ตลอดชีวิตของคนทุกคน  แต่ละคนอาจจะต้องเดินทางไกลตั้งแต่ยังเด็ก 

 

เพียงเพราะว่า แถวๆบ้านไม่มีมหาวิทยาลัยที่มีวิชาที่เราชอบ ให้ได้เรียนต่อให้สูงขึ้น

 

ไป  พ่อแม่ที่เห็นแก่อนาคตของลูก จึงต้องส่งลูกไปเรียนในที่ไกลๆ การอยู่หอพัก

 

เป็นทางเลือกหนึ่งของพ่อแม่ที่ต้องการฝึกลูกให้เป็นที่พึงของตัวเองตั้งแต่ที่ยังเยาว์

 

วัย อย่างเช่นครอบครัวของเจ๊ๆของฉัน ไม่มีใครได้อยู่กับครอบครัว พอจะรู้ภาษา

 

อ่านออก เขียนได้  ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่หอพักตั้งแต่วัยอนุบาล ทุกคนต้องไปเรียน 

 

หนังสือในที่ไกลๆ การอยู่หอพักบ้างบางคนได้อาศัยอยู่กับญาติพี่น้องเป็นทางเลือก

 

ที่มีอยู่ไม่มากนัก  พ่อแม่ต้องอดทนเพื่อความก้าวหน้าของลูกๆ เพื่อเป็นการสร้าง

 

ความแกร่งให้เรียนรู้ในการใช้ชีวิต การช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็กๆและฝึกฝนที่ยอด

 

เยี่ยมมาก  จนสิ่งเหล่านี้เริ่มเป็นความเคยชินของทุกคนตั้งแต่ยังเด็กๆ  ประสบการณ์

 

ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น  สอนให้ทุกคนปรับตัวเข้าสังคมและคนรอบข้างได้เยี่ยมยอด  

 

 

 

          พอเริ่มโตขึ้นทุกคนต้องหาที่เรียนเพื่ออนาคตของตัวเอง  วัยเด็กเป็นวัยที่เจ๊

 

ไม่ได้อยู่กับครอบครัวของตัวเอง   เพราะแถวบ้านไม่มีโรงเรียน  และมหาวิทยาลัย

 

ให้ได้ศึกษาหาความรู้ตามที่ตนปรารถนา  หอพักเป็นทางเลือกที่ทำให้ชีวิตของแต่

 

ละคนต่างต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองกันตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้ทุกคนไม่เป็นลูกแหง่ที่

 

ต้องอาศัยพ่อแม่ตลอดเวลา ความแกร่งในหัวใจเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเยาว์  หนังสือ

 

และกีฬา เลือดนักสู้เป็นสิ่งที่ติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เริ่มหัดยังเดินได้  ด้วยตัวเองเพื่อน

 

ฝูงที่มีมากมาย ได้มาจากการคิดและตัดสินใจของตัวเอง  ในสถานศึกษาการเลือก

 

วิชาที่จะเรียนรู้ทั้งประถม มัธยม ไปจนถึงมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดและตัดสิน

 

ใจให้ชีวิตของตนเป็นผู้เลือกเองทั้งสิ้น  นับว่าเป็นความอิสระไม่น้อยในเลือกสิ่งที่ตน

 

ปรารถนา 

 

 

 

 

 

.

 

                      ด้วยเหตุนี้เองตั้งแต่เด็กๆ พวกเรารู้จักและสนิทสนมกันตามความ

 

ตั้งใจของอากุ๊ง ไม่ว่ามีอะไรเราพร้อมที่จะเจอกันเสมอ  กับพวกเจ๊ ๆ ที่เป็นลูกป้า

 

 ครั้งที่ตอนเรียนหนังสือก็ได้มาอยู่ที่บ้านฉันด้วย  เพราะที่บ้านของเจ๊ย้ายไปอยู่ที่ อ.

