Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

เชียงคาน : เมืองนอกสายตา

June14

 

ฉันไม่เคยคิดจะไปเยือนเชียงคานเป็นครั้งที่สอง….เมืองเล็กๆที่แสนเงียบเหงาริมแม่น้ำโขง บ้านเรือนไม้เก่าๆที่เรียงรายอยู่บนถนนชายโขงที่ยาวเกือบ 3 กิโลเมตร จนวันหนึ่งเมื่อถูกขอร้องให้มาเยือนเมืองนี้อีกครั้ง……..

 

.

 

เมษายนทีผ่านมาเมื่อสมาชิกของครอบครัวมารวมตัวกัน เรามึความคิดเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันว่าจะใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดอย่างมีคุณภาพที่สุด ฉันอยากไปทะเล พ่อกับแม่ว่าไกลเกินไปท่านห่วงบ้าน ในที่สุดเพราะกระแสการท่องเที่ยวที่แรงมากของเชียงคาน น้องๆที่แม้จะอยู่ที่อุดรธานีซึ่งไม่ไกลจากเชียงคาน แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่มีโอกาสได้ไปเยือนสักที ครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ …..

 

 

เราออกจากบ้านสายๆกะไปทานข้าวบ่ายที่เลย อุดรธานีกับเลยนั้นขับรถเพียงสามชั่วโมงกว่าๆ สมาชิกหลายคนกลัวที่พักที่เชียงคานจะเต็มเลยขอให้เฮียซึ่งเป็นเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ที่เลยและน้องจอยซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเราจองที่พักให้

 

 

 

เฮียและน้องจอยชวนแวะทานข้าวบ่ายที่ร้านของเพื่อนชื่อ 'ล้านช้าง' ร้านอาหารหรูตั้งอยู่บนถนนหลักก่อนเข้าจังหวัดเลย ร้านสวยด้วยศืลปะแห่งล้านนาและอาหารอร่อยมาก ราคาไม่แพง โดยเฉพาะมื้อนี้ไม่แพงเลย 555 เพราะว่าเจ้าถิ่นขอจ่าย

 

 

อิ่นหนำสำราญแบบกองทัพเดินด้วยท้อง เราจึงบ่ายหน้าไปยังเชียงคานซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเพียง 47 กิโลเมตร มีรถเจ้าถิ่นนำ ขับตามกันไม่ให้เสียขบวน ป้ายบอกทางไปเชียงคานชัดเจนถึงไม่ขับตามกันไปก็ไม่มีหลงงานนี้ นอกจากตั้งใจจะหลงไปที่อื่น 555

 

ถนนหนทางสวยงามด้วยดอกไม้หน้าแล้งเช่นหางนกยูง ต้นคูน ดอกประดูที่นอกจากสวยแล้วยังส่งกลิ่นหอมด้วย ดอกเฟื่องฟ้า และต้นมะม่วงที่ให้ผลดกมาก ฉันชอบต้นมะม่วงเวลามีลูกดกเต็มต้น บ้านเรือนสองข้างทางสวยงาม ตามแบบฉบับบ้านในชนบททั่วไป ฉันชอบอากาศที่เลย ถ้าจะให้โหวตว่าจังหวัดไหนในอิสานสวยและน่าอยู่ที่สุดฉันขอโหวตโน อุ๊บส์ ! โหวตให้เลยคะ แม้แต่ 7/11 ยังสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็น

 

7/11 เชียงคาน

 

 

เกือบชั่วโมงเราก็มาถึงที่พักชื่อไทเชียงคาน หอบข้าวของขึ้นบ้านพักกัน

 

 

 

เจ้าของบ้านพักใจดีรู้จักกับเฮีย พวกเราจึงได้ห้องพักราคาพิเศษ เจ้าของร้านชายสั่งเสียพวกเราว่าคราวหน้าถ้ามีโอกาสมาเที่ยวใหม่แล้วที่พักเต็มให้โทรฯหาเขาๆจะเปิดบ้านส่วนตัวให้พักฟรี (ผู้หญิงในรุปไม่ใช่เจ้าของ)คนเชียงคานใจดีจริงๆ

 

ถ้าเชียงคานจะมีข้อเสียบ้าง ฉันคิดว่าน่าจะเป็นการหาที่จอดรถยากมากและเดินไกลสำหรับ สว เรานำรถไปจอดในวัดใกล้ๆที่พัก เขาไม่เก็บค่าจอดรถ

