู้ชายในบล็อกหนู .. รูปหล่อนะผู้ชายคนนั้น .. ดูมุขสิคะพี่ 5555

    goodnight ค่า ;)))))


  3. August 18th, 2009 at 9:37 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้อง specter ถ้าเป็นฝั่งหาดท่องเที่ยวถนนดีค่ะน้อง แต่มันจะคดเคี้ยวนิดนึง เราใช้ความเร็วไม่ได้น่ะค่ะ ไม่น่ากลัว แต่ฝั่งทางใต้ที่พี่ไต่เขาขึ้นไป จะน่ากลัวหน่อยเพราะมันเปลี่ยวอย่างนึงอีกอย่างคือสภาพถนนแย่พอควรค่ะ แคบด้วย คดเคี้ยวด้วยแล้วบางช่วงทรุดหายไปเฉยๆ เหลือเลนเดียวเลย 5555

    พี่ก็ชอบไปแบบนี้แหละค่ะ เห็นอะไรต่ออะไรละเอียดดีน่ะค่ะ ออกนอกทางที่ไม่ได้แนะนำในแผนที่ก็มี อย่างพี่บอกน่ะค่ะ เหมือนเด็กสองคนหนีออกจากบ้าน วี๊ดว๊ายกระตู้วู้กันใหญ่ 555

    ปล.เครื่องออกเที่ยงคืนค่ะ ไปส่งไว้ที่สนามบินเมื่อสองทุ่มนี่ล่ะค่ะ แล้วพี่ก็กลับมาเลยเพราะเขาเริ่มน้ำตาคลอๆ 555 พี่คนใจอ่อน แพ้น้ำตา 5555

    รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันค่ะน้อง

    goodnight ค่า ;)))))


  4. August 18th, 2009 at 9:30 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะมอร์น ก็มันคันเล็กนี่หว่า 555 แล้วมันตลก ความเชยของฉันไม่เคยขี่รถแบบออโต้ ก็หาใหญ่เลยนะเบรคกับเกียร์ที่เท้ามันอยู่ไหนวะ 555 รถมันอึดดีแต่ซดน้ำมันเปลืองไปหน่อย อย่างไปสลักเพชรนี่เต็มถังเลยหมดพอดีตอนกลับไปถึงไก่แบ้

    นี่ขนาดกินสะบัดกันเลยนะ กลับมามีแต่คนบอกว่าดูเหมือนจะผอมลง สงสัยคล้ำขึ้นมั้ง 555

    goodnight จ๊ะ ;)))))


  5. August 18th, 2009 at 6:04 pm       leelawadee2u Says:

    มีสาวสก๊อยท์คนงามไปยืนอยู่ตรงนั้น ท้องทะเลหมองไปเลยศศิ จริงน๊ะ

    อิจฉาจัง วี๊ดวิ้ว อิอิ


  6. August 18th, 2009 at 2:55 pm       specter Says:

    พี่ศศิจ๋า เส้นทางถนนบนเกาะมันลำบากน่ากลัวไหมพี่
    พอดีคุยกับแฟนว่าอยากไปแบบนี้บ้างจัง แฟนชอบไปแบบหรูหรา แต่หนูว่ามันไม่ได้อะไรเลยเหมือนนอนเล่นอยู่บ้านบางที่นะพี่อยู่บ้านดีกว่าสบายกว่า ไปทะเลไม่เคยไปแบบนี้เลย เคยแต่ไปทางเหนือแบบลุยๆสนุกมาก
    แต่ถ้าเช่ารถขี่ แฟนอ้อนตัวใหญ่ก็จริงแต่ขับรถยังไม่ค่อยมองอะไรนึกจะจอดก็จอดนึกจะเลี้ยวก็เลี้ยว แล้วถ้าไปขี่รถจะไปรอดไหมนี่ แต่ก็อยากไปแบบพี่ศศิบ้างจังคงสนุกดี
    แหม..วันนี้เปิดตัวหวานใจซะงั้น น่ารักทั้งคู่เลยนะค่ะ
    รอชมบันทึกการเดินทางของพี่ศศิกับหวานใจตอนต่อไปอยู่นะจ๊ะ
    ฝนตกอีกแล้วรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
    🙂
    ปล.แล้วตอนนี้หวานใจกลับแล้วหรือจ๊ะ ( แหม อยากรู้อีกเรา นิสัยไม่ดีจริงๆเลย)


  7. August 18th, 2009 at 1:32 pm       singlemom Says:

    ฟีโน่น้อย–แม่คุณเรียกเสียน่ารักเชียว 555
    น่าเสียดายแทนเน๊อะที่ฝนครึ้มมาเชียว ไว้โอกาสหน้าค่อยไปใหม่แล้วกันหล่อน
    ไว้ไปเมื่อไหร่จะจุดธูปเชิญมาเป็นไกด์ให้หน่อยนะ
    ว่าแต่–เห็นหุ่นเธอแล้วให้นึกหมั่นไส้อยากขว้างไขมันไปแปะจัง อิๆๆ


