~La lune dans noir globe~

พักโฆษณา : หลังคา

April25

 

 

 

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงจนเรียกได้ว่าปรวนแปร

เริ่มจากเช้ามืดก็เย็นเยือกจนต้องกระชับผ้าขึ้นห่ม ตกสายก็ร้อนวาบๆมากับสายลม

เที่ยงตรงก็ร้อนอ้าวราวกับเตาเผาเครื่องสังคโลก ซ้ำบางวันฝนดันตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

บ้านที่มีพื้นเป็นพื้นกระเบื้อง หลังคากระเบื้อง มีฝ้าเพดานคอยกรองความร้อนอยู่อีกชั้น

ยังร้อนระห่ำจนฉันแทบไม่อยากจะขยับตัวเพราะกลัวจะเสียเหงื่อจนร่างกายขาดน้ำ

โชคยังดีที่เรามีระเบียงกว้างทางด้านหลังบ้าน ที่เปิดรับลมให้พัดผ่านจากสวนเข้ามาช่วยคลายบ้าง

 

 

 

.

 

 

 

มองจากระเบียงหลังบ้าน ผ่านอาณาเขตที่เรายังคงเก็บเป็นพื้นที่ส่วนตัวเพื่อทำสวน

พ้นออกไปนั่นจะเป็นเนื้อที่ ที่ให้คนเช่าปลูกบ้าน ฉันมองเห็นหลังคาสารพัดสีที่เบียดเสียด

แทบจะแนบชิดติดเป็นระลอกเดียวกัน หากแต่ฉันก็ยังมองเห็นความแตกต่าง

ระหว่างผู้เช่าแต่ละครอบครัว ว่าใครลำบาก ใครดูจะมีฐานะดีกว่าใคร ก็จากหลังคา

ทั้งขนาดความกว้างของหลังคา ที่หมายถึงว่ามีอาณาเขตของบ้านที่ใหญ่กว่าคนอื่น

และวัสดุที่ใช้ในการสร้างหลังคา ที่สมัยนี้ดูจะเน้นที่กระเบื้อง หากกระเบื้องขาวธรรมดา

ก็แสดงว่าฐานะพอใช้ในระดับปานกลาง แต่หากเป็นกระเบื้องสี นั่นหมายถึงฐานะดีพอควร

แต่ก็ยังมีผู้เช่าบางรายที่ฐานะไม่อำนวยให้สร้างบ้านด้วยหลังคากระเบื้องได้

จึงยังคงใช้หลังคาสังกะสีอยู่

 

 

 

บ้านที่มีหลังคาสังกะสี ก็คงไม่ต่างอะไรกับเตาเผาดีๆนี่เองในช่วงฤดูร้อน(บรรลัย)

และพอถึงหน้าหนาวก็ทั้งหนาวทั้งชื้นจนกระไอความเย็นจับหลังคาจนกลายเป็นหยดน้ำ

แต่ในวันฝนตก ดูเหมือนว่าการได้นอนฟังเม็ดฝนร่วงใส่หลังคาสังกะสี จะน่าอภิรมย์กว่าใดๆ

 

 

 

 

ถ้าหลังคาสังกะสีนั้น มันไม่ได้เก่าคร่ำจนเป็นรู

 

 

 

 

 

ภาพจากระเบียง

 

 

 

 

หลังฝนกระหน่ำเมื่อวันสิ้นเดือนของเดือนก่อน ฉันเดินเข้าไปเก็บค่าเช่ารายเดือนจากผู้เช่า

จนกระทั่งถึงบ้านป้าสุ ป้าสุมีลูกแต่ไม่มีสามี และลูกก็ไม่ได้อยู่กับป้าสุ เธอจึงเหมือนตัวคนเดียว

ยามเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีน้องสาวและเพื่อนข้างบ้านคอยหยิบยื่นช่วยเหลือกันเรื่อยมา

