เสียงดนตรีที่คุ้นหูดังออกมาจากเครื่องเสียงที่บรรเลงอยู่นั้น ยังคงดังก้องอยู่ไม่ห่างจากใจของฉัน แม้ว่าวันเวลาที่ได้ยินเสียงเพลงจากเขานั้นผ่านมานานแล้ว ในปัจจุบันยังนำมาเปิดฟังก่อนนอนทุกคืน สำหรับสิ่งที่มีค่ามากกว่าเป็นเพียงเสียงดนตรีที่ชื่นชอบ จากศิลปินคนโปรดคนนี้แล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ทำให้อมยิ้มได้ทุกครั้งที่ฟังเพลงของเขา และเป็นเรื่องราวที่น่ารักระหว่างฉันและน้องอีกสองคน

 

 

Kitaro  ผู้ชายผมยาว อารมณ์ละเมียด ในยามที่เขาเล่นดนตรี  โดยเฉพาะเวลาที่เขาตีกลองใบใหญ่อยู่กลางเวที ผมจะโบกสะบัดพลิ้วไปมาตามห้วงทำนองของเพลงแบบ New Age  ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาที่หลายๆคนคุ้นเคยและติดตามผลงานมาอย่างสม่ำเสมอ  ครั้งแรกที่ฉันรู้จักกับเพลงของเขา ตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ในเมืองกรุง พวกเราอยู่บ้านหลังหนึ่งย่านปิ่นเกล้าที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้สมัยที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ อยู่ด้วยกันสามคนพี่น้องปกครองกันเองเพราะพ๋อแม่ต้องทำมาหากินเพื่อส่งให้พวกเราเรียนหนังสือ     จู่ๆวันหนึ่งน้องสาวคนกลางที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเช่นกันในเวลานั้น   ได้นำแผ่นซีดีมาเปิดที่บ้านขณะที่พวกเราดูหนังสือเตรียมสอบกันอยู่ เสียงเพลงที่ได้ยินในวันนั้น เป็นอัลบั้มของเขา นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันได้รู้จักเพลงของเขาศิลปินจากแดนอาทิตย์อุทัยผมยาวเคลียบ่าฟูฟ่องคนนี้

 

             ทุกครั้งได้ฟังเสียงน้ำไหลผ่านลำธารผ่านโตกหิน ตามมาด้วยเสียง กรุ๊ง กริ๊ง ของเสียงดนตรีที่ดังตามธรรมชาติที่ผ่านเข้ามากระทบโสตประสาท ในช่วงที่อ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่นั้น  ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งในใจทุกครั้งเมื่อได้ฟังดนตรีของเขา  เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ติดตามผลงานของเขาและซื้อเก็บสะสมมาทุกอัลบั้ม  เป็นสิ่หนึ่งที่เป็นศูนย์รวมสมาธิของทุกคนในบ้านฟังอย่างเพลิดเพลินระหว่างที่นั่งทำงานส่งอาจารย์ แม้กระทั่งเวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบ เสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่นั้น กลับรู้สึกว่าทำให้มีสมาธิในการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น 

 

 

 

 

บุคลิกที่คุ้นตา ลีลาพลิ้วไหว เมื่อเขาอยู่บนเวที

 

.

 

ในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2539 ในวันที่อากาศเย็นสบาย เพราะอยู่ในช่วงหน้าหนาว   เป็นครั้งแรกที่

ฉันและน้องอีกสองคนได้มีโอกาสไปดูคอนเสริ์ตของเขา บัตรราคาหนึ่งร้อยบาท  เท่ากันหมดและเป็นบัตรยืน ใครไปก่อนยืนก่อน  และเป็นครั้งแรกที่ฉันและน้องๆ เดินทางไปดูคอนเสริ์ตของเขาพร้อมกัน  จำได้ว่าในคืนนั้นมีวงดนตรีที่มีชื่อเสียงของไทย คือวง Nuvo เล่นในวันและเวลาเดียวกับเขา เพียงแต่สถานที่ต่างกันกับคอนเสริ์ตของ Kitaro 