 

บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ แต่ต้องมาเรียนที่โรงเรียนเอกขนที่มีเสียงในนครสวรรค์กัน

 

จนกว่าจะจบการศึกษา

 

               หลังจากนั้นก็เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯในระดับอุดมศึกษา ชีวิตใน

 

วัยเด็กของพวกเจ๊ ๆทุกคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เลย  พอจบการศึกษาได้มาใช้

 

ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ สมกับที่จากไป ทุกคนไปเหนือล่องใต้กันอย่างสมบุกสมบัน

 

ไม่มีอะไรที่พ่อแม่จะต้องห่วงใย  เพราะสอนให้ลูกใช้ชีวิตกับการอยู่หอพักและ

 

ช่วยตัวเองมาตลอดเวลา  ไม่มีใครเกเร ลูกสาวเรียนจบแล้วไปช่วยพ่อแม่ทำ

 

งานที่เพชรบูรณ์ จากชีวิตที่ต้องจากบ้านไปตั้งแต่เด็กพอมาถึงช่วงทำงานไม่

 

ต้องไปทำงานที่ไหนอยู่กับพ่อแม่ตลอด  ฉันสนิทกับพี่สาวทุกคน เพราะเมื่อ

 

ตอนที่เรียนม.ปลายต้องเขาไปเรียนพิเศษในกรุงเทพฯ และพักอยู่กับเจ๊ตอนนั้น

 

พวกเจ๊เรียนมหาวิทยาลัยในกทม.อยู่หอพักที่หน้าม.รามคำแหง

 

 

 

 

 

              จำได้ว่าตอนที่เข้ากรุงเทพฯใหม่ๆ เจ๊พาฉันนั่งรถเมล์ไปเรียนพิเศษจาก

 

หน้ารามคำแหงไปแถวๆราชดำเนิน ด้วยการพานั่งรถเมล์สาย 60 วันแรกจะพาไปส่ง

 

เพื่อกันหลงทางพอ ขากลับ เจ๊สอนฉันว่าให้ข้ามถนนกลับไปอีกฝั่งหนึ่ง  แล้วไปลง

 

ที่เดิม ให้จำป้ายรถเมล์ไว้  เทคนิคการขึ้นรถเมล์ไม่ให้เราหลงทางถ้านอนหลับ

 

แล้วเลยป้ายให้รีบลง  และรีบข้ามถนนไปอีกฝั่งจะไม่หลง  การขึ้นรถเมล์สายเดิม

 

กลับมันจะต้องย้อนกลับมาที่เดิม ไม่ไปไกลกว่าเดิม ” ตอนนั้นจำได้ว่าต้องข้ามทาง

 

รถไฟแถวๆ พัฒนาการก่อนพอเข้าเขตรามคำแหงใช้วิธีการสังเกตเอาเองจนจำ 

 

ได้ แล้วจะมีห้าง The Mall สาขารามคำแหง ถัดไปมีโรงเรียนเทพลีลา ก่อนถึงราม

 

รถเมล์ต้องวิ่งข้ามทางรถไฟ  ที่สำคัญจะต้องผ่านดิสโก้เธค ชื่อ Nasa Spacy Dome

 

ที่มีชื่อ สียงโด่งดังมากในยุคปี 80  เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าแถวนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปกี่มาก

 

น้อย  เพราะไม่ได้เดินทางไปย่านรามคำแหงนานแล้ว ไม่มีโอกาสไประลึกถึงความ

 

หลัง

 

 

 

 

                      ชีวิตเมื่อครั้งที่ต้องเรียนพิเศษเป็นช่วงที่น่าจดจำมากครั้งหนึ่งใน

 

ชีวิต เพราะต้องไปอยู่หน้ารามกับพวกเจ๊ได้ใช้ชีวิตเด็กหอพักเต็มขั้น  ครั้งหนึ่งเคย

 

ไปพักห้องที่คับแคบมาก ไม่มีแม้แต่หน้าต่างห้องนอนสักบานเดียว แต่เราอยู่กันได้

 

ไม่เคยมีการทะเลาะกัน  เวลาอยู่กับเจ๊ ๆ ฉันกลายเป็นน้องไปกลายๆ ด้วยวัยเป็นตัว

 

กำหนด มีชีวิตที่แสนสบายเพราะมีคน ดูแลเป็นห่วงเป็นใยอยู่เสมอ เรามักจะมีหม้อ

 

ขาวเอาไว้หุงข้าวกินกัน แต่ซื้อกับข้าวมากิน  เป็นการอยู่แบบประหยัด เป็นชีวิตที่มี 

 

ความสุขอยู่กับการเรียนหนังสืออย่างแท้จริงและมีเป้าหมาย ไม่มีการเที่ยวเตร่ตาม

 