ป้าสุไม่ได้ประกอบอาชีพมั่นคงฐานะจึงไม่ได้มั่งคั่ง แต่อาชีพที่ป้าสุทำ เป็นอาชีพที่ทำให้

คนเฒ่าคนแก่ทั้งหลายมีรอยยิ้มและความสุข เธอเป็นลูกจ้างรายวันของบ้านพักคนชรา

ที่เริ่มต้นเข้าสู่อาชีพนี้จากการที่เธอเป็นอาสาสมัครที่เดินทางไปดูแลคนแก่ทุกวี่ทุกวัน

จนเจ้าหน้าที่ของบ้านพักคนชราชักชวนให้เธอทำงานด้วยเพื่อที่จะได้มีรายได้เพียงพอกับค่ารถ

และอาหารในแต่ละวัน

 

 

 

ฉันผลักประตูสังกะสีที่รั้วบ้านป้าสุ เดินเข้าไปถึงในตัวบ้านด้วยความเคยชิน

ก่อนที่จะลงนั่งที่พื้นไม้กระดานและกวาดสายตามองพืชผักสวนครัวที่เจริญงอกงาม

เป็นอันรู้กันระหว่างฉันกับป้าสุว่า ถ้ารั้วบ้านไม่ได้ใส่กุญแจล็อก แสดงว่าเธออาจจะง่วน

เก็บกวาดอยู่บนตัวบ้าน หรือไม่ก็คงเดินเล่นอยู่แถวๆนั้น

 

 

 

ก่อนนั้นฉันเคยออกปากเตือนป้าสุว่า เดินเล่นใกล้ ไกลก็ควรจะใส่กุญแจหน้าบ้านให้เรียบร้อย

เพราะเดี๋ยวจะมีผู้ที่ไม่ปรารถนาเข้ามาหยิบฉวย ขโมยข้าวของภายในบ้าน

ป้าสุเธอตอบว่า .. มีทีวีแค่เครื่องเดียวจะพังไม่พังแหล่ ถ้าขโมยมันอยากจะได้

ก็ให้มันเอาไปเถอะ .. เธอมักจะจบประโยคสนทนาด้วยเสียงหัวเราะเสมอ

 

 

 

ในวันนั้น ฉันนั่งรอป้าสุกว่าสิบนาที ก็ยังไม่เห็นว่าป้าเธอจะลงมาจากเรือน ได้ยินแต่เสียงกุกกัก

ดังลอดมาจากตัวเรือนไม้เก่าๆที่เริ่มผุพัง ฉันเหยียดแขนเอนตัวไปข้างหลัง จัดอิริยาบถตัวเอง

ให้ผ่อนคลายที่สุด ชั่วจังหวะที่ฉันเงยหน้าเพื่อไล่ความเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ฉันก็มองเห็นรูโหว่

หลายรูบนหลังคาสังกะสีที่คุ้มศรีษะฉันอยู่  แต่ละรูมีขนาดตั้งแต่ปลายเข็มจนถึงหลุมกอล์ฟ

 

 

 

หลังคารั่ว ..

 

 

 

 

 

 

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

 

 

 


หนึ่งเดือนผ่านไป .. วานนี้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตแวะมาหาฉันที่บ้าน

เพื่อที่จะให้ฉันเซ็นเอกสารขอรับงบช่วยเหลือในการซ่อมหลังคาให้กับป้าสุ

เจ้าหน้าที่ผู้ชายสองคน ลงนั่งตรงหน้าและมีป้าสุนั่งติดอยู่กับฉันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

ที่เขาว่ากันว่า หน้าบานเป็นจานเชิง แต่หน้าป้าสุวานนี้ฉันว่าเธอมีความสุขมากจนหน้าบานเป็นฝาโอ่ง

ทีเดียว

 

 

 

พอรู้ความว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาสำรวจบ้านของเธอวานนี้ ป้าสุก็ออกมายืนคอยเจ้าหน้าที่

ที่หัวถนนหน้าบ้านฉันด้วยความกระวนกระวาย เมื่อมีรถคันไหนขับมาจนถึงหัวถนน

ป้าสุจะรีบสาวเท้าเข้าไป เพราะคิดว่าต้องใช่เจ้าหน้าที่จากเขตแน่ๆ แต่พอเห็นว่าไม่ใช่

เธอจะเดินกลับมายืนตั้งหลักตรงมุมถนนเดิมอย่างมีความหวัง ..

