๋่Jeabkero

บันทึกไว้ในรอยจำ…

เรื่องเล่าจากเขาพระวิหาร…ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย

September22

เมื่อปลายเดือนสิงหาคม หลังทราบข่าวคุณวีระ สมความคิด และคณะเดินทางไปพิสูจน์พื้นที่โดยรอบเขาพระวิหารและยืนยันว่าเราได้เสียดินแดนให้กัมพูชาไปแล้ว มีการตัดต้นไม้จำนวนมาก เพื่อสร้างถนน มีชาวกัมพูชาเข้ามาสร้างบ้านเรือนอาศัยอยู่ และที่สำคัญยิ่งเราไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้ทั้งที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ข่าวนี้สร้างความคับแค้นใจแก่พี่น้องพันธมิตรยิ่งนัก

.

ฉันและเพื่อนอีกหลายคนตัดสินใจจะร่วมเดินทางไปเขาพระวิหารทันทีที่มีข่าวยืนยันว่าคุณวีระจะไปแสดงเจตนารมณ์ทวงคืนแผ่นดินไทย เริ่มแรกทีเดียวมีเพื่อนในกลุ่มร่วม 10 คนที่จะเดินทางไปด้วยกัน แต่เมื่อกระแสข่าวของความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นทำให้หลายๆคนโดนครอบครัวห้ามไม่ให้ไป สุดท้ายเราก็เหลือเพื่อนร่วมเดินทางด้วยกันแค่ 5 คน ฉัน พี่แหม่ม พี่นพ หน่อย และเต่า ซึ่งครั้งนี้พวกเรารับหน้าที่เป็นหน่วยพยาบาลอาสาฉุกเฉิน

เราออกเดินทางออกจากกรุงเทพประมาณ 4 ทุ่มของวันที่ 18 กันยายน มุ่งหน้าสู่ อ. กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ มีด่านตำรวจอยู่ตลอดระยะที่เราเดินทางใกล้ถึงศรีสะเกษ เราถูกเรียกให้จอดเพื่อสอบถามถึงจุดหมายปลายทาง แม้เราจะตอบเลี่ยงว่าไปเที่ยวบ้าง ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่โขงเจียมบ้าง ซึ่งตำรวจคงไม่เชื่อแต่ก็คงไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องปล่อยให้เราไปแต่โดยดี เราแวะเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนเข้าศรีสะเกษเพราะมีข่าวว่ามีการสั่งปิดปั๊มน้ำมันไม่ให้พวกเราเติม เลยต้องเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อน



 

เราเดินทางถึงศีรษะอโศกประมาณตี 4 กว่าๆ มีพี่น้องที่เดินทางมารวมตัวกันแล้วเพื่อรอเดินทางไปพร้อมกันในวันรุ่งขึ้น เราจอดรถและหาที่กางเต๊นท์ในโรงสีเพื่อจะพักผ่อนเอาแรงกันก่อน ระหว่างนั้นพี่แหม่มโทรหาพี่กร (หัวหน้าทีมพยาบาล) พี่กรให้เราขับรถเข้าไปหาที่อโรคยา อาคารพยาบาลของศีรษะอโศก จัดหาที่ให้เรานอน (ที่พื้นข้างเตียงสำหรับคนไข้) พวกเราใช้ถุงนอนที่เตรียมมาด้วย แล้วล้มตัวลงนอนหลับด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง

รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบ 7 โมงเช้า พี่น้องเราเริ่มตื่นขึ้นมาเตรียมตัวกันแล้ว จำต้องลุกขึ้นมาทั้งที่ยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ อาบน้ำอาบท่า หาข้าวกินกัน ก่อนมาประชุมพยาบาลอาสาในเวลา 8 โมงเช้าเพื่อเตรียมความพร้อมและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลสำหรับเดินทางไปเขาพระวิหาร มีหมอและทีมพยาบาลวิชาชีพที่จะไปพร้อมกับรถพยาบาลหลายทีม ส่วนพี่กร และพวกเรา 5 คนจะซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการดูแลพี่น้องเราตลอดเส้นทางสู่เขาพระวิหาร



 ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์



 

 

วกเราเริ่มออกเดินทางจากศีรษะอโศกเวลา 9 โมงเช้าโดยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ซึ่งพี่กรได้ติดต่อขอความร่วมมือไว้ เป็นน้องๆวัยรุ่นที่ขี่รถมาจากอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงเพื่อมาร่วมชุมนุม เราซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ออกไปรวมตัวที่หน้าศาลหลักเมือง มีรถของพี่น้องพันธมิตรทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ รถบัสเดินทางมาถึงกันเป็นจำนวนมากแล้ว (เห็นแล้วอดนึกถึงวันที่เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้ รถเยอะไม่แพ้กันเลย) พี่น้องชูมือตบ โบกมือทักทายกันตลอดทาง ขบวนรถค่อยๆเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่จุดหมายของพวกเรา

  



ขบวนรถพี่น้องผู้รักชาติ

 

 

 