 

 

        Kitaro เล่นเวลาหนึ่งทุ่มตรงที่สวนหลวง ร. ๙  แต่วง Nuvo เล่นที่ MBK Hall มาบุญครองเซนเตอร์ในสมัยนั้น     ฉันและน้องกุลีกุจอออกจากบ้านกันตั้งแต่หัววัน เพราะการจราจรในเมืองกรุงทำให้พวกเราทั้งสามคนต้องวางแผนการเดินทาง  ในเวลานั้นพวกเราเลือกที่จะพึ่งรถแท็กซี่ เพราะความสะดวกสบายในเรื่องของการจัดสรรเวลายังรวมไปถึงความปลอดภัยทั้งหลายทั้งปวงของพวกเราทั้งหมดรวมไปถึงค่าใช้จ่ายด้วย  ถ้าทดเวลาเดินทางจากปิ่นเกล้า ไกว่าจะปถึงสวนหลวง ร.๙  ไม่ใช่ใกล้ๆเลย อยู่คนละฝั่งกรุงเทพฯ  เมื่อไปถึงที่หมายปรากฏว่าค่าแท็กซี่ปาเข้าไปตั้งสามร้อยบาท แพงกว่าค่าบัตรดูคอนเสริ์ตเสียอีก กว่าจะถึงที่หมายก็จวนเจียนเวลาที่ Kitaro ใกล้จะขึ้นเวทีแล้ว  คราวนี้วิ่งกันจนเหนื่อย แต่ไม่ทันคนอื่นๆเพราะที่เห็นยืนรอดูการแสดงกันแน่นแล้ว  มองเวทีอยู่ไกลสุดสายตา

 

 

Kitaro

 

 เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้ดูคอนเสริ์ต แบบเปิดโล่ง  เพราะลักษณะและรูปแบบดนตรีของศิลปินแบบนี้  เมื่อเล่นกลางแจ้งอย่างนี้ช่างเอื้ออำนวยต่อการฟังดนตรีได้อย่างไพเราะยิ่งขึ้น พลังในการที่เราได้ยินเสียงเพลง และ Sound ที่เราได้ยินจากการขับกล่อม บรรเลงจากดนตรีได้อย่างเข้มข้นทุกขึ้น สร้างความเจริญตาเจริญใจต่อผู้ที่ชอบฟังเป็นอย่างยิ่ง แต่ละคนที่มาชมต่างรักษามารยาทอย่างดีเยี่ยม

  

 

 

เครื่องดนตรีเด่นๆของเขาคือกลองและผมยาวๆของเขาที่สะบัดพลิ้วไปมา ในยามที่เขากำลังอินกับบทเพลง เขาจะโยกตัวไปมา ส่ายหัว สะบัดผม โยกหัวไหล่ ไปมา ในขณะที่เล่นดนตรีไปด้วย เป็นภาพที่งดงาม สะกดสายตาผู้ชมอยู่เป็นจุดเดียวกัน ส่วนฉันและน้องๆที่เป็นคนดูแม้ว่าพวกเราจะอยู่ไกลจากเวทีอยู่ไม่น้อยเลย ไกลแค่ไหนก็เห็นแค่เพียงปลายผมที่สะบัดพลิ้วปลิวอยู่ของพ่อ Kitaro ปลิวกระจายอยู่ไกลแสนไกล สุดลุกหูลูกตา เพราะมีคนไปดูกันเยอะมากเสียจน  มองแทบไม่เห็นคนแสดงบนเวที สูดสายตาที่จะส่งไปได้  แต่เสียงเพลงและเสีบงดนตรีที่บรรเลงที่ระเบิดออกมาข้างนอกนั้นเปี่ยมไปด้วยพลัง เพราะระบบเสียงที่การแสดงจัดให้มีขึ้นระหว่างที่เพลินกับดนตรีของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก  ทำให้พวกเรามีอาการเคลิ้มตามเสียงดนตรีไปด้วยอย่างน่าอัศจรรย์

