เมื่อวานนี้ขับรถไปออกกำลังกายยามเย็น  ยามตะวันชิงพลบเห็นท้องฟ้าใกล้

 

ค่ำแล้ว อากาศเริ่มชะลอตัวลงเรื่อยๆเข้าพลบค่ำ น้าสาวที่ไปออกกำลังกายด้วยกันเอ่ยมา

 

ว่า อากาศอย่างนี้  ถ้าไปอยู่ที่อื่นที่ไกลๆบ้าน คิดถึงบ้านแย่เลย

 

 

   บรรยากาศย่างเข้าใกล้เวลาพลบค่ำเช่นนี้ ถ้าเราอยู่ห่างบ้านไม่ว่าจะเป็นการไปเรียน

 

หนังสือหรือว่า ไปทำงาน แล้วต้องจากบ้านไปไกลๆ  ยามเย็นที่พลบค่ำจะเจอบรรยากาศ

 

แบบนี้อยู่บ่อยๆ  อาจเป็นความเหงาอย่างจับจิต   ทุกคนจะมีอารมณ์อย่างนี้เมื่ออยู่ไกล

 

บ้าน  ความเหงามักจะแวะเวียนมาทักทายเราอยู่เสมอ  ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูไหนก็ตาม  

 

 

 

.

 

บางครั้งเมื่อเราต้องอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อนๆหรือว่าบางทีมีเพื่อนอยู่ก็ตาม  แต่ว่าในใจเรา

 

 

มันเหงา  ต่อให้ไปเดินอยู่ที่เมืองใหญ่ๆผู้คนมากมาย เดินชนเราเต็มไปหมดล้อมหน้าล้อม

 

 

หลัง  แต่ในจิตใจของเราไม่รู้สึกว่ามันอบอุ่นข้างใน อาจจะหนาวมากกว่าที่อยู่คนเดียวอีก 

 

 

 อย่างนั้นร้ายกว่าการอยู่คนเดียวแล้วเหงาหลายเท่านัก 

 

 

ชีวิตคนเราต้องสามารถหากิจกรรมมาทดแทนความรู้สึกอย่างนั้นให้ได้  ชีวิตและจิตใจ

 

ต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเองให้ได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม  ความเหงาที่เหมือน

 

 

ขาดอากาศหายใจเป็นอันตรายต่อการมีชีวิตเป็นที่สุด   ฉันเชื่อว่าทุกคนต้องหางานอดิเรก

 

 

มาช่วยทำให้ตัวเองไม่เหงา และต้องเป็นเพื่อนกับความเหงาด้วยตัวเองให้ได้ ไม่มีใครจะ

 

 

ช่วยตัวเราได้ดีไปว่าตัวเราเอง  เชื่อไหม??

 

 

 

 

 

 

 

เพียงกระแสลมพัดผ่าน

 

คล้ายความหวานแทรกผ่านยังอ่อนไหว

 

ความคิดถึงที่ส่งไปแทรกผ่านในใจไปให้กัน

 

รอคอยในแดนฝันไม่เคยหวั่นระยะทาง

 

ยังคงนั่งมองฟ้าหวังใจว่ายังคงฝัน

 

ไม่เอ่ยปากให้ลมหวั่นเชื่อใจกันตลอดมา

 

เธออาจได้รับเมื่อลมพัดส่งไปให้

 

ดื่มด่ำในน้ำใจไม่อ่อนไหวเมื่อไกลกัน

 

มองไปที่ทิวฟ้าเหมือนดั่งว่ามาหากัน

 

บอกรักไปทุกวันที่ฝั่งฝันในแดนไกล

 

 ตอบรักที่ฝากไปคล้ายกับใจได้ใกล้กัน

 

คิดถึงเธอทุกวันส่งใจฉันไปก่อนแทน

 

 

 

ถ้อยคำโดย

 

 

 

Korp@i 

 

 

 

 08/07/2553