เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมาไปเที่ยวที่บ้านเพื่อนสาวที่บางบัวทอง ตั้งใจว่าจะแวะไปหาข้าวกลางวันแถวๆนั้นทานก่อนกลับบ้าน มักจะเป็นร้านส้มตำแถวบ้านเพื่อนแหละ  มักจะเป็นอย่างนั้นเป็นประจำ ถ้ามีเหตุต้องขับรถเข้ากทม.ไปมักจะแวะไปเที่ยวที่นั่นบ่อยๆอยู่แล้ว เพราะทางกลับบ้านที่นครสวรรค์ออกทางนั้นได้อีกทางหนึ่งเป็นการหลบวิภาวดีที่ติดหนึบหนับไม่ขยับไปไหนได้  เอาเวลาที่อยู่บนถนนไปเที่ยวและหาอะไรอร่อยๆทานกลางวันก่อนขับรถตียาวกลับบ้านคนเดียว

                      ระหว่างที่ขับรถไปใกล้ถึงบางบัวทองแล้ว  เพื่อนโทรเข้ามาถามว่า

 

เอาอาม่าชั้นไปด้วยได้ไหม “   ” ได้สิ ”  ฉันตอบเพื่อนอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด โห..แน่นอนที่สุดเลย ว่าไปแล้วฉันไม่ได้เจออาม่านานแล้ว  เพราะเวลาเจอเพื่อนก้แวะรับส่งเท่านั้น ไม่ได้แวะเข้าไปทักทายอาม่า     ทั้งๆที่เมื่อก่อนนี้ตอนที่ฉันและเพื่อนยังเรียนหนังสืออยู่   ฉันเองแอบไปฝากท้องไว้กับซาลาเปาและบ๊ะจ่างฝีมืออาม่ามาตั้งนานแล้ว

 

    จำได้ว่าเคยโทรหาเพื่อนและถามว่าตอนนี้ทำอะไร เพื่อนบอกกลับมาว่าเป็น Baby sister ฉันยังแซวกลับไปเลยว่าไปเลี้ยงลูกให้เพื่อนคนไหน  ที่ไหนได้เพื่อนบอกว่าดูแลอาม่า  ฉันเคยเจออาม่าเพื่อนตั้งแต่สมัยที่เรายังเป็นเพื่อนนักเรียนกันอยู่  แล้วฉันเองก็รู้จักและคบเพื่อนมาตั้งแต่ปี 31 คิดดูเถอะว่าซาลาเปาฝีมืออาม่าที่บ้าน เพื่อนผ่านกระเพาะฉันมาแล้วไม่รู้ว่ากี่ครั้ง

 

.

         พอเลี้ยวรถเข้าบ้านไปไปถึงเห็นอาม่าแต่งตัวสวยรออยู่แล้ว อาม่าในชุดใส่กางเกงแพรจีนสีดำ เหมือนหญิงชราที่มาจากเมืองจีนทั่วไป ทั้งๆที่เห็นอาม่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ภาพอาม่าตรงหน้ายังชินตาอยู่เลย  อาม่าในผมทรงตัดสั้น ใช้หวีสับไปทางด้านหลังไว้  เหมือนผมทรงนักเรียนประถม ใส่ฟันสะอาดยิ้มสวยเพราะไม่กินหมากปากเลยไม่เลอะเทอะเหมือนคนไทยที่กินหมากกันจนปากแดง ต้องถ่มน้ำหมากอยู่บ่อยๆ บุคลิกของคนจีนอย่างอาม่าหาได้น้อยมากแล้วในยามนี้

 

 

                  เพื่อนช่วยเอารถเข็นอาม่าไว้ข้างหลังและให้อาม่านั่งข้างหน้าคู่กับฉัน  ระหว่าง%