สำหรับเมืองนี้ มีความคุ้นเคยอยู่ในใจก่อนเดินทางไปหลายปี

 จำได้ว่าเคยเห็นภาพสวยงาม  อยู่ในใจมานาน แต่ จำไม่ได้แล้วว่าภาพเห็นในใจ  

 ในเวลานั้นเกิดขึ้นที่ไหน  เมื่อไหร่  ไม่ได้ใส่ใจนัก  รู้เพียงว่าเมื่อเห็นบ้านเรือนอย่างนั้น

 ทำให้นึกถึงบ้านเก่า ที่เคยใช้ชีวิตในวัยเด็ก  มีลักษณะของบ้านไม่ต่างจากบ้านไม้ที่นี่

รวมไปถึงชื่อเมืองที่มีเชียง  แต่ไปอยู่ที่ภาคอีสาน  ไม่ใช่ภาคเหนือ

 

คิดถึงคำหนึ่งที่เข้ากับบรรยากาศของชื่อและเมือง  มีคำที่สะดุดใจมากๆคำหนึ่งมานาน

 

คือคำว่า  ” P o s t c a r d   จาก  เชียงคาน “ 


ไม่รู้ว่าภาพที่เกิดขึ้นนั้น  เกิดขึ้นในใจ จินตนาการ

หรือว่า …เป็นภาพที่เกิดขึ้นในฝัน


จะด้วยเหตุผลใดก็ตามไม่ใช่สิ่งสำคัญ

 

–เพียงแค่อธิษฐานไว้ว่า..สักวัน–เราคงได้เจอกันนะ  เชียงคาน —

 

 


ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุใดก็ตาม คงไม่ใช่ประเด็นที่ตัดสินใจ

เลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวที่นี่สักวัน 

เมื่อข้าพเจ้าเริ่มปรารภกับเพื่อนฝูงว่าจะขับรถไปเที่ยวที่นั่น 

 

—เหนือสิ่งอื่นใด—-

ไม่ใช่สิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งที่อยู่ในใจ ที่ยังคิดเสมอว่า..

วันหนึ่งจะต้องไปเยือน..ที่นั่นให้ได้

 และแล้ว วันนั้น เริ่มเดินทางมาถึง

9-11 ธันวาคม 2553

 

แล้วเจอกันนะ  

 

—–เ ชี ย ง ค า น —-

 

 

 

จากในฝันสู่ความเป็นจริง

 

.

                   

                              ฉันเป็นคนริเริ่มความคิด..อยากขับรถไปเชียงคาน เลยร่อนถ้อยความเชิญชวนเพื่อนๆอีกสามคน สมาชิกที่ตกปากรับคำมีทั้งหมดสี่สาว ที่นัดแนะกันไว้ว่า 9- 12 ธันวาคม 2553 พวกเราจะไปเชียงคานกันเพื่อนๆจะแวะมาหาที่บ้านและมานั่งรถฉันออกจากที่บ้านฉันเองในเช้าวันที่ 9 ธันวาคม

 


                                ที่บ้านฉันยังต้องทำงานจนกระทั่งเช้าวันที่ต้องเดินทางยังไม่เว้นที่ต้องไปดูรถที่บรรทุกข้าวโพดมาที่โกดัง  ระหว่างที่ทำงานยังถามใจตัวเองว่า วันหยุดยาวอย่างนี้ทำไมต้องไปเที่ยวด้วย  ความจริงแล้วเลือกได้  ว่าจะไปช่วงไหนดีเพราะเรามีอาชีพอิสระอย่างนี้ เลี่ยงไปอีกอาทิตย์หนึ่งท่าทจะดีนะ คนไม่เยอะเท่าตอนนี้ จะรออีกอาทิตย์หนึ่งค่อยๆไปไม่ไดกว่าหรือ  เพราะชะล่าใจความล่าช้าของความคิดและตัดสินใจ    เริ่มเข้ามาหาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ในขณะที่คิดอยู่นั้นเพื่อนๆคงไม่มีเวลาให้ได้คิดเพราะพรุ่งนี้ต่างเตรียมตัวเดินทางกันแล้ว 

 

                                  เหตที่ทำให้อยากเปลี่ยนใจเพราะ รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว มาตั้งแต่อาทิตย์กับวันก่อนหน้าตกปากรับคำกับเพื่อนๆ  อาการยังไม่ทุเลาเท่าที่ควร เห็นสายตาแม่ที่มองมาอย่างห่วงใยทำให้ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นักที่ก้าวเท้าออกจากบ้าน  ก่อนออกไปขึ้นรถ แม่เรียกให้ไปเอายาหม้อสมุนไพรที่แม่บ้านต้มไว้ให้ดื่ม  ติดตัวไปดื่มระหว่างทางด้วย  ในเวลานั้นคิดอยุ่อย่างเดียวว่า ถ้าใจเต็มร้อยร่างกายคงไม่ใช่ปัญหา


                                             ส่วนตัวฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม่ไม่ตื่นเต้น หรือว่ารอคอยเพื่อที่จะเดินทางอย่างที่ปกติเคยเป็น เพราะรับปากกับเพื่อนไว้  ว่าจะเอารถไปเองกระมัง  จึงเป้นสาเหตุให้ความรับผิดชอบที่มีอยู่ข้างหน้ามากมายพอสมควรต่อการเป็นสารถีให้เพื่อนๆนั่งรถเดินทางไปด้วยกัน  แน่นอนทุกคนย่อมคิดถึงจุดหมายปลายทาง ..ที่ริมโขง ณ เชียงคาน

 

คือที่มั่นของพวกเราคราวนี้

 

ภาพโดย : น้องบี  ขวัญฤทัย