ทุกเย็นหลังจากที่โรงเรียนเลิก ภาพที่ผ่านตาข้าพเจ้าแทบทุกวันคือได้เห็นเด็ก

 

นักเรียนขี่จักรยานกลับจากโรงเรียนันเป็นทิวแถวยาว  บริเวณหน้าโกดังที่ทำงานอยู่ เพราะโรงเรียน

 

ประจำหมู่บ้านอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ทำงาน ทุกครั้งที่ได้เห็นอดไม่ได้จะแอบมองเด็กๆเหล่านั้นด้วย

 

ความเพลิดเพลิน  บ่อยครั้งที่แอบเผลออาจยิ้มกับตัวเองคนเดียวเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแล้วนึกถึงภาพ

 

บางอย่างที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต  ในช่วงที่อยู่ในวัยเดียวกับเด็กๆเหล่านี้   

 

 

 

                                                    แม้ว่าภาพนั้นจะเดินทางจากเราไปนานแล้ว  แต่ความ

 

ชัดเจนยังปรากฏให้เห็นในความทรงจำ  หากมีใครเคยเป็นเช่นนั้น  เราอาจจะมีความรู้สึกไม่ต่างกับ

 

ข้าพเจ้าในวันนั้นทุกครั้งที่มองเห็นเด็กๆนักเรียนประถมที่มีอายุประมาณ 8-9 ขวบกำลังเดินทางกลับ

 

บ้าน  ส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้ใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียน ซึ่งวิ่งเล่น

 

วิ่งไล่แข่งกันบ้าง ในเวลาหลังเลิกเรียน ระหว่างที่ใช้เวลาเดินทางกลับบ้านหลายคนแข่งจักรยานกัน

 

ด้วย มีภาพประทับใจเกิดขึ้นมากมายให้ได้ลอบมองในแต่ละวัน บ้างก็ได้บาดแผลกลับบ้านไปก็หลาย

 

คน เด็กที่อยู่ในวัยซนอย่างนี้ช่างเป็นวัยที่มีแต่ความสุขสดใส ไม่ว่าอะไรจะผ่านมาดูแล้วเป็นความ

 

รื่นรมย์ในชีวิต  ไม่ต่างจากวันและเวลาวัยเด็กของข้าพเจ้าเช่นกัน


                             วันนั้นหลังจากที่ทำงานเสร็จกำลังจะออกจากโกดังกลับบ้าน  ช่วงเวลาแดดร่ม

ลมตก ในขณะที่กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน  ระหว่างทางบังเอิญได้พบกับเด็กนักเรียนชายกำลัง

สาละวนอยู่กับการเก็บลูกทับเยี่ยว ที่มีลูกสีดำคล้ำเอาใส่ถุงใบย่อมภาพตรงห้าในวันนั้น   ทำให้ภาพ

เก่าๆที่ยังอยู่ในความทรงจำ แวะเวียนมาหาข้าพเจ้าอีกครั้ง

  ในวันเวลาของข้าพเจ้าเองที่อยู่ในวัยนั้นได้เคยสัมผัสความสุขแบบนี้ไม่ต่างจากเด็กนักเรียนเหล่านี้

เช่นกัน จะต่างกันบ้างตรงที่โรงเรียนที่จะต้องเดินทางไปเรียนไกลจากบ้านเกินกว่าที่จะถีบรถจักรยาน

 

เป็นพาหนะไปเองได้ เพราะอยู่ในตัวเมือง ห่างไกลจากหมู่บ้านที่อยู่กว่า 20 กิโลเมตร เด็กๆทุกคนที่

อยู่ในละแวกเดียวกันจำต้องเดินทางโดยรถบัสประจำทางจากหมู่บ้านไปยังตัวเมือง เพราะระยะทาง

ไกลพอสมควร ทั้งหมดจึงต้องตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่เพื่อรอรถประจำทางที่หน้าไปเดินทางไปโรงเรียน

ในตัวจังหวัด  ในระหว่างทางจากบ้านไปโรงเรียนจึงมีเรื่องราวของเม็ดทับเยี่ยวให้ได้จดจำ

  

ลำแสงตกกระทบยามเย็น

 

 

.

