ช่วงสายของวันศุกร์ที่ผ่านมาระหว่างที่เอารถยนต์ของที่บ้านไปเช็คที่อู่รถอยู่  ระหว่าง

ที่พักรอรถซ่อมอยู่ในอู่ ทางศูนย์ซ่อมเปิดทีวีดูข่าว เลยได้มี Breaking news แทรก

เข้ามาว่ามีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่ เมือง Sendai จังหวัด Miyagi

ทางเดินเท้าที่ Sendai

 

พอได้ยินข่าวนั่นเองอดนึกถึงเมื่อปีที่แล้วไม่ได้เลย  เพราะวันที่ 1 มีนาคม 2553  กำลังอยู่ในช่วง

เดินทางอยู่ในญี่ปุ่น และเราไปเที่ยว Sendai กันตามแปลน เราและเพื่อนร่วมทางอีกสองคนทั้งหมด

เป็นสาม รีบตื่นแต่เช้าตรู่ออกจากที่พักที่  Asakusa นั่งรถไฟเที่ยวกันทันที 

 

แผนที่เส้นทางรถไฟที่พาพวกเราไปยัง Sendaiจากที่พักในโตเกียว

 

 ระหว่างทางไปที่นั่นต้องนั่งรถไฟไปต่อ แม้ว่าพวกเราจะต้องเจออุปสรรคบ้างเรื่องการสื่อ

สาร แต่ผู้คนที่อยู่ล้อมรอบตัวพวกเรานั้น ต่างมีน้ำใจทุกคนพร้อมจะยื่นมือมาให้ความช่วย

เหลือตลอดเวลา  ปัญหาเรื่องภาษาไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกต่อไป เพราะทุกคนต่างพร้อมอกพร้อมใจ

ช่วยเหลืออธิบายเส้นทางให้พวกเราเข้าใจ  

 

 

ป้ายเตือนให้ระวังตัวขณะขึ้นรถไฟที่นี่

 

Locker ใส่ของถุกออกแบบเป็นรูปการ์ตูนสวยงาม

 

เมื่อถึงที่หมายรถไฟจอดลง เลยต้องถ่ายรูปรถไฟที่แสนสวยงามก่อนเยื้องย่างกายลงเที่ยว 

 ก็แหม..รถไฟที่นี่ทุกสายสวยงามเหลือเกินเดินไปที่ Information center เพื่อขอข้อมูลในการเดินทาง

ว่าจะใช้เวลาที่ไหนเท่าไหร่ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลย

 

         หญิงสาวผู้นนนั้นเป็นผู้อธิบายเส้นทางให้แก่พวกเราเมื่อไปถึงที่ Sendai ขอให้พระคุ้มครองให้เธอปลอดภัยรอดพ้นจาก Tsunami 2011 ด้วยเทอญ

                     หญิงสาวผู้ที่ทำงานอยู่ที่นี่มาบอกพวกเราว่า อีกไม่นานจะมี Tsunami เกิดขึ้นที่นี่ พวกเราพัก

กันที่ไหนในคืนนี้ พอรู้ว่าพวกเราพักกันในโตเกียว เจ้าหล่อนรีบชี้แจงรายละเอียดให้รู้ว่าเดี๋ยวให้รีบจับ

รถไฟเที่ยวสุดท้ายออกจากที่นี่ดีกว่า เพื่อความปลอดภัย  เมื่อรู้ข่าวเธอรีบมาชี้แจงให้พวกเรารับรู้

ข้อมูลด้วยความรอบคอบและตอบข้อสงสัยของเราอย่างมีสติ ฉันยังแอบชื่นชมอยู่ในใจ

 

นอกจากเธอคนนี้แล้วยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลขบวนรถไฟนำป้ายกระดาษที่เขียนด้วยลายมือของเขา

ที่เพิ่งเขียนเสร็จด้วยปากาเมจิกสีน้ำเงิน   กำลังถูกกแปะบลงบนกระจกในสถานีรถไฟเพื่อบอกกับ

ผู้โดยสารที่กำลังจะซื้อตั่วที่ช่องขายตั๋วภาษาที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นที่พวกเราทั้งสามคนอ่านไม่รู้

เรื่อง   แม้ว่าจะเป็นภาษาที่ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ก็ตาม แต่สายตาที่ส่งออกมาแสดงถึง

 ความห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์ของคนที่เป็นเจ้าบ้านนั้น ทำให้มิตรที่เป็นผู้มาเยือนอย่างพวกเรา

รับความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งมาให้จากกิริยาท่าทางของเขา

 

              พอเจอที่หมายพวกเราดิ่งเข้าไปถามเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวทันที   หญิงสาวผู้ที่ทำ

หน้าที่บอกข้อมูลที่นี่ในเวลานั้น รีบออกมาจากซุ้มที่ทำงานของเธอทันที พร้อมแจ้งข่าวว่ามีสึนามิ

เกิดขึ้นที่ชิลี และอีกไม่น่านจะถึงที่เซนไดแล้ว ผู้ทำหน้าที่ให้ข้อมูลแก่เรานั้นถามพวกเราว่ามาจาก