ทีมพยาบาลฉุกเฉินออกเดินทางไปพร้อมขบวนรถโดยทิ้งช่วงห่างกันเป็นระยะเพื่อดูแลพี่น้องได้อย่างทั่วถึง ระหว่างทางมีชาวบ้านออกมายืนโบกมือ บ้างก็ชูมือตบให้กำลังใจพวกเรา ตลอดทางที่เราหยุดรถเพื่อรอขบวนรถหลายร้อยคันค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านบ้าง ซึ่งก็พูดคุยกับเราอย่างมีไมตรี ฉันยังไม่พบชาวบ้านมาต่อว่าต่อขานหรือแสดงความไม่พอใจเหมือนที่เราได้รับข่าวมาว่าชาวบ้านที่นี่ไม่ให้การต้อนรับเรา



 น้องๆขี่มอเตอร์ไซค์มาอาสาช่วยหน่วยพยาบาล

ฉันแวะดื่มน้ำกับเพื่อนๆและได้มีโอกาสคุยกับคุณป้าคนหนึ่ง หลังจากพูดคุยกันก็สรุปได้ว่าคุณป้าเข้าใจว่าเราจะมาทวงตัวปราสาทพระวิหารคืน ซึ่งคุณป้าบอกว่าเขมรเค้าขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปแล้วนะ ฉันอธิบายว่า พวกเรามาในวันนี้เรามาทวงพื้นที่รอบปราสาท 3,000 กว่าไร่ซึ่งเป็นของไทย ฉันว่าปัญหาความไม่เข้าใจของคนในพื้นที่ หรือแม้แต่คนทั่วประเทศก็คือ พวกเขาเห็นว่าเรามาทวงคืนตัวปราสาท หรือบางคนก็ทราบว่ามาทวงคืนพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่เข้าใจว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนตามที่สื่อหรือรัฐบาลอยากให้เข้าใจ ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นพื้นที่ของไทย และอาจฟังดูเหมือนไม่มาก เพราะฉะนั้นเวลามีใครถามฉันจะไม่พูดว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่จะบอกว่าพื้นที่ 3,000 กว่าไร่ ซึ่งฉันคิดว่ามันทำให้ผู้ฟังสัมผัสได้มากกว่าว่ามันไม่ใช่พื้นที่น้อยๆเลยทีเดียว



 ป้ายต่อต้านที่มีอยู่เป็นระยะๆตลอดทางไปเขาพระวิหาร

แม้ตลอดทางจะมีป้ายต่อต้านเราอยู่เป็นระยะๆ แต่ก็ยังมีกำลังใจเล็กๆจากเด็กน้อย 4-5 คน ยืนโบกมือให้กับขบวนรถพร้อมส่งเสียงตะโกน “ไทยสู้ๆ” เป็นอีกหนึ่งความประทับใจสำหรับพวกเรา น่าเสียดายที่คราวนี้ไม่ค่อยสะดวกถ่ายรูปมากนัก เพราะพี่น้องเราเยอะมากและแดดก็ร้อนมากด้วยเช่นกัน พี่น้องที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะ เริ่มจะเป็นลมกันแล้ว แม้ผู้ชายรูปร่างกำยำยังเริ่มเรียกขอแอมโมเนียกันตลอดทาง และเริ่มมีการนำตะปูมาโรยจนรถของพี่น้องเรายางแบนจนต้องหยุดเปลี่ยนยางกันหลายคัน

ขบวนรถเคลื่อนตัวมาติดด่านสะกัดของตำรวจที่บริเวณหน้าโรงเรียนภูมิซรอล มีการเจรจาเพื่อขอผ่านด่าน แต่หาข้อยุติไม่ได้ ระหว่างนั้นพวกเราตัดสินใจวิ่งย้อนกลับไปที่ท้ายขบวนเผื่อว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือ และเพื่อเคลียร์เส้นทางให้รถพยาบาลออกได้หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น และตัดสินใจนั่งปักหลักกันที่โคนต้นไม้ใหญ่ท้ายขบวนโดนมีการ์ดนั่งอยู่ด้วยประมาณสิบคน น้องๆที่ขี่มอไซด์ให้พวกเราก็เลยขอตัวเข้าไปกินอาหารเที่ยงในร้านอาหาร ส่วนพวกเรานั่งพัก กินอาหารเที่ยงจากเสบียงที่เตรียมมานิดหน่อยโดยบางส่วนก็ได้จากรถพี่น้องที่วิ่งผ่านไป