  เมื่อเห็นภาพเด็กนักเรียนที่แวะเก็บเม็ดทับเยี่ยวในวันนั้นแล้ว   อดไม่ได้ที่จะนึกภาพของตัวเองในวัย

 

เด็ก ภาพต่างๆเริ่มเข้าในจินตนาการอีกครั้ง ความสนุก ความสุข เสียงหัวเราะ ยังไม่เคยจางไปจาก

 

หัวใจเลย

 

 

เมื่อรถประจำทางคันโตที่ พาเด็กนักเรียนในหมู่บ้านของเราโดยสารมาจากโรงเรียนจอดลงที่ตีนเขา

 

เสียงเด็กนักเรียนทุกวัยกำลังร้องไชโย นั่น..เป็นสัญญาณกลายๆว่าเย็นนี้เหล่าเยาวชนในรถ จะได้ใช้

 

เวลาระหว่างการโดยสารรถบัสกลับบ้านด้วยความเบิกบานใจ เพราะจะได้แวะเก็บเม็ดทับเยี่ยวบนเขา

 

ข้างทางก่อนที่จะถึงบ้าน



เย็นวันศุกร์ที่แสนรื่นรมย์ พวกเราเหล่านักเรียนยอมรับว่าเป็นวันที่มีความสุขกันมากที่สุด เพราะคนขับ

 รถผู้ใจดียอมจอดรถให้พวกเราเก็บเม็ดทับเยี่ยวข้างทางได้ โดยไม่ขัดใจเลย ทับเยี่ยวเป็นต้นไม้เล็ก

 

เป็นพุ่มมีหนามแหลมเยอะทั้งต้นก็ว่าได้ หลบตัวอยู่ตามป่าละเมาะข้างทาง ไม่อาจหลบสายตาของ

เหล่านักเรียนได้ทัน หลายคนต่างหาไม้วิ่งไล่เคาะกันอย่างสนุกสนาน

  

 

วาววับงามระยับเมื่อสะท้อนแสงยามเย็น

 

ทุกครั้งที่มีการหยุดรถให้เก็บเจ้าเม็ดสีดำนี้ ทำให้ข้าพเจ้าให้มีรอยแผล เพราะถูกหนามแหลมเล็กจาก

 

 ต้นทับเยี่ยวขีดข่วนตามเนื้อตัวกลับบ้านไปด้วยแทบทุกครั้ง  ยิ่งเป็นช่วงหน้าหนาวจะเป็นฤดุกาลของ

 

เม็ดทับเยี่ยวออกดอกออกผลให้ได้เชยชมกันเพียงปีละครั้ง มีหรือที่จะพลาด หลายครั้งที่รู้เสียดายไม่

 

ได้พกพลาสเตอร์มาปิดไว้ที่นิ้วมือ เพื่อจะได้เอาไว้ป้องกันการโดนหนามแหลมคมของต้นมันข่วนเอา

  

ต่อให้ระวังแล้วอดไม่ได้ที่จะโดนกิ่งไม้จากป่าละเมาะข้างทางขีดข่วนเอาเด็กๆทุกคนมักมีรอยแผลกัน

 

ติดตัวไปทุกครั้งในเย็นวันศุกร์

 

 

ทุกครั้งที่ย่างเข้าหน้าหนาว ความสุขที่มีเข้ามามากที่สุดในวัยเด็กของข้าพเจ้า ย่อมมีเจ้าเม็ดเล็กๆสี

 

ดำ แถวบ้านเรียกว่า “เม็ดทับเยี่ยว” เป็นของโปรดปรานของข้าพเจ้าเป็นที่สุด นับจากที่จำความได้

 

เลยทีเดียว  นอกจากความหวานในเนื้อสีดำเม็ดเล็กๆนี้แล้ว เสน่ห์ที่มีมากกว่าความอร่อยคือ วิธีการที่