  8. August 18th, 2009 at 11:48 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องกิ๊บซี่ พี่เคยไปทะเลกับเพื่อนแล้วเพื่อนสั่งยำหมูย่าง 555
    พวกพี่งี้ โห่ เลย 55555 ไปทะเล อยู่ใกล้แหล่งอาหารทะเลสดๆ
    ก็ต้องหม่ำอาหารทะเลสิคะ .. เนอะ

    good day ค่า ;)))))


  9. August 18th, 2009 at 11:45 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม ขอบคุณค๊าบบ ปากหวานจริงๆ เลย อิอิ

    good day ค่า ;)))))


  10. August 18th, 2009 at 11:43 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เลดี้ ขอบคุณค่ะพี่ หนูอยู่ที่นั่นไม่ได้ใช้เน็ตแต่เขียนลงไดอารี่ไว้น่ะค่ะ
    แล้วก็คัดย่อมาจากในไดอารี่อีกที เพราะเขียนแต่ละวันเยอะมาก 555
    กลัวเอามาทั้งหมดจะอ่านกันไม่ไหวค่ะพี่ ภาพงามเพราะสภาพภูมิประเทศบ้านเราสวยงามจริงๆ ค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  11. August 18th, 2009 at 11:40 am       sazzie Says:

    สวัสดีจ้าป๊อก ถ้าลาได้ 2-3 วันก็ไปได้แล้วจ้า ขับรถไปเอง สามสี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ข้ามเรืออีกแป๊บเดียวเอง

    สวยดีป๊อก วัยรุ่นที่บ้านน่าจะชอบนะ มีน้ำตกด้วยนะป๊อก แล้วก็มีปาร์คที่ลากูน่าที่เด็กๆน่าจะชอบน่ะค่ะ

    good day จ้า ;)))))


  12. August 18th, 2009 at 11:35 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่รัตน์ เกาะช้างทางด้านใต้น่ะค่ะพี่ ถ้าไปถึงแล้วขึ้นมาจากเฟอรี่จะลองขับรถไปทางซ้าย
    ที่เป็นเส้นทางลงใต้ของเกาะก่อนก็ได้ค่ะ รถเก๋ง(ยิ่ง 4WD ยิ่งดี)น่าจะสะดวกกว่าน่ะค่ะ
    วิวสวยมากๆ ค่ะ คอนเฟิร์ม

    good day ค่า ;)))))


  13. August 18th, 2009 at 11:30 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เมย์ อร่อยจริงๆ ค่ะ สดมากด้วย
    วันนั้นสั่ง หอยจ๊อปู ยำวุ้นเส้นทะเล กระพงทอดน้ำปลา
    ห่อหมกทะเล อร่อยทุกอย่างค่ะ กินกันเกลี้ยงเลยสองคน 555

    รำคาญแต่บริกรค่ะ เจ๊าะแจ๊ะมากไป 555 หนูนั่งหม่ำๆ อยู่ก็มาขออนุญาตเอาน้ำมันมะพร้าวทาแขนให้

    ถ้าลดการรบกวนระหว่างหม่ำลงไปได้นิดนี่ จะเต็ม 10 เลยค่ะร้านนี้

    good day ค่า ;)))))


  14. August 18th, 2009 at 11:23 am       gibsii Says:

    ไปถึงทะเลได้กินอาหารทะเล จะรู้ว่ารสชาติดีกว่าที่กทม.อีกค่ะ


  15. August 18th, 2009 at 11:10 am       cumpreram Says:

    …สวัสดีครับ…
    นางแบบเทห์จัง


  16. August 18th, 2009 at 11:01 am       lady007 Says:

    คุณศศิ คะ นอกจากเรียงคำได้ดีแล้วยังเก็บภาพได้สวยจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะ


  17. August 18th, 2009 at 10:48 am       Pok Says:

    สวัสดีศศิ

    เป็นช่วงเวลาที่น่าตามรอยไปเที่ยวจริงๆ
    มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา คงต้องร้องเพลงรอ…รอไปก่อน

    ตามมารับบรรยากาศค่ะ :))


  18. August 18th, 2009 at 10:31 am       sazzie Says:

    Now Playing: Beyond The Sea

    Free Music Downloads | Free ringtones at EZ-Tracks.com


  19. August 18th, 2009 at 10:27 am       henggy Says:

    ซิ่งฟีโน่สนุกไปเลยนะคะ แม่สาวสก๊อยยคนงาม

    เห็นภาพแล้วอยากไปจัง ทางใต้ไม่เคยไปเลย เหมือนชีวิตขาดอะไรไปอย่างเนอะ


  20. August 18th, 2009 at 10:26 am       xanax71 Says:

    อาหารที่สลักเพชรอร่อย ยังจำรสชาติได้อยู่เลย แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

    🙂


You must be logged in to post a comment.