 

 

 

 

 

1992 kitaro – Dream

 

 

ในระว่างที่ยืนดูเขาตีกลองอยู่ มีคนยืนอยู่ข้างหน้าเยอะ ตัวสูงๆทั้งนั้นเลย  ทำให้ฉันมองไม่เห็นจึงกระโดดโยนตัวเองขึ้นกลางอากาศ  แต่ความสูงที่มีอยู่ไม่ได้ช่วยให้การกระโดดลอยตัวขึ้นไปนั้นจะทำให้มองเห็นเวทีได้ ต่อให้เขย่งแข้งขายันให้ตัวเองสูงแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้แม้แต่นิดเดียว   ยังก็ไม่ลดละความพยายามให้ตัวเองได้เห็นเส้นผมของเขาก็ยังดี ทำให้ฉันพยายามผลักดันตัวเองให้สูงขึ้นด้วยการใช้เท้าทั้งสองข้างกระโดดขึ้น สรุปแล้วไม่ว่าจะด้วยวิธีใดในการทำให้ตัวเองสูงขึ้นด้วยตัวของตัวเองดูจะยากเย็นเหลือเกิน ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใด ก็ไม่สามารถจะเห็นเขาได้อย่างถนัดตา

 

 

 

 น้องชายที่ตัวสูงกว่ายืนอยู่ข้างๆ เริ่มเห็นใจพี่สาวของตัวเองเข้าแล้ว  เลยทนไม่ไหวจึงเอามือรวบตัวอุ้มไว้ ” เห็น Kitaro  ไหมเจ้ ??” คนที่กำลังสะบัดผมตีกลองใบใหญ่นั้นแหละ ”     เสียงน้องถามหลังจากที่อุ้มพี่สาวตัวเองอยู่พักหนึ่ง  “อ้อ..เห็นแล้วเห็นปลายเส้นผม กำลังตีกลองจริงๆ ด้วย เหมือนที่เห็นเวลาดู มิวสิควิดีโอเลย ”     พอน้องอุ้มได้ไม่นานนัก คนถูกอุ้มเห็นใจคนอุ้มเลยบอก

อืม..พอแล้ว  แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วแหละ   แม้ว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าในเวลานั้นจะเป็นเพียงเส้นผมที่ปลิว พลิ้วกระจายไปมาอยู่บนเวทีที่ไกลเกือบสุดสายตา แต่สิ่งที่ฉันเห็นมากกว่านั้นคือความมีน้ำใจของน้องตัวเอง บางอย่างของการกระทำของใครก็ตามบอกเราได้ว่าสิ่งที่เขามีในใจ เหตุการณ์หลายอย่างในวันนั้น ทำให้ฉันเห็นความรัก ความผูกพันที่น้องชายมีให้พี่สาวมากกว่าสิ่งอื่นใด 

หลายครั้งที่ทำให้เห็นว่าตำแหน่งการเกิดของใครบางคนอาจเกื้อหนุนอีกคนได้ คนแรกที่ฉันคิดถึงคือน้องชายของตัวเอง  ตั้งแต่เกิดมาเป็นพี่เป็นน้องกัน น้องมักจะดูแลพี่เหมือนตนเองเป็นพี่คนโตมากกว่าเป็นน้องคนเล็ก  เวลาที่ไปไหนด่วยกันสามคนพี่น้อง น้องชายคนเล็กมักจะดูแลพี่สาวทั้งสอง ราวกับเขาเป็นพี่ชายคนโต  เขามีพฤติกรรมอย่างนี้มาตั้งแต่พวกเรายังเด็ก เวลาที่ไปไหนด่วยกันสามคนพี่น้อง น้องชายคนเล็กมักจะดูแลพี่สาวทั้งสอง ราวกับเขาเป็นพี่ชายคนโต  เวลาที่ไปไหนด่วยกันสามคนพี่น้อง น้องชายคนเล็กมักจะดูแลพี่สาวทั้งสอง ราวกับเขาเป็นพี่ชายคนโต  เขามีพฤติกรรมอย่างนี้มาตั้งแต่พวกเรายังเด็ก เวลาที่ไปไหนด่วยกันสามคนพี่น้อง น้องชายคนเล็กมักจะดูแลพี่สาวทั้งสอง ราวกับเขาเป็นพี่ชายคนโต 