 

เราพยามยามจะเก็บมันมาจากต้น   เพราะอุปสรรคมากมาย แต่พวกเราไม่เคยท้อใจ  ใช้ไม้ยาวๆไป

 

ฟาดที่ต้นบ้าง ช่วงกันจับกิ่งเคาะกันบ้าง  ทำทุกวิธีที่จะได้เจ้าผลไม้ป่าแสนอร่อยนี้มากินร่วมกันใน

 

เวลาอันจำกัด  เพราะคนขับรถไม่ได้จอดนาน  ถ้าฟ้ามืดแล้วบพ่อแม่พวกเราจะเป็นห่วง  ต้นไม้อะไร

 

ไม่รู้ช่างมีหนามแหลมคมเต็ม ไปด้วยความยากลำบากในการเก็บลูกมันมากิน เพราะต้นทับเยี่ยวนี้มี 

 

หนามแหลมคมเยอะมาก มีใบละม้ายคล้ายใบพุทราแต่ว่าการเรียงตัวของใบแตกต่างกัน




 

ร้อยเรียงเม็ดน้อย

 ตั้งแต่เล็กน้อยจนเจ้าเติบใหญ่

 แม้เจ้าอยู่ในป่าพงไพร

 ยังเอื้อน้ำใจต่อมนุยษย์เรา

 

 เป็นอาหารล้ำค่า

ง่ายต่อการเสาะหามากินได้ 

อร่อยล้ำกว่าสิ่งใด

 มองเห็นทุกครั้งไป

หน้าเปื้อนยิ้มอย่างอดไม่ได้

.

.

 ด้วยเจ้ากระตุกหัวใจ

 

 

.

.

ให้นึกถึงวัยที่ยังเยาว์



ในชีวิตคนเรา ในบางครั้งการที่เราได้สิ่งใดมาด้วยความยากลำบากเมื่อได้ลิ้มรสแล้วเราจะเห็นคุณค่า

ของสิ่งเห่านั้นเพิ่มขึ้น ทุกครั้งที่มองเห็นเม็ดทับเยี่ยว มักแอบยิ้มกับตัวเองอยู่บ่อยครั้งเป็นยิ้มที่เตือน

 

ใจให้ระลึกถึงความทรงจำที่งดงามอยู่เสมอ  ชีวิตที่ได้มีโอกาสได้สนุกสนานอย่างนั้น ยังอยู่ในความ

 

ทรงจำอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานแค่ไหนเป็นเครื่องเตือนใจอยู่เสมอ  

 

 

                                              ครั้นเมื่อเห็นเจ้าเม็ดนี้ที่ไหนก็ตาม  ความสุขมักจะติดตามมาด้วย

 

ทุกครั้ง  เหมือนกับหัวใจกำลังพูดกับตัวเองว่า    ” ความสุขที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้า ย่อม

 

มีเจ้าผลไม้ชนิดนี้รวมอยู่ด้วยเป็นส่วนหนึ่งก็ว่าได้    คนที่เติบโตในเมืองใหญ่ อาจจะมีความทรงจำที่

 

แตกต่างจากข้าพเจ้ามากมาย ” เด็กผู้ชายบางคนอาจจะมีเรื่องราวบางเรื่องที่แตกต่างไป  แต่เพื่อนๆ

 

ตอนเด็กของข้าพเจ้ามีไม่น้อยที่เป็นเด็กผู้ชาย

 


                                       ไม่ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปนานเท่าไหร่ บรรยากาศและความทรงจำใน

การเก็บเม็ดทับเยี่ยวในวัยเด็กยังคงงดงามในใจข้าพเจ้าเสมอ ไม่มีใครมายื้อมันไปจากใจได้เลย ทุก

ครั้งที่ผ่านไปยังตีนเขาที่รถ โดยสารเคยแวะจอดให้ลงในวัยเด็กยังมีความทรงจำที่ดีงามมากมายอยู่ที่

