หลายปีมาแล้วเมื่อตอนที่น้องสาวฉันสอบเข้ามหาลัย เพื่อนๆต่างก็ถามว่าไปบนอะไร ที่ไหน ไว้หรือเปล่า ปรากฏว่าเปล่า ไม่ได้ไปบนที่ไหนเลย เพียงแต่ว่าก่อนเข้าสอบ เธอมาขอพรจากพ่อแม่ ด้วยเหตุผลที่ว่า พรของบุพการรีถือเป็นสิ่งที่ล้ำเลิศที่สุดของมวลมนุษย์ เธอคิดและเชื่อเช่นนั้น เมื่อไดฟังที่น้องพูดแล้ว ดูมีเหตุผลน่าฟัง คนเราจะนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองมักจะมีการสักการะสิ่งของสารพัด ยิ่งเมืองเรามีผู้คนที่เชื่อในไสยศาสน์ สาสนพิธีต่างๆเป็นทุนเดิม ตราบใดที่ระบบการศึกษาของบ้านเรายังตกต่ำย่ำอยู่กับที่เช่นนี้

.

                                                                  ทุกครั้งที่มีการสอบเข้า ไม่ว่าจะเป็นการสอบเรียนต่อ เข้างาน เลื่อนขั้นในหน้าที่การงาน สอบชิงทุน การศึกษาและอื่นๆมากมาย สังคมที่ต้องอาศัยการแข่งขันนับตั้งตาที่มีการกำเนิดขึ้นมานับแต่วินาทีแรก พ่อแม่ต้องหาที่ให้ลูกๆได้เรียน เมื่อเรียนแล้วต้องเรียนพิเศษ ไม่เรียนก็ไม่ได้เดี๋ยวจะไม่ทันเพื่อนอีก เพราะจำนวนประชากรที่มีมากเกินกว่าความต้องการ การบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้ผุดขึ้นมากมาย และต่อเนื่อง
ผู้ให้กำเนิดเรามาคงมีความปรารถนาดีต่อเรา ในเมื่อเป็นผู้สร้างเรามาแล้ว เมื่อเราทำอะไรแล้วต้องการที่พึ่งทางใจ บุพการรีควรเป็นผู้ที่เราให้ความคิดถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเราได้พรจากท่านแล้ว นั่นคงเป็นสิ่งที่เรารู้สึกอิ่มใจ ไม่ว่าเราจะทำอะไรในชีวิต บ่อยครั้งที่เราต้องการกำลังใจ แหล่งที่จะให้ความรู้สึกที่ดีและเราได้คือคนที่รักเราที่สุดนั่นเอง    

                                     

   เมื่อเราทำอะไรก็ตามจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่เมื่อเราคิดว่าเราทำที่สุดของเราแล้ว ผลจะออกมาเช่นไรนั้น ไม่สำคัญเท่ากับความทุ่มเทที่เรามีให้ เมื่อเราทุ่มเทเต็มที่สิ่งที่ดีก็จะตามมาเองอย่างไม่ต้องสงสัย
ในวันเกิดหรือวันที่เราประสบความสำเร็จ คนที่อยู่เคียงข้างเรา น่าจะเป็นผู้ที่เราคิดถึงก่อนใครต่อใคร พระที่อยู่ในบ้านของเรา ท่านทั้งสองยังยิ้ม ร้องไห้ และมีลมหายใจ เมื่อเราทุกคนสร้างสิ่งใด เพียงแต่คิดถึงพ่อแม่ในขณะที่ท่านทั้งสอง ยังมีลมหายใจอยู่นี้ นับว่าจะสิ่งที่ดีและประเสริฐมากแล้ว รอยยิ้มด้วยความปลื้มปีติ อิ่มอกอิ่มใจ ที่ไม่มีวันหมดไปไดเลย นับเป็นการต่ออายุ ให้ท่านทั้งสองทางอ้อมอีกต่างหาก

ถ้อยคำโดย



KorP@I



11/06/2533