 

 

 

ฉันอ่านรายละเอียดต่างๆในแผ่นกระดาษคำร้อง ที่จะต้องเซ็นในฐานะเจ้าของที่ดินและผู้ของบ

ที่จะอนุญาตให้มีการปลูกสร้าง ซ่อมแซมในพื้นที่ของตัวเอง เพื่ออนุเคราะห์ให้กับผู้ที่มีสิทธิ์

รับความช่วยเหลือ อ่านจบ ฉันลงมือกรอกรายละเอียดต่างๆลงในหน้ากระดาษนั้น

จนถึงลายเซ็นสุดท้ายที่ท้ายหน้า

 

 

 


ทันทีที่ฉันชักมือกลับจากตัวหนังสือตัวสุดท้ายของนามสกุล ป้าสุที่นั่งอยู่ข้างๆ

ก็โผกอดฉัน เธอพร่ำพูดคำว่า .. ขอบคุณมากนะคุณ .. ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แบบนั้น

จนฉันต้องบอกว่าป้าต้องขอบคุณงบหลวง หนูแค่เซ็นยินยอมเท่านั้น

 

 

 

ฉันเองก็ไม่คิดหรอกว่า .. หลังคาจะทำให้ป้าสุมีความสุขได้มากมายถึงเพียงนี้

ตอนแรกฉันคิดเพียงว่า มีหลังคาที่ไม่ผุ ป้าสุก็จะได้ไม่ต้องมานั่งห่วงกังวลเวลาฝนตก

ว่าที่หลับที่นอนจะเปียกน้ำ

 

 

 

 

 

 

city of Bangkok from internet

 

 

 


แต่พอคิดถึงเรื่องปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต

อันประกอบด้วย ที่อยู่ ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่มและอาหาร

ฉันก็ตระหนักว่า .. ป้าสุมีความสุขก็เพราะที่อยู่ที่เริ่มผุพังกำลังจะได้รับการซ่อมแซม

 

 


หลายๆคนดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อที่จะได้มีที่อยู่อาศัยที่ใหญ่โตโอฬารกว่าใคร

ในผืนดินที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา กลับยังไม่มีความสุขเพราะต้องคอยระแวงระวัง

ว่าจะมีใครมาปลูกสร้างสิ่งใดที่ใหญ่วิจิตรกว่าของตนเอง

 

 


แต่กับบางคน .. เพียงแค่หลังคาใหม่ที่ไม่เป็นรูก็ทำให้มีความสุขที่สุดในชีวิตแล้ว

 

 

by posted under Uncategorized | 20 Comments »    
20 Comments to

“พักโฆษณา : หลังคา”

  1. April 26th, 2009 at 5:41 pm       xanax71 Says:

    วันนี้ไปเที่ยวไหนแน่เลย ไม่มาเขียนบล็อก


  2. April 26th, 2009 at 12:43 am       rainyseason Says:

    sawadee ka khun sassi..คิดถึงนะคะ


  3. April 25th, 2009 at 8:23 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ nabhasan ใช่ค่ะ เห็นป้าแกยิ้มแล้วมีความสุขค่ะ

    ตอนที่เจ้าหน้าที่ยังไม่มา แล้วป้าแกดูกระวนกระวาย ศศิก็ใจแป้วเหมือนกันนะคะ คิดว่าเจ้าหน้าที่อาจจะไม่มาก็ได้ เพราะวานนี้ตอนเข้ามาก็เย็นแล้วค่ะ