 

 

สว สองท่านขอตัวพักผ่อน ลูกๆจึงชวนกันไปเดินเล่น น้องจอยไกด์กิตติมศักดิ์ซึ่งมาทำงานที่เลยหลายปีแล้วบอกว่าจะพาพวกเราไปเดินเล่นริมแม่น้ำโขงรับลมเย็นๆ

 

 

 

 

พร้อมไปดูสวนหย่อมที่เธอประมูลโครงการทำสนามเด็กเล่นได้เมื่อปีที่แล้ว

 

 

น้องจอยโม้ต่อไปว่าการที่เธอทำงานประมูลกับอำเภอเชียงคาน จึงจำเป็นต้องเข้าออกอำเภอเพื่อส่งเอกสารและติดต่องานบ่อยๆ วันหนึ่งเธอไปอ่านพบประวัติของเจ้าเมืองเชียงคานคนแรกเธอถึงกับอึ้งว่าเจ้าเมืองเชียงคานคนแรกนามสกุลเดียวกับคุณตาของพวกเรา !!??….. เท่านั้นละวงสนทนามีเสียงอื้ออึง…..เพราะนึกไม่ถึง หรือปลื้มใจ ประหลาดใจไม่รู้ ส่วนตัวฉันเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าเป็นสายสกุลเดียวกับคุณตา….(พ.ศ. 2452  เมืองเชียงคานมีพระยาศรีอรรคฮาด (ทองดี ศรีประเสริฐ) ได้รับตำแหน่งนายอำเภอเชียงคานคนแรก ต่อมาพ. ศ. 2484 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอเชียงคานมาอยู่ ณ ที่อยู่ปัจจุบันตราบเท่าทุกวันนี้)

 

โม้จนน้ำลายแตกฟองทั้งทีมรู้สึกคอแห้ง เฮียเสนอว่าไปดื่มกาแฟอร่อยๆแล้วเดินเล่นที่ถนนคนเดินกันดีกว่า เดินไปพบโปสเตอร์ขนาดใหญ่ ตักบาตรข้าวเหนียว แล้วเราก็ปรึกษากันว่าพรุ่งนี้จะตื่นเช้าใส่บาตรกันตอน 6 โมงเช้า

 

 

ร้านรวงตลอดชายโขงร่วม 3 กิโลเมตรนั้นเป็นบ้านไม้เก่าๆที่เกือบทั้งหมดเป็นเป็นบ้านพัก ร้านอาหาร ร้านให้เช่าจักรยาน ร้านขายสินค้าที่ระลึก หรือร้านขายเสื้อยีด ของพื้นเมือง ฉันเดินไปจ๊ะเอ๋ขนมเปียกปูน ความที่ไมได้ทานนานมากกก มันช่างอร่อยจริงๆ

 

 

ฉันประทับใจสำเนียงภาษาที่น่ารักๆของชาวเชียงคาน และวิกีพีเดียบอกว่าภาษาของคนจังหวัดเลย มีสำเนียงภาษาแตกต่างจากภาษาพูดของคนในจังหวัดภาคอีสานอื่น ๆ เพราะกลุ่มคนที่อาศัยปัจจุบันนี้มีประวัติการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองหลวงพระบางแห่งอาณาจักรล้านช้าง ต่อมาต้นพุทธศตวรรษที่ 23 ชาวหลวงพระบางและชาวเมืองบริเวณใกล้เคียงที่อพยพมาเมืองเลยได้นำวัฒนธรรมด้านภาษาอีสานถิ่นอื่นเข้ามาด้วย โดยภาษาเลยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มหลวงพระบางอันประกอบด้วยภาษาเมืองแก่นท้าว ภาษาอำเภอด่านซ้าย และภาษาอำเภอเมืองเลย ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวไทเลยจึงมีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบาง แต่บางพยางค์ออกเป็นเสียงสูงคล้ายสำเนียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนเมือง ส่วนคนในวังสะพุงจะพูดเสียงห้วนกว่าชาวเลยถิ่นอื่น…..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วก็มาเจอร้านกาแฟกันซะที 5555

 

 

 

ดื่มกาแฟเสร็จ น้องจอยบอกว่าไปหาอะไรรองท้องก่อนอาหารเย็นกันดีกว่า พวกเราจึงเดินไปเฮือนหลวงพระบาง สั่งยำรสจี๊ดจ๊าดมาจานหนึ่ง น้องจอยติดลมบนขอสั่งปลาส้มทรงเครื่องซึ่งร้านนี้มีชื่อ (เขาเขียนแนะนำไว้) ฉันบอกว่าไม่สามารถ ขอให้น้องจอยรอทานอาหารเย็นดีกว่า สักพัก สว. โทรฯมาบอกว่าหิวข้าวแล้วให้ไปรับโดยด่วน…..