เวลาที่ไปไหนด่วยกันสามคนพี่น้อง น้องชายคนเล็กมักจะดูแลพี่สาวทั้งสอง ราวกับเขาเป็นพี่ชายคนโต 

 

 

 

 

1990 Kitaro – Kojiki

 

อัลบั้มชุดนี้ได้ยินครั้งแรกแล้วชอบ

จุดประกายให้อยากสะสมเอาไว้

 

ในวันนั้นมี Jon Anderson นักร้องนำวง Yes มาร่วมร้องเพลงด้วย The Island  of Life ช่างมีพลังอย่างร้ายกาจ ทั้งพลังเสียงคนร้องและเครื่องดนตรีที่นำมาร้อยเรียงเล่นกันสดๆ  ผู้คนต่างก็ร้องตะโกนกันก้องฟ้า เมื่อได้ยินเสียงของ Jon Anderson ดังตามมา  มาคราวนี้ได้ ยินได้ฟังกันสดๆ คุ้มค่าบัตรที่จ่ายสตางค์ไป 100 บาท ได้เจอศิลปินที่ตั้งใจกันมากขนาดนี้ เครื่องเสียงสุดยอด  ทุกคนที่มาดูในคืนนั้นพกพาความอิ่มอกอิ่มใจกลับบ้านกันถ้วนหน้า หลายคนบอกว่าได้สองเด้งได้มาดู และฟังพลังน้ำเสียงของ Jon Anderson ด้วยนับว่าเป็นที่สุดของความคุ้มค่า

 

                              ระหว่างที่เดินทางออกจากสวนหลวง  รถโค้ชคันใหญ่ที่ Kitaro นั่งมาด้วยกำลังพาเจ้าตัวกลับไปยังที่พักต้องออกจากที่แสดงไปยังข้างนอก ผ่านที่พวกเราสามคนพี่น้องเดินทางออกจากสวนหลวงกลับบ้านกันพอดี  ช่างบังเอิญอะไรเช่นนั้น Kitaro ผู้อยู่ในรถคันนั้น ยังโผล่หน้าออกมาที่กระจกโบกมือให้แฟนเพลงได้ชื่นใจได้อีกครั้ง  ตอนแรกไม่รู้เลยว่ามีเขานั่งอยู่ด้วยแต่เห็นผมของเขาปลิวสะบัดอยู่ในรถ เมื่อเขาหันไปพูดกับสมาชิกคนอื่นที่นั่งรถมาด้วยกันใบหน้ามีหนวดงามช่างละม้ายคล้ายเขาเป็นอย่างมาก ไม่นึกว่าเขาจะนั่งรถคันนี้ออกมาจากเวที  พอเห็นว่าใช่จริงๆคราวนี้แฟนเพลงต่างส่งมือโบกไปมา ให้กับหลายๆคนที่ทะยอยเดินเรียงแถวเพื่อหารถกลับบ้าน ศิลปินคนโปรดกันอย่างถ้วนหน้า นับว่าเป็นความอิ่มอกอิ่มใจกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากสถานที่แสดง  คืนนั้นกว่าจะเดินออกมาข้างนอกหารถนั่งกลับบ้านได้พวกเราต้องเดินออกมาเรียกรถทางด้านนอก

 

 

 

 

1995 Kitaro – An Enchanted Evening

 