ไหนกัน และที่นี่มีที่พักที่นี่หรือเปล่า และคำถามสุดท้ายคือบอกกับพวกเราว่ามีรถไฟเที่ยวสุดท้ายจะ

ออกจากที่นี่ ประมาณ 11: 34 นาที หลังจากนั้นจะไม่มีรถไฟวิ่งอีกแล้ว เพราะมีระบบเตือนภัยสึนามิ

กำลังบอกว่าจะมีสึนามิกำลังเดินทางที่นี่ ทางการให้แจ้งมายังผู้ที่อยู่ที่ชายหาดทุกคนให้ทราบ

  

                      พวกเราทั้งสามคนรอเพื่อขึ้นรถไฟขบวนสุดท้ายพร้อมๆกับเพื่อนร่วมทางอีกหลายคนที่มาเที่ยวที่นี่เช่นกัน ไม่ต้องสงสัยว่ารถไฟจะมีคนเต็มตู้  ทุกคนในขบวนรถเที่ยวสุดท้าย ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เอื้อ

เฟื้อที่ยืนตลอดทาง    รถไฟขบวนนั้นไม่ได้รีบออกทันที ยังคงรอผู้คนที่วิ่งมาจากชายหาดที่เห็นอยู่

ไกลๆในวันนั้นฉันและเพื่อนยืนที่ประตูรถ จึงได้มองเห็นวิวสวยๆจากเมือง Sendai จากริมประตูรถไฟ

ด้วยมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก

  

 

ป้ายเตือนภัย Tsunami ได้สอนให้ผู้มาเยือนเตรียมพร้อมเสมอ

 

.

 

ฉันหันไปถามเพื่อนๆที่มาด้วยกันว่าจะเอาอย่างไร จะอยู่เที่ยวที่นี่หรือว่ากลับรถขบวนที่เจ้าหน้าที่บอก

 เพราะว่าในตอนนั้นสำหรับตัวเองฉันอย่างไรก็ได้ พอหันไปมองหน้าเพื่อร่วมทาง มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าเขา

เป็นลูกคนเดียวเป็นห่วงแม่ กลับดีกว่าไม่เที่ยวต่อแล้ว พอหันหน้าไปที่เพื่อนอีกคนที่มาด้วยกับ พยักหน้าเห็น

ด้วย เป็นอันว่าตกลงกลับโตเกียว  ก่อนกลับบ้านพวกเรายังแวะเดินเล่นที่ชายหาด  ถ่ายรูป Sendai ไว้เป็นที่

ระลึกได้แต่มองรูปเกาะที่คิดว่าจะไปเที่ยวอยู่ไกลๆ 

 

 

ต้มไม้ใหญ่ถูกดูแลอย่างดี

ระหว่างทางที่เดินไปชายหาดของ Sendai

                             ในระหว่างที่รอรถอยู่นั้นพวกเราทั้งสามคนยังเดินไปหาของกินรองท้องก่อน

เพราะว่าเดินไปเจอร้าน   ขายของข้างทางก่อนถึงชายหาดเลยเลยซื้อขนมที่นี่รองท้องกันในเช้าวัน

นั้น พออาหารตกถึงท้อง แล้วทำให้มีกำลังในการเดินมากขึ้น  เพราะตอนแรกหิวมากเลย  ไม่เห็นมี

ร้านขายอาหารละแวกนั้น ด้วย 

 

ชายหาดแสนสวยของวันวาน

 

เราทั้งสามคนมีเวลาน้อยมาก เวลาที่เหลือนั้นเราเดินไปถ่ายรูปสัญลักษณ์เตือนภัยที่มีอยู่ทั่ว  เพราะ 

ผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวประมงไม่ได้ตื่นตระหนกกันมากนักเมื่อมีข่าวว่าจะเกิด Tsunami เพราะที่นี่จะ 

มีวิธีการปฎิบัติตัวอย่างถูกต้อง  และมีการฝึกหัดในการดูแลตนเองเมื่อมีแผนดินไหวอยู่ตลอด 

เวลา เห็นป้ายระหว่างทางที่เดินถ่ายรูปแล้วยังคิดไปว่า เป็นเพราะว่ามีระบบป้องกันที่ดี มีการบอกวิธี 

การปฎิบัติตัวเมื่อมี Tsunami เพราะที่นี่เกิดขึ้นบ่อยมาก ผู้คนที่นี่ต้องเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัย

 

ธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา 

 

 

 

 

 

ชายฝั่งทะเลที่ Sendai

 

นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ฉันได้ข่าวจาก Sendai อีกครั้ง ได้มี Tsunami เกิดขึ้นที่นั่นอีกครั้งหนึ่ง ใน

ช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ฉันไปเยือนที่นั่น แต่คราวนี้เหตุการณ์รุนแรงกว่าวันที่ฉันไปเยือนที่นั่นมากมาย

เหลือเกิน มากมายจนไม่อาจคาดเดาได้ว่า คนที่นั่นจะต้องเกิดการสูญเสียและพลัดพรากเกิดขึ้นอีก