 

 

 

 

เราเดินเลียบชายโขงไปที่วัดเพื่อนำรถไปรับ สว ไปทานข้าว ทิวทัศน์ยามเย็นของแม่น้ำโขงนั้นสวยมาก เป็นที่น่าเสียดายว่าวิวข้างหลังของร้านและบ้านเรือนต่างๆนั้นไม่ได้รักษาให้ดูเป็นระเบียบและสวยงามสมกับที่มีวิวดีๆเป็นของตัวเอง เรื่องนี้นั้นตอนแรกฉันคิดว่าเป็นข้อสังเกตเพียงฉันคนเดียว แต่คุณทวีดซึ่งเป็นเพื่อนที่บล็อกก็รู้สึกเช่นเดียวกันตอนที่เธอไปเยือนเชียงคานเร็วๆนี้

 

 

 

 

 

สว ของฉันไม่สะดวกที่จะเดินไปทานข้าวที่ร้านอาหารที่ถนนคนเดินเพราะเดินไกลมาก เราจึงพาท่านไปทานอาหารนอกเมืองที่ร้าน 'อู่ข้าวอู่น้ำ' อาหารใช้ได้ราคาไม่แพง บรรยากาศดีคะ มีลมเย็นๆพัดตลอดเวลา ต้องขอบคุณไกด์ท้องถิ่นเฮียและน้องจอย

 

 

อิ่มหนำสำราญทั้งทีม เราขับรถพา สว กลับที่พัก ก่อนที่จะนำรถไปจอดไว้ในวัดอีกครั้ง ถนนคนเดินเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว เราเดินเที่ยวอีกครั้ง ยามค่ำคืนของเชียงคานก็สวยไปอีกแบบ สาวๆในทีมเราแวะซื้อข้าวจี่ทาไข่ทานคนละไม้ ฉันขอโบกมือลา ไม่สามารถ เดินไปสักประเดี๋ยวมีรถเข็นขายกุ้งเสียบไม้ย่าง ใช้กุ้งแม่น้ำโขง คนสาระแนอย่างฉันอยากรู้ว่าเขาจับกุ้งตัวเล็กๆนี้อย่างไร คนขายบอกว่าใช้สวิงตักตามริมฝั่ง ขอบอกว่าถ้าใครมาเชียงคานไม่ได้ชิมกุ้งเสียบไม้ย่าง และเมี่ยงกุ้งย่างแล้วละก็ คุณยังมาไม่ถึงเขียงคาน 555

 

 

ฉันมีภาพเชียงคานยามค่ำคืนเพียงภาพเดียวคะ เพราะลืมกล้องอีกตัวไว้ที่บ้านอุดรฯ แป๊วๆๆๆๆๆ

 

 

เราเดินไปดื่มค็อกเทลร้านเล็กๆริมโขง มองไปฝั่งตรงข้ามบ้านพี่เมืองน้อง เพียงห้าทุ่มเชียงคานก็เงียบกริบ เราเดินกลับที่พัก นัดกันอีกที พรุ่งนี้เช้า 6 โมงเพื่อใส่บาตร

 

 

รุ่งขึ้น พ่อกับแม่ตื่นตั้งแต่ตีห้า อยู่ที่บ้านท่านก็ตื่นเวลานี้ ฉันฝืนลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปใส่บาตรข้าวเหนี่ยว ตอนแรกฉันสงสัยว่าทำไมเรียกตักบาตรข้าวเหนี่ยว คงเป็นเพราะข้าวเหนี่ยวคืออาหารหลักของคนอิสานและเครื่องใส่บาตรก็ประกอบไปด้วยกระติ๊บข้าวเหนี่ยว นม ขนม ฯลฯ

 