 รถขังและตำรวจที่มายืนบันทึกภาพพวกเรา

สักพักมีรถขังซึ่งมีตำรวจนั่งอยู่เต็มวิ่งเข้ามาจอดที่ร้านอาหาร ทำท่าเหมือนว่าจะลงแต่แล้วก็วิ่งกลับออกไป มีตำรวจยศพันตรีคนหนึ่งถือกล้องวิดีโอมาถ่ายพวกเราแล้วเดินไปนั่งที่ซุ้มไม้ข้างร้านอาหาร ระหว่างนี้เองได้มีกลุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนกันมาประมาณสิบคันพร้อมหนังสติ๊ก ซึ่งเป็นจุดที่มีการ์ดกลุ่มหนึ่งคอยดูแลอยู่ พี่การ์ดคนหนึ่งเห็นกลุ่มวัยรุ่นง้างหนังสติ๊กจะยิงใส่พวกเรา ก็ร้องตะโกนบอกทุกคน พร้อมกับเขวี้ยงขวดน้ำออกไป กลุ่มวัยรุ่นเลี้ยวรถกลับทันที มีวิ่งทะลุแนวไปได้สองคัน และก็ยังมีคนโดนยิงเข้าจนได้ ตำรวจที่ถือกล้องวีดีโออยู่ก็หยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพขณะที่พวกเราขว้างปาสิ่งของใส่กลุ่มวัยรุ่น ไม่แม้แต่จะหันกล้องวีดีโอไปทางแก๊งมอเตอร์ไซค์แต่อย่างใด

 

โดนหนังสติ๊กยิง

 

 

 



จนกระทั่งเวลาเกือบบ่าย 2 โมงที่เราฝ่าด่านตำรวจเข้าไปได้ ระหว่างนั้นเองที่มีกลุ่มวัยรุ่นที่อ้างตัวว่าเป็นชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมาก(ซึ่งฉันมั่นใจว่าไม่ใช่กลุ่มชาวบ้านแน่นอน) ขว้างปาท่อนไม้ ก้อนหิน ยิงหนังสติ๊ก ยิงปืนลูกซองอย่างบ้าคลั่งฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิกเฉยต่อหน้าที่ยืนดูพวกอันธพาลทำร้ายพวกเรา พี่น้องเราได้รับบาดเจ็บกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางคนเริ่มทนไม่ไหว และพยายามขว้างปาสิ่งของกลับไป คนที่ยังพอตั้งสติได้อยู่ก็ร้องห้ามกันไม่ให้โต้ตอบ ด้วยเกรงว่าจะเกิดการปะทะกันรุนแรง ช่วงนี้มีคนเจ็บหลายคนบ้างก็ตกใจจนเป็นลม เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น



กลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นชาวบ้าน 

 

 

 



มีน้องวัยรุ่นคนหนึ่ง ตกใจวิ่งเข้ามาถามว่า “พี่พวกนั้นพวกเขมรเหรอ” ฉันบอกไปว่าพวกนั้นเป็นคนไทยไม่ใช่เขมร “อ้าวถ้าเป็นคนไทยแล้วมาตีพวกเราทำไมล่ะ” น้องถามงงๆแล้วเดินถอยกลับไปด้วยความตกใจ เขมรน่ะมันแค่เจ้าเล่ห์ขี้โกง แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือคนไทยต่างหากที่ชั่ว ขายชาติขายแผ่นดิน

พวกเราตั้งจุดไม่ห่างจากจุดปะทะมากนักมีคนได้รับบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ ในจำนวนนั้นมีคนนึงแต่งตัวแปลกๆ ปรากฎว่าเป็นพวกที่เข้ามาตีพวกเราแต่โดนการ์ดเราจับได้ ระหว่างนั้นเองพี่น้องเราบางคนทำท่าจะเข้าไปทำร้าย พอดีพี่กรตะโกนบอกมาว่าไม่ว่าจะเป็นใครถ้าบาดเจ็บพวกเราก็ต้องรักษา พี่การ์ดบอกว่าคนอื่นไม่ต้องยุ่งปล่อยให้พยายาลเค้าดูแลไป ถึงกระนั้นก็ตามยังที่พี่น้องที่เดินผ่านยังพยายามจะทำร้ายอยู่ จนกระทั่งมีพี่คนนึงตะโกนบอกว่านั่นคนของเราทุกคนจึงหยุด จริงๆแล้วเด็กคนนี้เป็นพวกวัยรุ่นในเมืองที่ถูกชวนให้มาทำร้ายพวกเราไม่ใช่คนในพื้นที่ กลุ่มวัยรุ่นจัดตั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตำรวจเองก็ดูเหมือนเป็นใจกับพวกนั้น ทางเดียวที่จะผ่านจุดนั้นไปได้คือต้องขับรถเร่งผ่านจุดนั้นไปให้ได้ถึงกระนั้นพวกวัยรุ่นก็ยังปาหินและยิงหนังสติ๊กเข้าใส่รถจนเสียหายไปหลายสิบคัน นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้บาดเจ็บจากเศษกระจกที่แตกใส่ตาผู้โดยสารในรถอีก 2-3 ราย

  

 

 



ตำรวจ ทหาร ตั้งด่านสะกัด 

 

 

 

พวกเรามารวมตัวกันบริเวณหน้าด่านขึ้นเขาพระวิหารซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ตั้งลวดหนามสะกัดเอาไว้ ขณะที่รถขบวนของพี่น้องพันธมิตรจอดติดอยู่ที่หน้าด่านเพื่อรอการเจรจาขอขึ้นไปอ่านแถลงการณ์ ด้านท้ายขบวนก็ยังโดนกลุ่มอันธพาลโจมตีทำร้ายบาดเจ็บกันอีกหลายคนทีเดียว พวกเราแยกย้ายกันไปช่วยทำแผลให้ผู้บาดเจ็บ ฉันทำแผลให้พี่ชายคนหนึ่ง โดนยิงด้วยปืนลูกซอง แม้ระยะที่ยิงมาจะค่อนข้างไกล กระสุนเจาะเข้าที่เหรียญพลังที่พี่เขาแขวนคอไว้จนเหรียญแตก กระแทกหน้าอกจนเป็นแผลแต่ไม่หนัก เสื้อเป็นรูเล็กๆร่วมสิบรู มีแผลตามตัว แขนและมือ



