เพื่อนกันในวันนั้น

ต่างตระหนักรักมั่นต่อกันไว้

เดินผ่านกาลเวลาเนิ่นนานไป

สะท้อนคมในความจำ

สะท้อนคำอยู่ในใจ

.

ไม่มีของฉันของเธอ

เราต่างเป็นเพื่อนเกลอตลอดไป

ฉันเป็นเพื่อนเธอ

เธอก็เป็นเพื่อนฉัน

เราต่างเป็นเพื่อนกัน

โลกแห่งกันแบ่งปันในน้ำใจ

หากเรามีอะไร

เราต่างนำมาให้กันก่อน

ไม่ต้องมีคำอ้อนวอน

เพราะคิดแต่จะเป็นผู้ให้ก่อนสิ่งใด

หากโลกเป็นเช่นนี้

เราคงมีความสุขมากมาย

ไม่มีใครคิดจะทำร้าย

เรามีสิ่งใดต่างนำมาให้แก่กัน

หากโลกเป็นเช่นนี้

ทุกชีวีคงมีแต่ความสดใส

ไร้ความวุ่นวายข้างในใจ

เพราะเรามีแต่คิดจะให้

มีอะไรแล้วเรามาแลกกัน

 

สองเกลอคู่ใจ

เดินท่องเที่ยวไปในฝัน

โลกที่มีน้ำใจที่ต่างมีอะไรแล้วแบ่งปันกัน

โลกใบเก่าของเธอกับฉัน

เคยเล่นซ่อนหากันแต่ครั้งยังเยาว์วัย

สองใจผูกพันแน่นหนัก

ต่างเดียงสายิ่งนักรักนี้

สัญญาให้จดจำแต่สิ่งที่ดี

เราจะเดินมาที่นี่

ยังเหลียวมองตรงนี้

จุดที่เราเคยมาพบกัน

หลายปีล่วงเลยผ่านไป

นาฬิกาไม่เคยตื่นสาย

ชีวิตต่างเจออะไรมากมาย

คิดถึงกันบ้างไหม

ทุกครั้งที่เดินผ่านกัน

ฉันไม่เคยลืมเธอ

ไม่รู้ว่าเธอจะคิดอย่างเดียวกันไหม

เวลาไม่ได้ผ่านไปเร็วไว

หากหัวใจของคนอาจรีบจ้ำเดิน


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครั้นเมื่อถึงวันนี้

อยากรู้ว่าเธอคนดี

หากเธอเดินผ่านมาทางนี้อีกครั้ง

เส้นทางที่เราเดินทาง

เธอจะยังจำกันได้ไหม

วันวานของเราอาจไม่หวาน

แต่มีตำนานที่ล่วงเลยไป

อาจมีทั้งเสียงหัวเราะและร้องให้

หวังเพียงเสี้ยวหนึ่งของหัวใจ

เธอยังคำนึงถึงมันได้

แม้เวลาล่วงเลยไป

จะร้องเรียกแค่ไหน

ไม่อาจย้อนคืน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันเก่าๆที่เราเคยเดินผ่าน

อาจมีความหวานที่สดชื่น

เราเคยผ่านทั้งวันคืน

ฝันทั้งตื่นไม่ย้อนกลับคืนมา

ไม่ว่าจะผ่านไปซักกี่ครั้ง

ฉันยังจดจำมันได้

ความหลังเมื่อครั้งเยาว์วัย

เพื่อนยังจำกันได้ไหม

ไม่มีคำว่าสาย

หากเราจะกลับมาพบกันใหม่

บนเส้นทางสายที่เราได้พบกัน


 

เมือไปเที่ยวเชียงคานระหว่างทางที่เดินเล่นที่ริมแม่น้ำโขง

ยามเช้าของวันที่ 10 ธันวาคม 2553

ระหว่างที่เดินเล่นกับเพื่อนๆ

ได้เก็บภาพริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของภาคอีสาน

ระว่างที่เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปอยู่นั่นเอง

สายตาพลันไปเห็นหนุ่มน้อยสองคนกำลังเล่นอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง

คะเนจากสายตาตนเอง

มองจากริมตลิ่งที่ยืนอยู่

ได้แลเห็นความเอื่ออาทรของหนุ่มน้อยทั้งสองคน

ที่กำลังเพลิดเพลินกับกิจกรรมยามว่างที่ริมฝั่งโขง

เห็นทั้งสองคนใช้เวลาช่วงวันหยุดเที่ยวเล่นกันอยู่นั้น

อดที่จะนึกถึงวัยเด็กของตนเองไม่ได้เช่นกัน

การที่ชีวิตเรามีเพื่อนเล่นในวัยเด็ก

นับเป็นวัยที่มีแต่การแบ่งปัน ให้แก่กันเป็นโลกที่ดูจริงใจ สดใส

ต่างเอื้ออาทรแก่กัน มักจะช่วยเหลือกัน

หลายคนมักจะมีเพื่อนแท้ในช่วงวัยนี้มากมาย

เพราะเคยร่วมทั้งทุกข์และสุขร่วมกันมา

 

 

 

 

 

 

 

ในวันนั้นรู้สึกเพลิดเพลินใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มกับภาพมิตรภาพของหนุ่มน้อยทั้งสองคน

ที่กำลังเล่นกันที่ริมฝั่งโขงอย่างมีความสุข

อยากให้เขาทั้งสองคนได้มาเห็นภาพนี้

ยามเมื่อทั้งสองคนได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นแล้ว

เขาจะคิดอย่างไรเมื่อได้เห็นภาพของตนเองในวัยเด็กอีกครั้ง

ฉันมั่นใจว่า..

เขาทั้งคู่จะมีความสุขมากเมื่อได้เห็นมัน

เหมือนอย่างที่ฉันได้เห็นเขาทั้งสองในวันนี้ 

การทีมีเพื่อนเล่นที่เล่นด้วยกันตอนที่เป็นเด็ก

โลกของความเป็นเพื่อนช่างสดใสยิ่งนัก

ไม่มีผลประโยชน์อันใดเข้ามาเกี่ยวข้อง

ไม่มีคำว่า”ของใคร”

มีแต่คำว่า”ของเรา”

หากว่าโลกเราเต็มไปด้วยการแบ่งปัน

ไม่ใช่มีแต่การแก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น

คนที่เดินเล่นอยุ่ในโลกใบนี้คงจะเปี่ยมล้นด้วยความสุข

หากคิดแต่จะเป็น “ผู้ให้”

มากกว่าการเป็นผู้ร้องขอ

ภาพและถ้อยคำ

โดย

KorP@i

 

 

24.11.2011