ความจริงคนอิสานส่วนใหญ่ที่ฉันเห็นก็ใส่บาตรแบบนี้เหมือนกันแต่เราเรียกสั้นๆว่าใส่บาตรไม่มีข้าวเหนี่ยวต่อท้าย บรรยากาศแบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงตอนไปเที่ยวหลวงพระบาง

 

 

อีกกิจกรรมหนึ่งที่อยากแนะนำเมื่อคุณมาเยือนเชียงคานคือการปั่นจักรยานริมโขงหรือรอบเมือง ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง ตอนเช้าแม้ว่าจะเป็นปลายเดือนเมษายน ละอองไอหมอกยามเช้าช่างโรแมนติคนัก

 

 

 

 

 

ฉันแอบเห็นสินค้าส่งออกด้วยละคะ

 

 

ฉันปั่นจักรยานเล่นรอบเมืองอยู่หนึ่งชั่วโมง รู้สึกหิวจึงแวะซื้อหมูย่างข้าวเหนี่ยว(อร่อยมากกก) เรานำไปทานริมโขง หลังจากเมื่อเช้าทานปาท่องโก๋สองตัว ปาท่องโก๋เชียงคานอร่อยมาก และจากนั้นฉันยังทานโจ๊กได้อีกชามหนึ่ง

 

 

 

 

หลังจากนั้นเราจึงเคลื่อนขบวนไปแก่งคุดคู้ และต่อไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง ซึ่งใช้เส้นทางภูเรือ เกือบชั่วโมงก็มาถึง บรรยากาศดีมาก สำหรับคนชอบธรรมชาติ ล่องแพและทานอาหาร ทริปนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยการกิน และกิน

 

 

 

 

 

การได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพและมีคุณค่ากับครอบครัวครั้งนี้ ทำให้เชียงคาน เมืองเล็กๆนอกสายตาฉัน เป็นเมืองแห่งความทรงจำที่งดงามและมีความสุขทุกครั้งที่ได้นึกถึง เมื่อห่างบ้านภาพแต่ละภาพในบล็อกนี้เตือนความจำได้อย่างดี ขณะที่เขียนบล็อกและเล่นเพลงนี้ เสียงเศร้าๆหวานๆของนักร้องทำให้ฉันแอบกรีดน้ำตาคิดถึงบ้าน…

 

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านคะ

23 Comments to

“เชียงคาน : เมืองนอกสายตา”

  1. February 12th, 2010 at 9:58 pm       kenjionline Says:

    เครื่องมือแบบนี้ดูแล้วไม่น่าจะทำยากนะครับ
    น่าจะให้โรงเรียนหรือวิทยาลัยอาชีวะในไทยพัฒนาขึ้นนะครับ
    จะได้เครื่องมือเครื่องไม้ที่มีคุณภาพในราคาประหยัด
    แถมบางทีเด็กๆ อาจจะมีไอเดียอะไรดีๆ ใส่เข้าไปให้เจ๋งกว่าของนอกได้อีกครับ

    ส่วนรัฐบาลก็มีหน้าที่ในการสนับสนุนอาจจะซื้อให้โรงพยาบาล
    หรือว่าส่งเสริมให้โรงพยาบาลซื้อไปใช้

    โรงเรียน/วิทยาลัย ก็เอาเงินที่ได้ไปวิจัยเครื่องมือใหม่ๆ
    และส่วนหนึ่งก็ให้เด็กๆ เป็นรายได้เสริม

    ดีกว่าไปซื้อเครื่องมือในราคาสูงเกินจริง (แอบโกง) อย่างที่เป็นมา
    บางอย่างก็เป็นข้อสงสัยในการใช้งาน เช่นอย่างกรณี GT200


  2. February 11th, 2010 at 1:54 pm       korpai Says:

    Ha..Ha..Ha..
    มดตะนอยนี่..
    อย่างนี้ก็เขินแย่ซิ
    เดี๋ยวเขารู้กันหมดหรอกจ้า
    เอ..รู้ว่าที่เขินน่ะ(ไปหมด)
    ฮิ้วๆๆฮิ้วๆๆ


  3. February 11th, 2010 at 8:36 am       athenaz Says:

    Hi morning ka..bit busy

    Love you with an English Heather !