    แต่พอเจ้าหน้าที่มา ป้าแกเก็บอาการดีใจไม่อยู่เลยค่ะ 555 ยิ่งพอศศิเซ็นเสร็จนี่ โห ดีใจซะไม่มีล่ะ 5555

    good evening ค่า ;)))))


  4. April 25th, 2009 at 8:18 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณยุ้ย อย่างที่ตอบพี่เมย์น่ะค่ะ ถางทางไปเรื่อยๆค่ะ ชุมชนมันใหญ่ขึ้นแต่ระบบภายในไม่ได้โตตามน่ะค่ะ

    ต้องขอบคุณทางเขตด้วยค่ะ ที่ไม่มองข้ามคนที่ต้องการความช่วยเหลือน่ะค่ะ 🙂

    เจอกันเมื่อตอนเย็น ยังยิ้มแฉ่งอยู่เลยค่ะ 5555
    สงสัยซ่อมเสร็จก็ยังจะยิ้มค้างอยู่แบบนี้ไปอีกนานค่ะ 555

    good evening ค่า ;)))))


  5. April 25th, 2009 at 8:14 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะบอน โห ลมไม่กระดิกเลยล่ะ ใบไม้ไม่แกว่งซักใบ แล้วแดดนี่สุดๆอย่าให้เซ่ด

    ที่บ้านร้อนขนาดมั้ยล่ะบอน ..

    good evenig จ๊ะ ;)))))


  6. April 25th, 2009 at 8:11 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เมย์ เจ้าหน้าที่ที่มาเมื่อวานก็น่ารักมากค่ะ ยิ้มแย้ม มีอัธยาศัยดีมากๆ

    เลยได้นั่งคุยกันอีกหลายเรื่องค่ะเกี่ยวกับระบบภายในชุมชน เพราะมันยังมีอีกหลายอย่างที่ศศิว่าน่าจะได้รับความช่วยเหลือน่ะค่ะ เช่น ระบบดับเพลิงที่ในชุมชนไม่มี
    มีแค่ถังดับเพลิง 2 ถังเองค่ะ

    ก็ค่อยๆ ถางทางไปเรื่อยๆค่ะพี่เมย์ นักการเมืองพึ่งไม่ได้ ก็ต้องอาศัยยิงตรงหาหน่วยงานเองแบบนี้อ่ะค่ะ

    แต่ตอนนี้คุณป้าสุอ่ะ ยิ้มแฉ่งค่ะ นี่ยังไม่หุบเลยนะคะ 5555

    good evening ค่า ;)))))


  7. April 25th, 2009 at 8:05 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณชาญ ใช่ค่ะ อย่างปากซอยเข้ามาจะมีแต่ตึกแถว เลยมาหน่อยเป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็กหลังใหญ่

    พอข้ามคลองมานี่ ใครจะคิดคะว่ามีชุมชนใหญ่มากแอบอยู่ข้างในสวน แล้วในชุมชนนี่ก็ยังคละกันอีก มีทั้งคนที่มี พอมี เคยมี และไม่มี

    ยังดีค่ะที่ระบบอาวุโสยังพอจะคุมชุมชนนี้ได้อยู่ ไม่งั้นคงวุ่นวายพิลึกเหมือนกันค่ะ

    good evening ค่ะ ;)))))


  8. April 25th, 2009 at 8:00 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะท่านศร .. เช่นอะไรบ้างคะ ?? ได้ความรู้สึกร้อนเผาเป็นเตาสังคโลกกลับไปด้วยรึเปล่าคะ 555

    good evening ค่า ;)))))


  9. April 25th, 2009 at 7:57 pm       nabhasan2007 Says:

    บางครั้งน้ำใจที่เราหยิบยื่นให้คนรอบข้างเล็ก ๆ น้อย ๆ
    กลับทำให้ชีวิตเขาดูมีชีวิตชีวา ดูมีค่าขึ้น และความสุขที่เขาได้รับจากเรานี่แหล่ะค่ะ ก็ส่งผลทางอ้อม ทำให้เรามีความสุขในการเห็นรอยยิ้มของเขาเหมือนกันน่ะค่ะ ^_^