 



 ถูกยิงด้วยปืนลูกซองจากระยะไกล

ระหว่างที่พักรอกันอยู่ที่หน้าด่าน ด้านบนมีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจบินวนสำรวจอยู่ 2 รอบ ด้านท้ายขบวนยังโดนโจมตีอยู่เป็นระยะ ทหารเข้ามาจับกุมตัวผู้ประกาศบนรถเครื่องเสียงไป ด้วยเหตุผลว่า ตอนนี้ประกาศกฏอัยการศึกแล้ว เราไม่ปักใจเชื่อในทันที พยายามติดต่อให้พี่น้องที่กรุงเทพเช็คข่าวให้ หลังจากนั้นนานนับชั่วโมงจึงได้รับการยืนยันว่าประกาศกฏอัยการศึกแล้วจริง

ระหว่างที่แกนนำเจรจากับทหารและตำรวจอยู่ ขบวนรถจอดรอกันอย่างระแวดระวัง เพราะอาจจะมีการบุกเข้าทำร้ายจากป่าสองข้างทาง พวกเราเริ่มคาดเดาสถานการณ์กันไปต่างๆนาๆ ถ้าเราได้ขึ้นไปอ่านแถลงการณ์ ก็น่าจะได้เดินทางกลับกันตอนหัวค่ำ แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจจะต้องปักหลักพักค้างอยู่ที่หน้าทางขึ้นอุทยานฯนี้ แม้การพักค้างอยู่ที่นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเรา แต่ที่น่ากังวลก็คือสองข้างเป็นป่ายากต่อการระวังภัยจากการถูกซุ่มโจมตี และเราอยู่ห่างจุดปะทะไม่มากนัก



 รถที่โดนขว้างเสียหาย

ระหว่างที่นั่งบ้าง นอนบ้าง คุยปรึกษากันบนถนนราดยางมะตอยที่ยังคงร้อนระอุจากไอแดด มีการเตรียมตัวของกองทัพธรรม อาหารน้ำ เพียงพอให้พวกเราปักหลักได้ พวกเราเองซึ่งมาพร้อมอุปกรณ์เวชภัณฑ์เท่านั้น ไม่มีของใช้ส่วนตัวติดมาแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่มีแม้แต่ไฟฉายซักกระบอกสำหรับค่ำคืนนี้ แต่เราก็พร้อมที่จะยืนหยัดสู้ต่อไป ระหว่างรอการตัดสินใจของแกนนำจนเวลาล่วงเลยมาถึง 6 โมงเย็นเราร่วมกันร้องเพลงชาติอยู่ที่หน้าด่าน อยากจะให้ดังข้ามไปจนถึงชาวกัมพูชาที่เข้ามาเหยียบย่ำอธิปไตยของไทย ให้รู้ว่าเรามาทวงสมบัติชาติของเราคืน

หลังจากนั้นไม่นานแกนนำก็ประกาศว่าเราจะกลับไปพักค้างกันที่ศีรษะอโศก และจะส่งตัวแทนมาประกาศเจตนารมณ์กันในวันพรุ่งนี้ ฉันเชื่อว่าพี่น้องเราจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกเสียใจ ฉันเองก็เสียใจ แต่เราก็ต้องเข้าใจว่า ความปลอดภัยของพี่น้องเราสำคัญกว่า การปักหลักพักค้างกันตรงนี้ไม่ปลอดภัยเอาซะเลย และยิ่งไปกว่านั้นฉันเชื่อมั่นในการตัดสินใจของแกนนำว่าได้พิจารณาเป็นอย่างดีแล้ว โดยยึดเอาความปลอดภัยของมวลชนเป็นสำคัญ

พวกเราเริ่มทะยอยกันกลับรถเพื่อตั้งขบวนรอออกไปพร้อมกัน โดยจะมีรถทหารนำเราไปส่งจนถึงศีรษะอโศก ฟ้ามืดแล้วฉันออกมาที่ท้ายขบวนซึ่งตอนนี้กลับมาเป็นหัวขบวนต่อท้ายรถทหารเตรียมเดินทางกลับกัน มีตำรวจยืนตรึงกำลังอยู่ข้างทาง เมื่อพร้อมแล้วเราเริ่มทะยอยกันออกมา ฉันซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ออกมาคอยมองข้างทางด้วยความระแวดระวัง จนเลยจุดที่เราถูกตำรวจสะกัดและโดนโจมตีเมื่อกลางวัน น้องชายที่ฉันซ้อนท้ายมาด้วยลดความเร็วลงเล็กน้อยและเอียงหน้ามาบอกฉันว่า “พี่ระวังตัวนะ ผมถูกหนังสติ๊กยิง” ฉันนั่งด้วยความตื่นตัวมองดูข้างทางอยู่ตลอดเวลา ด้วยสองข้างทางเป็นป่าและมืดมาก ระยะทางตอนกลับดูช่างยาวไกลกว่าตอนมามากนัก