    July -  North York Moors

    :))
    xxx


  4. February 10th, 2010 at 10:29 pm       wannaprasart Says:

    [3.]คุณTanya ครับ…

    อยากทราบว่า……

    ..คงอยู่ตอนกลางวัน คนเดียวจนชิน นึกอะไรพูดไม่ออก

    นึกหน้า ลืมชื่อ จำชื่อ นึกหน้าไม่ออก เลยขี้เกียจคุย หรือ

    อาจจะเกิดจากยา เป็นผลข้างเคียง..ธรรมดา

    ….เข้าใจว่าอย่างนั้น

    เริ่มเปลี่ยนสรรพนาม…

    แต่ก่อนเีรียก…ไอ้หนู(อีหนู)…ถ้าอยู่ไกลหรือทำเป็น

    ไม่ได้ยินก็ ดังหน่อย…ไอ้หนู โว้..ย! อีหนู โว้..ย!

    แต่เดี๋ยวนี้ไม่เรียก..ไม่ใช้คำนี้ แต่มีคำว่า’เอง ‘ของเอง

    มาใช้แทน

    ไม่นับเดือน ปี ขึ้น แรม วันโกน วันพระ ไม่จำเหมือนก่อน

    แต่ถ้าบอกว่า วันนี้วันจันทร์ จะไล่วันถูกว่า จันทร์แล้ว…

    อังคาร พุธ ไปจนครบ

    หลงเวลา ตื่นมาต้องคอยบอกว่า เพลแล้ว.. บ่ายแล้ว..

    ..เย็นแล้ว

    คุณTanya ครับ…

    อยากทราบว่า……

    …”อาการเราสองคน..ดูน่าเป็นห่วงไม๊ครับ เชียร์กันไป ชมกันมา..ดูออกหน้า ออกตา พิกล.”

    ”เจนนี่”สาวสุดเลิฟของนายกัมพ์


  5. February 10th, 2010 at 10:26 pm       wannaprasart Says:

    [2.]คุณTanya ครับ…

    อยากทราบว่า……

    หมอเริ่มรักษาอาการไม่สงบ เลอะ…หลง เป็นเบื้องแรก

    ตามแนวทางรักษาผู้ป่วย อัลไซเมอร์ ด้วยยา…..

    อาการดีขึ้นตามลำดับ กินข้าว(สวย)เองได้ พยุงทำธุระ

    ในห้องน้ำได้ จำลูกหลาน พยาบาล คนมาเยี่ยมได้

    แถมวันสุดท้าย..ยกมือลาหมอ..แล้วชมว่า…น่ารัก

    …ลืมไปเลยว่า อาการยอกหลัง สะดุ้ง ทรมานหายไป

    ตั้งแต่เมื่อไหร่…แต่ยังทานยาชลออาการกระดูกพรุน

    กลับบ้าน…เปลี่ยนจากคนป่วย เป็นคนชรา กินข้าวสวย

    สามเวลา กินหมาก กินยาตามปกติ

    ….แต่ไม่พูด ไม่จา พยักหน้า ถามคำตอบคำ สังเกตุว่า

    ค่อยๆเริ่ม มีอาการแบบนี้มาหลายปีแล้ว ค่อยๆเป็นจน..

    ไม่ได้สังเกตุ


  6. February 10th, 2010 at 10:23 pm       wannaprasart Says:

    Forrest Gump

    [1.]คุณTanya ครับ…

    อยากทราบว่า……

    คนแก่ปัจจุบันอายุ 96 ปี เคยเจ็บหนักเมื่อ 4 ปี กระดูก

    พรุนเหมือน(ก้าง)ปลากระป๋อง ซี่โครงยุบ ยอกหลัง ทรมาน

    หมอให้ยาแก้ยอก ยาชะลออาการกระดูก ยาเจริญอาหาร

    ยาอารมณ์ดี ยานอนหลับ เป็นไข้ ท้องผูก ท้องเสีย เพิ่ม-ลด

    ตามความจำเป็น

    เข้าใจว่าอาการเกิดจากยา มากไป น้อยไป ปรับยาไม่

    ตรงกับอาการ

    …ไม่ยอมนอน…เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้…อาการ

    ไม่สงบ พูดเลอะ…หลง จำไม่ได้…..เลยเข้า รพ.