ดิสโก้เธอ หรือผับมีใครชอบใจเที่ยวกลางตืน และที่เหมือนกันคือไม่มีใครมีแฟน

 

เลยใช้เวลาในการทำหน้าที่นักเรียนได้เต็มที่ไม่มีอะไรมากวนใจ  นอกจากตำรา การ

 

เดินทาง และการใช้ชีวิตอยู่ในหอพัก  

 

                         ฉันเชื่อว่าการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯที่เราเลือกได้ที่จะใช้ชีวิตเช่นไร 

 

ใครต่อใครหลายคนบอกว่ามีสิ่งเย้ายวนใจนั้นหรือ  ไม่มีประโยชน์ต่อเงินในกระเป๋าที่พวก

 

 เราต้องจ่ายให้มัน ไม่เป็นประโยชน์ต่อเงินในที่มาจากหยาดเหงื่อของพ่อแม่ที่ต้องทำงาน

 

 ส่งพวกเรามาเรียนหนังสือ   การใช้ชีวิตในช่วงปิดเทอมปลายสำหรับฉันมันเป็น

 

 ประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่งในช่วงปิดเทอมของชีวิตมัธยมปลาย

 

 

 เมื่อพ้นวัยเรียนเมื่อทุกคนเรียนจบมหาวิทยาลัย ต่างก็กลับมาช่วยงานที่บ้าน 

   

 คราวนี้เป็น ชีวิตที่ได้อยู่บ้านตั้งแต่ที่เป็นบัณฑิตความใกล้ชิดสนิทสนมกับแม่ที่

 

อยู่ด้วยกันตลอดเวลานับตั้งแต่ที่บอกลาวัยเรียน ทำให้ชีวิตได้กลับมาอยุ๋กับ

 

ครอบครัวอีกครั้ง  ความอบอุ่นที่กลับมาอยู่กับครอบครัว เริ่มกลับคืนมาสู่ชีวิต

 

อีกครั้ง

 

                   ในการดำรงอยู่ของมนุษย์ย่อมมีความทุกข์ที่คิดว่าหนักหนาสาหัส

ด้วยกันทั้งนั้น  ฉันมีป้าซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆของพ่อต้องจากโลกนี้ไปด้วยโรคร้าย ใน

ครั้งนั้นพี่สาวซึ่งเป็นลูกสาวป้า ผู้ดูแลรักษาและพยาบาลแม่ของตัวเองมาตั้งแต่รู้ว่า

แม่ป่วยเป็นมะเร็งในตับ  จนวันที่แม่ลาโลกนี้ไป 

  

ทั้งๆที่รู้ว่าวันหนึ่งแม่ต้องจากไป แต่หัวใจของคนที่อยู่ด้วยย่อมได้รับผลกระทบ

 

มากมาย ด้วยความสนิทสนมกับผู้เป็นป้าที่ใจดีของฉัน และลูกๆของป้าทุกคน

ฉันเองยากที่จะลืมป้าคนนี้ไปได้เช่นกัน  ที่บ้านมีกุศโลบายของอากุ๊งที่เป็นปู่

ของฉันเป็นตาของพวกเจ๊ทุกคน  ด้วยความที่อยากให้หลานๆคุ้นเคยกัน ไม่ว่าใครที่

แต่งงานออกไปแล้วต้องกลับมาเจอกันปีละครั้งคือวันตายของอากุ้งซึ่งตรงกับวัน

ไหว้พระจันทร์ของทุกปี  พวกเราเลือกที่จะมารวมตัวกันอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อ

กระชับความสัมพันธ์ไม่ให้ห่างกันจนเกินไป  พวกเราเกิดมาโชคดีที่ได้เป็นพี่น้องกัน

มีความเอื้ออาทรห่วงใยซึ่งกันและกัน ทุกสิ่งที่ผ่านมาที่ทำให้เราต้องมาเกี่ยว

ข้องและผูกพันกัน ไม่ว่าจะเป็นทางใดก้ตามทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่น่าจดจำ และมี

คุณค่าต่อชีวิตของพวกเรายิ่ง

 

 

 

 

โดย

 

KorP@i

 

14/07/2553

 

 

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง ::

http://mblog.manager.co.th/korpai/Remember-the-Times-2/