 ก่อนกลับต้องหาเทปกาวมาติดไว้

พวกเรากลับถึงศีรษะอโศกด้วยความปลอดภัย หลังจากขอบคุณน้องๆที่มาเป็นสารถีให้เราจนเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า ความอ่อนเพลีย ความเมื่อยล้า เกาะกุมไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย จนอยากจะเอนกายลงนอนเต็มที แต่เพื่อนฉันชวนไปหาอะไรเย็นๆดื่มกัน เดินลงมาที่เต๊นท์ซึ่งมีอาหารมากมายทั้งที่ทางศีรษะอโศกเตรียมไว้ และจากแม่ยกพันธมิตร ฉันกับเพื่อนเดินไปหาน้ำหวานๆดื่มให้ชื่นใจกันหน่อย มีทั้งน้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะขาม และเดินเลยไปชิมหมูยอเวียดนามแสนอร่อยที่พี่น้องพันธมิตรนำมาให้ เสร็จแล้วก็เดินกลับไปที่เรือนพยาบาล เอนตัวลงนอนรอเพื่อนๆ พี่นพก็เดินมาเรียกให้ไปฟังคุณวีระพูด (ฉันรู้สึกเห็นใจคุณวีระมากๆ เพราะวันนี้ท่านคงเหนื่อยมาก และที่สำคัญท่านไม่สบายอยู่ด้วย เพราะเมื่อเช้า ท่านแวะมาฉีดยาที่เรือนพยาบาลก่อนออกเดินทาง)



 แม่ยกพันธมิตร

หลังจากนั้นเราก็กลับไปนอนที่เต๊นท์ซึ่งเรากางไว้เมื่อตอนมาถึง ล้มตัวลงนอนได้ก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย จนได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่รอบๆเต๊นท์ ลืมตาตื่นขึ้นมาดูเวลา เพิ่งจะ 6 โมงกว่าๆเอง พยายามจะนอนต่อแต่ก็ไม่หลับ เลยตัดสินใจลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตา หากาแฟ หาข้าวกินกัน รอบๆเต๊นท์อาหารตอนนี้มีร้านขายของให้ได้ช้อปปิ้งกันหลายร้านเชียว ทานข้าวเสร็จก็ไปเดินดู ได้เสื้อ “ทวงคืนเขาพระวิหาร” มากันคนละตัว จากนั้นก็ไปอาบน้ำอาบท่า ใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันก่อนกลับ

ระหว่างเตรียมตัวเก็บของเดินทางกลับ คนที่จะเดินทางขึ้นไปอ่านแถลงการณ์กับคุณวีระ ก็กำลังจะออกเดินทางเหมือนกัน ได้ยินว่าคนที่อยู่รอก็อยากจะขึ้นไปด้วยกันหมด เลยต้องทำการจับสลากกัน เพราะไปได้แค่บางส่วนโดยจะมีทหารพาขึ้นไป บางส่วนก็อยู่รอฟังข่าวจนคุณวีระกลับมาแล้วจึงเดินทางกลับพร้อมกัน



 

แม้การเดินทางไปเขาพระวิหารครั้งนี้พวกเราจะไม่บรรลุจุดมุ่งหมาย ไปถึงแค่หน้าทางขึ้นอุทยานฯ ไม่สามารถเดินทางขึ้นไปอ่านแถลงการณ์เหมือนที่ได้ตั้งใจไว้ แต่ฉันก็ดีใจที่ได้เห็นพี่น้องเรามาร่วมกันแสดงพลังให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารที่ใครๆเรียกกันว่า “พื้นที่ทับซ้อน” จริงๆแล้วมันเป็นของประเทศไทย และเราไม่ยอมให้ใครมาลุกล้ำ เราคนไทยผู้รักและหวงแหนอธิปไตย จึงต้องออกมาทวงคืนผืนแผ่นดินไทยของเรา แม้จะต้องฝ่ากระแสต่อต้าน และกระแสวิพากย์วิจารณ์อย่างรุนแรง แต่ฉันก็ภูมิใจที่ได้ไปทำหน้าที่ของฉัน หน้าที่ของคนไทย หน้าที่ที่จะต้องปกปักรักษาอธิปไตยของชาติไทยไว้ให้จงได้

30 Comments to

“เรื่องเล่าจากเขาพระวิหาร…ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย”

  1. March 20th, 2013 at 2:17 pm       gabile sohbet Says:

    gabile sohbet


  2. January 8th, 2012 at 7:03 am       วิกโก้ Says:

    แผ่นดินไทยอยู่ตรงไหน คนไทยอยู่ตรงนั้นหรือ?
    เขตแดนไทย คือ ชาติไทยหรือ?
    รักชาติไทย คือ หวงแหนเขตแดนไทยหรือ?
    รักชาติไทย คือ ขับไล่ เข่นฆ่า ทะเลาะ สร้างความขัดแย้งหรือ?
    มีใครจะมาช่วยชำระล้างอวิชชาทั้งหลายเหล่านี้ ได้บ้างหนอ