  10. April 25th, 2009 at 7:50 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณเจี๊ยบวารินทร์ สงสารแกน่ะค่ะ แล้วป้าแกก็เป็นคนมีน้ำใจกับคนอื่นๆด้วยค่ะ

    เมื่อวานยังอุตส่าห์หยอดหวานไปกับเจ้าหน้าที่ว่า ถ้าจะกรุณาก็น่าจะซ่อมฝาบ้านให้แกด้วยนะคะ เพราะไม้มันพองและก็ผุแตกหลายแผ่นแล้วค่ะ

    แต่เขาบอกรอครั้งหน้าก่อน เพราะครั้งนี้ขอไปแต่เรื่องหลังคาน่ะค่ะ

    good evening ค่า ;)))))


  11. April 25th, 2009 at 5:42 pm       pastime Says:

    อ่านแล้วมีความสุขไปด้วย
    ศศิใจดี ถ้าเป็นคนอื่นไม่รู้จะทำมั้ย
    ^____^ไม่รู้จักหน้าป้าสุ แต่คงยิ้มกว้าง น่าชม


  12. April 25th, 2009 at 4:03 pm       bonkalasin Says:

    บ้านน่าจะเย็น
    ติดริมคลอง

    นี่ยังร้อนระอุอีกเหรอเนี่ย


  13. April 25th, 2009 at 3:29 pm       xanax71 Says:

    เนื่องจากบ้านคือวิมานของเรา
    ดังนั้น การทำบ้านให้น่าอยู่ ก็คือทำวิมานให้น่าอยู่นั่นเอง

    ขอบคุณเรื่องที่เรียกรอยยิ้มท่ามกลางอากาศร้อนๆได้อีกเรื่อง 🙂


  14. April 25th, 2009 at 2:22 pm       chanpanakrit2 Says:

    สังคมเมือง
    มันก็มีอะไรที่ทับซ้อน
    อยู่ภายในอีกต้้งมากมายนะครับ


  15. April 25th, 2009 at 1:10 pm       11arrows Says:

    อ่านแล้ว ได้อะไร มากกว่าที่ได้อ่านนะ sazz’


  16. April 25th, 2009 at 11:31 am       warintirak Says:

    ความสุขของคนไม่เท่ากันจริงๆค่ะคุณศศิ..

    คุณศศิ..ก็น่ารักนะคะ..ยังมองเห็นความสุข
    ของป้าสุ..ทั้งๆที่หลายๆคนอาจมองข้ามก็ได้

    มึความในสุขวันเสาร์ค่ะ


  17. April 25th, 2009 at 11:15 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม ที่หลับที่นอนเปียกก็ไม่ต้องนอนกันล่ะค่ะ

    เอาแค่เสียงฝน ถ้าไม่ตกหนักยังนั่งๆนอนๆฟังได้เพลินๆ แต่ถ้าลงหนักนี่เหมือนใครเอาหินเขวี้ยงหลังคาบ้านแบบไม่รามือเลยนะคะ

    good day ค่า ;)))))


  18. April 25th, 2009 at 11:10 am       cumpreram Says:

    …สวัสดีครับ…
    เมื่อถึงฤดูฝน…บนหลังคากลับมีน้ำรั่วไหลลงมาในยามค่ำคืนที่กำลังหลับไหลอย่างสบายที่สุด..น้ำหยดลงมาตรงที่เรานอนอยู่พอดี…โอ้…อารมณ์นี้ไม่อยากเจอเลยจริง ๆ ..


  19. April 25th, 2009 at 10:26 am       sazzie Says:


  20. April 25th, 2009 at 10:24 am       sazzie Says:

    Im Yours – Jason Mraz


You must be logged in to post a comment.