    หมอปล่อยดูอาการ….เรื่องกระดูกพรุนเอาไว้ทีหลัง


  7. February 10th, 2010 at 10:07 am       รุ่ง Says:

    ยามเจ้าทุกข์ยากฮ้อน ปานว่าไฟเผา
    ให้อดเอาเด้อนาง ว่าธรรมดาโลก
    มีเทิงสุขเทิงโศก เป็นไปสู่เซ้าค่ำ
    อย่าคึดนำอ้อนต้อน งุนง่วงป่วงหา

    ทุกข์เป็นธรรมดาแล้ว คนเฮาอย่าฟ้าวจ่ม
    คันเฮาเฮ็ดดีแล้ว สวรรค์พู่นสิส่งเสริม…

    ช่วยตนเองก่อน แล้วพระเจ้าจะช่วยท่าน

    จั๊กเข้าหรือบ่เข้าบทความ…กะซางตาม !


  8. February 10th, 2010 at 6:17 am       lostview Says:

    🙂

    ยิ้มทักทายก่อนค่ะ


  9. February 9th, 2010 at 10:34 pm       11arrows Says:

    ประสบการณ์ของท่าน tanya ช่างเร้าใจ
    ที่จริง ไม่อยากให้เร้าใจเท่าไร
    ข้าพเจ้านึกกลัวๆ แบบ สว กัด
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    🙂


  10. February 9th, 2010 at 9:49 pm       wannaprasart Says:

    “………สนนราคาที่นี่ราคา 100,000 บาท……

    ——————————————————

    ‘อภิสิทธิ์’ คุย นายกอังกฤษ ชื่นมื่น

    …ว่าจะซื้อให้ แม่ แกบอกไม่ชอบ…..
    คนแก่ข้างบ้าน….ลูก หลาน ช่วยอุ้มมาวางบนเสื่อ
    แล้วก็ ลากไป ลากมา….ตื่นเช้า ลากออกจากห้อง
    เข้านอน ลากกลับเข้าห้อง….

    หัวชนกัน….สนุกสนานครื้นเครง
    …………………………………………………
    …อ้าว..!? เมื่อวานเห็นบอก เครื่องละเจ็ดหมื่นกว่า
    วันนี้ปาเข้าไปเป็นแสน…ขึ้นแล้ว…เ.ลอ !?
    ….แล่ว…!..แล่…ว ! แ..ล่…ว..!!

    ท่านกอร์ดอน บราวน์ จะรู้ไม้เนี่ย.?..เดี๋ยวจะเหมือน
    ….”ไทยเข้มแข็ง” ของท่านอภิสิทธิ์..นา


  11. February 9th, 2010 at 9:20 pm       comenubb Says:

    ดูหน้าตาแล้ว ออกจะน่าสนุกอยู่ไม่น้อย…

    แต่เกรงว่าคนไข้คงจะไม่สนุกด้วยซักเท่าไหร่…และคงไม่มีใครอยากใช้ ถ้าไม่จำเป็นน่ะครับ 🙂


  12. February 9th, 2010 at 3:02 pm       korpai Says:

    มดตะนอยเอ๋ย
    ไม่รุ้ว่าชอบอะไร
    ไม่มีในใจที่จะเอื้อนเอ่ย
    ไม่ถึงกับเฉยเมย
    ไม่เคยเอื้อนเอื่อยความในใจ
    เคยมีฝรั่งมาชอบแต่ขอดูรอบคอบ
    เลยไม่ตัดสินใจ
    ขออยู่อย่างสบายใจเท่าที่ให้ใจได้เป็น


  13. February 9th, 2010 at 10:12 am       alphabet Says:

    เพลงเพราะนะคะ

    อย่าว่าแต่คนแวดล้อมที่อารมณ์ไม่ปกติเลยค่ะ
    เราเหมือนกัน วันนี้เศร้า ๆ แต่เช้า
    แต่พอสายก็หลั่นล้าแล้ว เหมือนคนอปกติไหมคะ อิ อิ


  14. February 9th, 2010 at 9:14 am       athenaz Says:

    G’mornigng ka..dear Tanya,

    Bring you sunny spring to looking forward to..