  3. September 6th, 2010 at 6:34 pm       เข้าใจการเมือง Says:

    อ่านกฎหมายเรื่องนี้ให้ดีก่อนดีกว่ามั้ย ว่าจะได้คืนหรือป่าวและก็ไอ้ผู้ที่เริ่มต้นขบวนนะทำอะไรหัดคิดบ้างพาคนไม่รู้เรื่องไปเจ็บฟรีได้ไง ไม่อยากให้คนปะทะกัน พวกหนึ่งหาเรื่องไว้แล้วเคยรับผิดชอบไรบ้าง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ทหารงั้นหรือ เบื่อไอ้พวกที่เขาเสื่อมศรัทธาแล้วจะหาวิธีเรียกศรัทธาแบบเจ็บตัวหน้าแตกอย่างนี้ไม่ถูกต้อง แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เขาเสื่อมศรัทธาเรื่องอะไรก็น่าจะรู้ ระวังไว้ให้ดีไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังระวังคดีสมคบพรพจฆ่าเขมรไว้ด้วยซิ ทำไรระวังตัวหน่อยคนเขารู้ทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว ชาวบ้านที่ไม่เข้าใจการเมืองไปเป็นเครื่องมือเขาจะเจ็บฟรีนะ เป็นห่วงอยากให้เข้าใจการเมืองกันมากๆ ไม่หลงกลคนกลุ่มพิเศษ


  4. May 27th, 2010 at 6:18 am       หมวดต๊ะ ตะวัน Says:

    อยากบอกว่า สุดยอดครับอยากให้ทุกคนรักและหวงแหนแผ่นดินไทย แม้แต่เศษดินสักเสี้วของผงธุลี ก็อย่าหวังว่าจะได้จากแผ่นดินไทย


  5. October 26th, 2009 at 11:56 pm       jeabkero Says:

    แล้วเราก็หากันจนเจอค่ะ


  6. October 22nd, 2009 at 9:19 am       kokoseven Says:

    สวัสดี คุณเจี๊ยบครับ

    กว่าจะหาบล๊อกเจอ เล่นเอาหอบแฮ่กเลย

    แวะมาทักทายและเป็นกำลังให้พี่ๆน้องๆ

    ที่มีสำนึกรักบ้านเกิดสูงเยียม ทุกๆท่าน

    สู้ๆครับ


  7. September 26th, 2009 at 2:00 pm       คนไทย Says:

    You have done THE GREATEST !!!
    ขอคารวะในนำใจที่เสียสละอันสูงส่ง ไม่ย่อท้อแม้จะพบอุปสรรคขวากหนามมากมาย พวกท่านคือตัวแทนจิตวิญญาณความรักชาติ เฉกเช่นเดียวกับบรรพบุรุษที่ทำให้แผ่นดินไทยคงตวามเป็นไทยอยู่ทุกวันนี้


  8. September 25th, 2009 at 7:51 am       fakhairung Says:

    สวัสดีค่ะ…

    ได้ไปร่วมการทวงคืนดินแดนรอบปราสาทเขาพระวิหารเหมือนกันค่ะ…

    แต่อยู่ทีมสื่อ FMTV คอยรานงานสถานการณ์สด

    โฟนอินเข้าสถานีตลอด ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงได้รู้
    ถึงการว่างเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่พยายามปกป้องคนไทยหัวใจรักชาติอย่างพวกเราเลย

    แต่กลับส่งเสริมคนไม่ดีที่มาทำร้ายเรา โดยไม่ได้เข้าไปห้ามปรามแต่อย่างใด

    ได้เห็นความจริงแล้วกับอำนาจมืดบอดที่เข้าปกคลุมผู้มีอำนาจในไทย น่าเศร้าใจจริงๆค่ะ


  9. September 24th, 2009 at 9:18 pm       jeabkero Says:

    เราก็ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลังความสามารถไงคะแยม วันนี้เค้ายังไม่รู้ แต่พรุ่งนี้และวันต่อๆไปเราจะต้องทำให้เค้ารับรู้มากขึ้น เชื่อมั่นในพลังของพี่น้องเราค่ะ


  10. September 24th, 2009 at 8:58 pm       แยม Says:

    เฉยได้เฉยไป เขมรเอาพื้นที่อ่าวไทยให้ญี่ปุ่นสัมปทานอีกราย – http://bit.ly/2fF62R

    พวกเขาเหล่านั้นจะรู้มั๊ยนะเจี๊ยบว่าสิ่งที่เราต่อสู้นั้น นอกจากรักษาผืนแผ่นดินไทย แล้วยังไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างข่่าวข้างบนอีกด้วย


  11. September 23rd, 2009 at 10:28 pm       chairojt Says:

    ขอบคุณคุณเจี๊ยบ และพี่น้องที่เสียสละทุกๆคนนะครับ

    ด้วยจิตคารวะ


  12. September 23rd, 2009 at 8:58 pm       jeabkero Says:

    ขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจและความเข้าใจที่พี่น้องเรามีให้กันเสมอมาค่ะ ไม่เคยคิดว่าพันธมิตรทำดี ทำถูกไปเสียทุกอย่าง แต่ที่มั่นใจเป็นที่สุดเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันค่ะ