แล้ว ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  เมื่อรู้ข่าวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าใจหาย

 

 

ความงามที่จะอยู่ในใจตลอดไป

 

จากภาพที่เห็นคงไม่ต้องบอกกล่าวกันว่าชายหาดที่นั่นเต็มไปด้วยต้นไม้ต้นงามใหญ่โตมากมายเรียง

รายให้เราได้เดินดูกันตลอดทาง เวลาที่ฉันและเพื่อนๆ มีทั้งหมดใช้ไปในการเดินดูรอบๆเมืองอย่าง

เพลิดเพลินทุกวินาทีที่ใช้กับการดูสิ่งรอบๆตัวนั้นไม่เคยนึกเลยว่าอีกไม่นาน  Tsunami จะกลับไปที่นั่น

อีกครั้ง และภาพที่เห็นนั้นจะเป็นภาพที่ได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย

 


เมื่อครั้งที่ไปเยือนที่นั่น ความมีน้ำใจที่ได้รับจากเพื่อนมนุษย์ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทว่าฉันกลับได้รับ

การต้อนรับอย่างดีจากคนญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าบ้านในยามที่เราเป็นมิตรไปเยือน ตลอดการเดินทาง 15 วันที่

ใช้ชีวิตอยู่ที่ดินแดนอาทิตย์อุทัย ความมีน้ำใจของทุกคนที่นั่นยังอยู่ในใจฉันเสมอ  แม้ว่าวันนี้คนญี่ปุ่น

ได้เจอกับมรสุมกระหนำพวกเขาอีกครั้ง ฉันจึงได้แต่ภาวนาว่าให้มีผู้สูญเสียน้อยที่สุด 

 

 

 


 

 

On the way train from Sendai to tokyo

ถ่ายจากริมประตูที่ยืนจากรถไฟ

 

จากวันนั้นมาถึงวันนี้

ครบรอบขวบปียังคิดถึง

ยังไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่ง  

ยังไปเยือนถึงถิ่นนั้น

 

 

ไม่ว่าจะนานสักกี่ปี

เกาะญี่ปุ่นแสนสวยงามในใจฉัน

ไม่เคยลืมน้ำใจที่ให้กัน

ในวันที่ฉันได้ไปเยือน

 

จากวันนั้นล่วงเวลามาหนึ่งปี

จากข่าวว่ามีสึนามิและแผ่นดินไหว

นอกจากเธอแล้วคนทั้งโลกยังร่ำให้

ไม่อยากให้เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นเลย

   

ซากุระยังคงเบิกบานตลอดไป  

แม้ว่าถึงวันแล้วต้องร่วงหล่นจนใจหาย  

อีกไม่นานเจ้าจะผลิดอกต่อก้านใบ  

ให้ฉันได้ชื่นใจใหม่ในเร็ววัน

 

 

มีหมู่มวลชนคนมากมายด้วยน้ำใจ 

 

ช่วยเหลือเจ้าในวันที่ร้องไห้

ดอกไม้ที่หล่นลงดินไม่สิ้นไป

หวังว่าเจ้ายังหยัดยืนสู้ต่อไปไม่หวั่นเลย

 

แม้ว่ามีภัยเยือนเจ้าหลายครั้ง  

ยังคงเปี่ยมพลังยืนหยัดได้  

แม้ว่าภัยจะโหดร้ายสักเพียงใด  

เชื่อว่าใจเจ้ายิ่งแกร่งไม่แพ้กัน

 

 

อยากส่งกำลังใจไม่สูญสิ้น  

ยังได้ยินเสียงเพลงที่เธอขับขาน  

ยังจำได้ที่เธอเคยช่วยฉันไว้เมื่อวันวาน  

แม้เวลาผ่านไปใจไม่ลืม

 

 

หลายครั้งที่ก้าวผ่านเส้นทางหมาย  

ไม่ว่าใครย่อมทุกข์โศกอยู่มิรู้คลาย  

กว่าความเศร้าจะจางไปเมื่อไหร่กัน  

อีกไม่นานทุกข์ค่อยๆจางไปจากใจนั้น  

แต่ตอนนี้เรารู้ว่าเจ้าต้องสู้กับมันอย่างมั่นใจ

 

 

พอจะรู้ว่าทุกข์หนักมากคราวนี้  

ผู้ไม่เคยหันหนีไม่สู้หน้า

 

ครั้นวันนี้เพื่อนต้องเจอกับโชคชะตา  

ไม่รอช้าจำต้องหันหน้าเข้ามาต่อสู้มัน

 

จะคอยเป็นกำลังใจตลอดไป

 

ขอให้พระคุ้มครองผองภัยตลอดกาล

 

เรื่องและภาพ

 

โดย  

 

 

KorP@I 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2553

 

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง: 

http://mblog.manager.co.th/korpai/Tsunami-in-SenDai-During-My-Japan-Trip/  

http://mblog.manager.co.th/korpai/category/JaPan-In-My-HeArt-3/