นั่น และจะคงอยู่ตลอดไป

 

                          ตราบใดที่เด็กๆที่เคยเก็บผลไม้ชนิดนี้ยังมีลมหายใจ เช่นเดียวกับข้าพเจ้าสิ่งที่น่า

 

ประหลาดใจอีกอย่างหนึ่ง สำหรับผลไม้ชนิดนี้ ถ้าหากเรามีใครนำไปเชื่อมขาย แล้วไปซื้อกินจากร้าน

 

ที่ขายแล้ว   ข้าพเจ้าจะไม่ค่อยรู้สึกว่าทับเยี่ยวเชื่อมที่ได้มานั้นจะมีความอร่อยได้มากเท่ากับที่ 

 

ข้าพเจ้าและเพื่อนๆได้ไปเก็บมันมาด้วยตัวเราเอง  รสชาติที่ลิ้ทลองมีความแตกต่างกันตรงที่ความ

 

ภาคภูมิใจมากกว่รสที่ลิ้มลองผลไม้ชนิดนี้ที่เราต้องใช้เงินซื้อมาคงต่างไปจากที่เราเก็บมาด้วยมือของ

 

เราเอง ความแตกต่างของคุณค่าอยู่ตรงนี้เอง

 

 

  ผลไม้ป่ายามเมื่อมีหยากไย่ของใยแมงมุมมาเกาะ

 

 


ธรรมชาติโดยแท้มีหนอนมาแวะแทะชิมด้วย

 

ประทับใจทุกครั้งที่คิด

แต่ละก้าวของชีวิตที่ผ่านมา

ยังคิดถึงผลไม้ป่า

ยังแวะเวียนมาในความทรงจำ

 

 

หลายสิ่งแตกต่างไป

ความทรงจำเมื่อเยาว์วัยยังถวิลหา

แม้วันเก่าไม่ย้อนมา

ไม่เคยลืมคุณค่าของเวลาที่ผ่านไป

 

 

เหมือนกลับไปที่บ้านเก่า

เหมือนเห็นเงาตัวเรายังขับเคลื่อน

ยิ้มน้อยๆในใจไม่เคยเลือน

กระตุ้นเตือนความคิดถึงอยู่ร่ำไป 

 

 

เมื่อมีลมหนาวที่พัดมา

อาจมีหลายครั้งที่พาเราเข้าไปใกล้

ชีวิตวัยเด็กแสนสดใส

คิดถึงทีไรอยากกลับไปแวะชม 

 

 

ทับเยี่ยวผลไม้ป่า

ยังคงเปี่ยมคุณค่าตลอดไป

แม้วันนี้กลายเป็นผู้ใหญ่

ชีวิตเรายังมีเจ้าอยู่ในใจมิอาจลืม

  

เรื่องและภาพ 

 

โดย

KorP@i

เล็บเหยี่ยว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ziziphus oenoplia (L.) Mill.

ลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์

ไม้เลื้อยเนื้อแข็ง กิ่งมีหนามแหลมโค้ง ใบเดี่ยวเรียงสลับ มีเส้นใบหลัก 3 เส้นออกจากจุดเดียวกัน

 

ที่ฐานใบ ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบดอกย่อย มี 3-15 ดอก ผลรูปร่างกลมหรือกลมรี

 

ขนาด 4-6 ม ม. ผลเมล็ดเดียวแข็ง ผลอ่อนสีเขียว แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อสุกเต็มที่

 

จะเป็นสำดำ ผลสุกกินได้รสหวานอมเปรี้ยว

ชื่อท้องถิ่น เล็บแมว หนามเล็บเหยี่ยว มะตันขอ หมากหนาม(เหนือ) บักเล็บแมว(อีสาน)

ประโยชน์และสรรพคุณยาไทย :


รากและเปลือกต้น รสจืดเฝื่อนเล็กน้อย ต้มดื่ม ขับระดูขาว ขับปัสสาวะ แก้มดลูกพิการ แก้เบาหวาน