  13. September 23rd, 2009 at 8:18 pm       พลอย Says:

    ก็ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำมันผิดอะไรมากมายตรงไหนกัน ถึงต้องมีคนออกมาประนาม ออกมาทำร้ายกันขนาดนี้

    ทำไมทีไอ้คนโกงบ้าน กินเมือง
    สั่งฆ่าประชาชน
    ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง
    และเรื่อง ชั่วๆ อีกมากมาย
    กลับไปสรรเสริญ เยินยอ เรียกมันว่าท่าน

    ไม่เข้าใจจริงๆ…….


  14. September 23rd, 2009 at 5:41 pm       แยม Says:

    อีกหนึ่งเล่าเรื่องจากชาว TGO ครับ “เรื่องเล่า TGO กับ ภารกิจ “รวมใจไทยทวงคืนเขาพระวิหาร” by ToT master” http://bit.ly/3Fsfxw


  15. September 23rd, 2009 at 5:15 pm       zz Says:

    คุณคือคนไทยตัวจริงเสียงจริง…


  16. September 23rd, 2009 at 4:34 pm       เสื้อเหลืองแนวหลัง Says:

    ดูข่าวแล้วตกใจว่า ไทยตีไทย งงว่าทำไม พี่น้องเราต้องไปตีกะเค้าด้วย และไม่เห็นด้วยว่าทำไมจะต้องดึงดันไปแถลง ทำให้ต้องมีภาพไม่ดีออกมา แต่พอมาอ่านบทความนี้ อึ้งเลย เรานี่ซิแย่ จริงๆที่ไม่ได้ไปร่วม ทวงคืนเขาพระวิหาร อ่านแล้วน้ำตาจะไหล พี่น้องเรานี่เจ็ง ทุ่มเท สุดๆๆ


  17. September 23rd, 2009 at 3:19 pm       สู้ ๆ นะครับ Says:

    เป็นกำลังใจให้ครับ …

    ถ้ามีคนออกไปทำแบบสำรวจชาวบ้านรอบ ๆ พระวิหาร
    ถามเค้าว่า
    1. พระวิหารที่เป็นของเขมรนั้น มีอาณาเขตแค่ไหน ..
    2. รู้มั๊ยที่เราจะไปทวงคืนปราสาทนั้นหมายความว่าอย่างไร
    3. รู้มั๊ยว่า พท.4.6 ตร.กม หรือ 3000 รอบเขาพระิวิหารหมายความว่าอย่างไร
    4. การประกาศพื้นที่อุทยานเขาพระิวิหารนั้นมีขอบเขตถึงตรงไหน

    คำถามพวกนี้จะไปยืนยันว่า ชาวบ้านนั้นรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง ..


  18. September 23rd, 2009 at 3:19 pm       prinda Says:

    ขอขอบคุณมาก ๆ ที่ไปอย่างกล้าหาญและเสียสละ เป็นการทำหน้าที่แทนคนไทยส่วนใหญ่ที่อ่อนแอคะ


  19. September 23rd, 2009 at 2:29 pm       1cell Says:

    ยกให้เขมรเถอะครับ ทั้งภาคอีสานเลย แล้วทุกคนก็ย้ายมาอยู่ภาคอื่น ภาคอีสานข้าราชการส่วนใหญ่ก็เลว นักการเมืองส่วนใหญ่ก็เลว คนส่วนใหญ่ในภาคก็ซื้อได้โง่ดักดาน คนดี ๆ ที่ภาคอีสานที่ยังมีอยู่ ก็ย้ายมาให้หมด แค่ใจมันก็ไม่รักประเทศแล้ว มันรักแต่เงิน ให้พวกเลว ๆ มันอยู่กันไป เราจะเจ็บตัวแทนมันทำไมครับ ให้คนเลว ๆ มันอยู่กันไปแล้วเรามาสร้างการเมืองใหม่ เมืองใหม่ ประเทศใหม่ดีกว่าครับ คนเลว ๆ มันอยู่ด้วยผลประโยชน์ไม่นานมันก็กัดกันถึงตอนนั้นเราเข้มแข็งคนมีคุณภาพ เราก็จัดการยกทัพไปถล่มมันให้สิ้นซาก


  20. September 23rd, 2009 at 2:14 pm       พธม. Pun Says:

    เป็นกำลังใจให้ คณะคุณวีระ และพี่น้องพันธมิตรทุกคนที่ร่วมเดินทางไปในครั้งนีี้ สู้เขาคะ เราต้องทวงพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรกลับมาให้ได้
    ขอประณามกลุ่มคนที่มาทำร้ายพวกเรา ไม่ว่าจะถูกว่าจ้างมาหรือไม่ก็ตาม เป็นไทยแต่ไม่รักชาติไทย ไม่หวงแหนผืนแผ่นดืนไทย อยากจะต้องเร่ร่อนไม่มีแผ่นดินจะอยู่หรือยังไง