                                               หลังจากวันนั้นมามีระยะห่างถึงแปดปี Kitaro กลับมาแสดงที่เมืองไทยอีกครั้ง  ครั้งนั้นเป็นการแสดงสดแบบ in door มาเล่นที่ ที่ BEC TERO HALL ในคืนวันที่ 14  สิงหาคม 2547 สวนลุมพินีมาคราวนี้บัตรแพงขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะราคาสูงสุด 2500 บาท และลดหลั่นไปตามที่นั่งราคาบัรแตกต่างจากครั้งที่แล้วหลายเท่าตัว   ภาพโดยรวมและบรรยากาศการเล่น ไม่ดูน่าครึ้มอกครึ้มใจเท่าที่มาเล่นครั้งแรก   เพราะสถานที่แสดง คับแคบมาก น่าอึดอัดเป็นที่สุด  เสียงเพลงที่บรรเลงนั้น การดู  คอนเสริ์ตสำหรับเพลงบรรเลงของเขาไม่เหมาะกับการเล่นในสถานที่อย่างนั้นเลย   เหมาะแก่สถานที่ที่เปดกว้างมากกว่า   แต่ Kitaro และเพื่อนๆยังคงเล่นคอนเสริ์ตได้เต็มที่ แต่ว่าบรรยากาศไม่เป็นใจเอาเสียเลย    การแสดงบนเวทีเริ่มตรงเวลา 20.00 น.(ช้าไปบ้างนิดหน่อยประมาณ 10 นาที)  ถ้าผู้จัดเป็นมืออาชีพมักจะไม่ค่อยจะเล่นช้ากว่าเวลาที่กำหนดมากนัก เพราะทุกอย่างมีคิวไว้อยู่แล้ว

 

 

 

 

 

Ancient   ปี 2000

 

โดยส่วนตัวชอบปก CD ชุดนี้มากด้วย

เพราะเป็นรูปสุริยุปราคา

 

 

 

 ฉันยังคงไปดูการแสดงของเขากับน้องอีกสองคนยังไปด้วยกันเช่นเดิม  ยังแอบนึกในใจว่า ถ้าไปดู Kitaro ต้องไปด้วยกันสามพี่น้อง อย่างน้อยยังระลึกถึงบรรยากาศในครั้งแรกที่พวกเรายังเรียนหนังสืออยู่แล้วได้ไปดูคอนเสริ์ตด้วยกัน แม้ว่าระยะเวลาห่างกันถึงแปดปี แต่ความอิ่มอกอิ่มใจที่ยังมีต่อดนตรีของเขายังไม่เคยห่างไปจากความทรงจำของเราเลย 

 

 Sacred Journey of Ku-Kai Vol. 3

 

อัลบั้มชุดล่าสุดที่ได้มา ออกในปี 2007

 

 

                                  เมื่อได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น ฉันไม่ลืมที่จะฉกฉวยโอกาสนั้นได้ตัวเองเป็นเจ้าของ CD ของเขาอีกครั้ง ได้มาหลายอัลบั้มชอบใจเสียงดนตรีเช่นเคย แล้วยังประทับใจเสียงร้องของสาวชาวจีนที่ร้องเพลงให้กับอัลบั้มชุดหลังๆ ของเขาด้วย ทุกครั้งที่ตัดสินใจซื้อผลงานของเขามาฟัง มักจะคิดว่าเป็นการสะสมงานที่ตนเองชื่นชอบ 

 

                                  เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนบ้านเกิดของเขา  เลยตั้งใจว่าจะไปหาซื้องานของเขาที่เหลือจากที่เคยมีอยู่ เป็นการตามเก็บผลงานของเขาเอาไว้ฟัง  ใช่ว่าอัลบั้มที่ตั้งใจว่าจะสะสมจะมีวางตลาดอยู่ในปัจจุบัน  เพราะหลายๆอัลบั้มกลายเป็นของหายากไปเสียแล้ว  ฉันยังคงยากที่จะลืมคืนวันที่ฝนพรำที่ Shibuya ในวันที่ต้องเดินหาอัลบั้มของเขาได้ดี  เพราะเป็นค่ำคืนที่วิ่งจากร้านโน้นออกร้านนี้ พร้อมกับโน้ตที่ตนเองจดมาจากการค้นคว้าข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อนการเดินทาง ที่ค้นคว้ามาล่วงหน้าก่อนที่จะนำไปไปชี้แจงแก่พนักงานขายแผ่น CD ว่าต้องการชุดใดบ้าง    ทุกคนที่เป็นพนักงานขายในแต่ละร้านต่างให้ความร่วมมือในการค้นหา CD แต่ละชุดของเขาตามรายการที่ฉันยื่นให้ดุจากสมุดโน้ตเล่มเล็กที่พกติดตัวไปด้วย   ทุกคนยินดีบริการด้วยไมตรีและน้ำใจที่เยี่ยมยอด  ถ้าที่ไหนไม่มีหรือของขาดจากสต๊อก เขาเหล่านั้นไม่รีรอที่จะวาดแผนที่ร้านใหม่ให้แก่ฉันเพื่อค้นหาต่อไป