    Round a curve on the scarborough line
    :))
    xxx


  15. February 9th, 2010 at 9:08 am       pkkk2714 Says:

    โรคอัลไซเมอร์ ยายของพี่กุ้งเป็นโรคชรา (เอาแต่ใจตัวเอง เจ้าระเบียบ หวงของทุกชิ้นรอบตัว )

    แม่ของพี่กุ้งเป็นโรคอัลไซเมอร์ เหมือนเด็กเล็กๆคลานไปมาชอบลื้อของ จับเข้าปาก

    สองคนแม่ลูกอยู่ด้วยกัน แม่พี่กุ้งชอบเข้าไปลื้อเชี่ยนหมากของคุณยาย วันละหลายรอบ เสียงยายตะโกนหงุดหงิดสมบัติสำคัญของตระกูล กลายเป็นของเล่นเด็กน้อยกระจุยกระจาย

    อีกหลายเรื่องอภินิหารสองคนแม่ลูกสร้างไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้กับตระกูลพี่กุ้งไว้เล่ากันยามคิดถึงแม่คิดถึงยาย

    เอื้องตาเหิน บนภูหลวง ปลายเดือนมาราคม

    ภาพจากเพื่อนท่องธรรมชาติใน ธรรมชาติ TWS

    Photobucket


  16. February 9th, 2010 at 2:57 am       rapeseed Says:

    K.siwaya2517,

    ขอบคุณคะที่แวะมาเยือน

    กอไผ่จ๊ะ หนุ่มของตะเองนะก็น่ารักดีนะก็ไม่เห็นว่าจะเป็นของแปลกตรงไหนเพียงแต่ข้าพเจ้า ชอบ ฝร เท่านั้นเองค้า ความหล่อความสวยอยู่ที่สายตาคนมองเด้อซิบอกให้ ป่านนี้เพื่อนกอไผ่คงนอนคลุมโปง คร็อกฟี้ ๆ อันนี้เราเติมเองจ้า

    พี่เอเธนาส ขา,
    I’ve got it wrong ka. It is not spring yet it’s bloody WINTER kaaaa,snow is coming I do hate it.It has been the worse winter I’ve ever experienced ka. Looking forward to ur new blog ka…sleepy now gd nite na ka Khun P.AT x


  17. February 9th, 2010 at 12:45 am       athenaz Says:

    I heard something like spring is coming sooon ..!
    such a relief to hear that ka :))


  18. February 9th, 2010 at 12:44 am       athenaz Says:

    :))

    I have not finished writhbg new blog..see u tomorrow ka.. back home late tonite ka:))


  19. February 9th, 2010 at 12:22 am       korpai Says:

    อ้า อ้า..ไม่ได้นะแม่มดตะนอย
    หนุ่มน้อยเราแอบดูซีรีส์เค้ามาตั้งนานแล้ว
    ดูก้นปอด ขอบตาคล้ำ
    นั่นเป็นเสน่ห์ที่แปลกดี
    ใครไม่ชอบของแปลก

    ถอยปาย..
    ฮ้าฮ้าฮ้า

    แต่น่ารัก..นะซิบอกไห่
    คราวน้นอนเจงๆแล้ว
    มัวติดลมคุย
    เดี๋ยวต้องตื่นแต่เช้าจ้า


  20. February 9th, 2010 at 12:11 am       rapeseed Says:

    Roberta Flack – Killing Me Softl…killing me softly with his song songs | music videos | lyrics


  21. February 8th, 2010 at 11:51 pm       siwaya2517 Says:

    ภาพสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


  22. February 8th, 2010 at 11:47 pm       rapeseed Says:

    ป้าดดดด กอไผ่ที่รัก เร็วปานวาสิฏฐีสาว รวดเร็วดั่งสายฟ้า โอ้ เริ่ดค้า สารภาพรักหนุ่มใสสะอาดออนไลน์เลย แต่ฮีหล่อเจงๆนะค้าแต่ไม่ใช่สเป็คเดี้ยนค้า ราตรีสวัสดิ์นะคะ ฝันดีฝันถึงหนุ่มคนนี้น้า


  23. February 8th, 2010 at 11:43 pm       korpai Says:

    แวะมาคาราวะก่อนนิทราค่ะ
    วันนี้ทาริกาอาจนอนดึก
    เขียนเรื่องที่คิดนึก
    เพิ่งเสร็จศึกเตาะแป้นคีย์
    เห็นว่ายังไม่นอนกสองขาจรมาถึงนี่
    แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคนดี
    ชื่อธันยา

    เดี่ยวมาอ่านต้องนอนแล้วจ้าดึกแล้ว


You must be logged in to post a comment.