  21. September 23rd, 2009 at 1:37 pm       แจ็ค Says:

    ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจ รักและหวงแหนแผ่นดินไทย


  22. September 23rd, 2009 at 12:23 pm       เหอๆ Says:

    มันไม่ใช่เจตนาดีแล้วจะทำอะไรก็ได้นะเฟ้ย หลงอยู่ในความฝันแฟนตาซีเรอะไง อยากแสดงจุดยืนอยากไปซึ้งอยากนู่นอยากนี่ ทำเสร็จสมใจแล้วฏ้กลับไปซุกหัวนอนอุ่นอยู่ที่บ้านห่างออกไปไม่รู้กี่ร้อยโลปล่อยให้คนในพื้นที่ ทหาร เจ้าหน้าที่ต้องรับกรรมกันต่อไปกับการกระทำของพวกคุณ

    เจอคนที่เค้าคุยดีด้วยก็บอกว่าเห็นมั้ยชาวบ้านเค้าเข้าใจเราเราไม่ได้มาทำความเดือดร้อนให้ เจอคนมาต่อต้านก็บอกว่าไม่ใช่ชาวบ้านหรอกเป็นคนนอกมาก่อสถานการณ์ เออดีแฮะ ทำอะไรก็ดีไปหมดสินะ เต็มไปด้วยเจตนาดี สันติ รักชาตินี่นะ

    สิ่งที่คุณทำไปนั้นมันก็คือการข่มขืนกันนั่นแหละ


  23. September 23rd, 2009 at 12:21 pm       chaba2550 Says:

    ขอบคุณน้องเจี๊ยบ ที่ช่วยบันทึกประวัิติศาสตร์หน้าสำคัญ
    ของการปกป้องดินแดนผืนนี้ไว้ พวกเราจะช่วยกันรักษา
    ไว้ให้เต็มกำลังความสามารถที่มีของพวกเรา

    สัญญา..

    🙂


  24. September 23rd, 2009 at 12:16 pm       twentyone Says:

    ขอแสดงความนับถือ ต่อจิตใจ และ น้ำใจของผู้ที่ร่วมทวงแผ่นดินไทย


  25. September 23rd, 2009 at 12:07 pm       สมชาย ฉิมรัมย์ Says:

    ครับ เห็นด้วยกับความคิดที่แตกต่าง แต่อยากให้ใช้การประณีประนอม เข้าไปแก้ไขปัญหา

    พรมแดนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ที่ใหญ่กว่านั้นคือมิตรภาพ ถ้าเราทำมิตรภาพไร้พรมแดนได้ ผมว่าดีน่ะครับ หมู่บ้านชาวภูมิซรอล จะเป็นเกราะกำบังให้เราได้ดีที่สุด

    เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร นำไปสู่มิตรภาพไร้พรมแดน

    *** เราเสียเปรียบ หลายอย่างจากที่เคยได้ประโยชน์ จากการขายตั๋วไปชมพระวิหาร 400 บาท ที่มอผมอีแดง + ด่านอำเภอกันทลักษณ์ อีก 30 บาท นี่คือ ราคา สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไทย เคยได้รับ
    *** สำหรับ กัมพูชา ผู้เป็นเจ้าของปราสาทเขาวิหาร เขา ขาย ที่ 5 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 150 บาท ผมว่า จะเป็นความฉลาด ของเรา หรือ ความเขลา ของเรามิทราบ ที่ทำให้ปัญหาบานปลาย

    1. ชาวภูมิซรอล อยู่ลำบาก การติดต่อไปมา
    2. ชาวพ่อค้า แม่ค้า ที่ค้าขายในด้านมีปัญหา เนื่องจาก ด้านฝั่งไทย ปิด
    3. การค้าขายซบเซาระหว่าง 2 ประเทศ
    4. *** คนกัมพูชาที่เคยคิดว่าไทย เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เปลื่ยน จากไทย ไป เวียตนาม แทน
    ดูได้ชัดเจน โรงพยาบาลกรุงเทพ พญาไท และ บำรุงราษฏร์ คนไข้กัมพูชา ไม่มีเลย ถ้ามีน้อยมากๆ


  26. September 23rd, 2009 at 11:46 am       คารวะ Says:

    รอบหน้าคงต้องปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่านี้


  27. September 23rd, 2009 at 11:30 am       Great Says:

    ถึงแม้เราจะเสียดินแดนไปจริงๆ
    แต่ผลบุญที่พวกท่านได้รับ ยิ่งใหญ่มากมายมหาศาลจะตกสู่ท่านในที่สุด


  28. September 23rd, 2009 at 11:12 am       amon Says:

    คุณคือตำนานผู้รักชาติด้วยหัวใจแท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูด
    ครอบครัวและญาติของพวกคุณ มีแต่ความเจริญ คาราวะด้วยความรักจากใจ


  29. September 23rd, 2009 at 10:48 am       monchari Says:

    Thank You all so much…
    from my heart.


  30. September 23rd, 2009 at 10:34 am       แยม Says:

    ขอบคุณครับ


You must be logged in to post a comment.