 

 

 

 

 

1993 Kitaro – Heaven & Earth

 

                               สิ่งที่ท้าทายและเป็นสุดยอดแห่งสีสันในคำคืนนั้นคงไม่พ้นภาษาที่ต้องสื่อสารกัน ระหว่างฉันกับคนขาย   เมื่อต้องใช้ภาษาที่ไม่คุ้นเคยในการสื่อสารของตนเองในเวลานั้น สีหน้าและแววตาของพวกเขาเหล่านั้นทำให้ผู้ซื้ออย่างฉันแม้จะรีบร้อนเพียงใด เมื่อเห็นคนขายอยากขายของกุลีกุจอหาสินค้าให้  จำต้องยินยอมพร้อมใจจะรอการสืบค้นด้วยความใจเย็น การทำงานด้วยใจต่างจากการทำด้วยหน้าที่ของพนักงานขายของทุกคนทำให้ความรีบร้อนของฉันเริ่มแผ่วลงได้บ้าง

 

                        แม้ว่าบางชิ้นค้นหาได้อย่างยากเย็น น้องๆก็ไม่เคยละความพยายาม  เมื่อของไม่มีแล้วยังเห็นใจวาดแผนที่ของอีกร้านหนึ่งให้ฉันไปหาอีกที่หนึ่งที่คิดว่าน่าจะมีสินค้าที่ต้องการ  ความเร้าใจอีกอย่างหนึ่งคือ  เมื่อได้รู้ว่าวันที่ไปหาของเป็นวันสุดท้ายที่อยู่ในโตเกียว  เวลาที่เหลือไม่มากนักในการซื้อสิ่งที่ตั้งใจไว้เมื่อไปถึงที่นั่น  ในที่สุดฉันก็ได้เป็นเจ้าของผลงานของเขาติดมือกลับมาบ้านอีกครั้ง  และยังบอกกับตัวเองเสมอว่า ถ้าเขามีโอกาสได้มาเปิดการแสดงที่เมืองไทยเมื่อไหร่  ถ้ามีโอกาศฉันจะไม่พลาดคอนเสริ์ตเขาอีกแน่นอน

 

 

 

1998 Kitaro – Gaia.Onbashira 

Sound Track ประกอบภาพยนตร์เรื่องโปรดที่ได้ไปชมมาด้วย

เป็นหนังอิงประวัติศาสตร์ชาติจีนที่น่าทึ่งThe Soon sisters

 

 

                                    ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าใด ยังคงงดงามอยู่ในใจฉันเสมอ  และคิดว่าน้องๆทั้งสองคนคงไม่ลืมเช่นกัน ระหว่างที่เขียนบทความนี้ ฉันหันไปถามน้องสาวว่า ยังจำได้ไหมที่เราเคยไปดู Kitaro ครั้งแรกด้วยกัน  เขาบอกว่า จำได้สิ  ตอนนั้นเขาเรียนมหาวิทยาลัย อยู่ปี  3 น้องอาจจะไม่รู้ว่า พี่สาวคนนี้รู้จัก Kitaro เป้นครั้งแรกเพราะน้องเอามาเปิดตอนที่เรียนหนังสืออยู่นั่นเอง คงประมารตอนนั้นแหละที่ทำให้พี่สาวยังติดใจและติดตามผลงานของ Kitaro มาจนถึงปัจจุบัน

 

                                        ขอบคุณสำหรับวันเวลาที่ดีในชีวิตเสมอ Kitaro เป็นอีหนึ่งความทรงจำในด้านของผู้ที่ทำเพลงที่ถูกใจแล้ว ยังมีความรักระหว่างพี่น้องในครอบครัวมาให้จดจำอยู่เสมอ ไม่รู้ว่ากาลข้าหน้าจะเป็นอย่างไร ความผูกพันของพี่น้องที่พวกเราเราเคยผ่านช่วงเวลาที่ดีๆมาด้วยกัน ในยามที่เราต้องจากบ้านไปเพื่อเรียนหนังสือกันและดูแลกันเองอย่างช่วงชีวิตวัยเรียนของพวกเรา  ที่ต้องอยู่ห่างไกลจากบุพการี พวกเราต้องดูแลกันเอง  น้องชายคนเล็กกลายเป็นผู้ที่ดูแลพี่สาวทั้งสองคนอยู่เสมอ  ไม่ว่าพวกเราจะไปที่ไหนก็ตาม

 

 

 

2006 Kitaro – The Essential Kitaro (CD)

 

 

                           ล่าสุดนี้ได้ข่าวว่า Kitaro ได้กลับมาเล่นคอนเสริ์ต ที่เมืองไทยอีกครั้ง ประมาณกลางเดือน มีนาคมที่ผ่านมานี้   ครั้งล่าสุดมาเล่นที่พัทยาฉันยังคงรอติดตามผลงานเขาต่อไป แม้ว่าอยากไปดูการแสดงของเขาอีกครั้งแต่ภาระหน้าที่การงาน  และเวลาที่ไม่ลงตัวทำให้พลาดโอกาสนี้ไป  เสียงเพลงของเขายังขับกล่อมอยุ่ทุกวัน ผ่านแผ่ CD ที่ฉันซื้อมาจากญี่ปุ่นเมื่อครั้งที่ได้ไปเยือน แม้ว่า อยากจะกลับไปเที่ยวที่นั่นอีก  คงต้องรอเวลาที่จะกลับไปที่นั่นอีกพอสมควร 

 

 

ฉันยังคงติดตามข่าวของเขาอยู่เสมอ  เสียงเพลงที่เคยได้ยินยังดังแว่วมาจากห้องส่วนตัวที่เปิดฟังในยามที่อ่านหนังสือ แม้ยามนี้ไม่ได้อยู่ในวัยเรียนก็ตาม เวลาทำงาน หรือว่าขับรถไปที่ไหน ถ้าได้ยินเสียงเพลงของเขา ทุกครั้งยังทำให้คิดถึงตอนได้มีโอกาสไปดูคอนเสริ์ตครั้งแรกของเขาอยู่เสมอ  ถ้ามีโอกาสเราสามคนพี่น้องจะใช้ไปใช้เวลาดีๆร่วมกันอีกครั้ง กับการฟังเพลงในแบบที่เราชอบเหมือนกัน

 

 

 

ฉันเชื่อว่าหลายๆคนต้องคุ้นหูกับเพลงของเขาอยู่บ่อยๆแต่บางคนอาจจะไม่ทราบว่าเพลงที่ได้ยินนั้นเป็นฝีมือของผู้ชายผมยาวคนนี้ ที่มีชื่อเสียงเพราะความมีเอกลักษณ์ของดนตรีที่มาจากธรรมชาติรอบๆตัว  โดยเฉพาะในเมืองไทย หากว่า Kitaro คิดจะเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์ผู้ที่นำเพลงของเขามาประกอบสารคดี คงจะเก็บได้เยอะพอสมควร  ถ้าคุณได้รู้อาจจะหลงรักเสียงดนตรีของผู้ชายคนนี้เหมือนกับฉันเช่นกัน

 

 

เขียนโดย

 

KorP@I

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต