๋่Jeabkero

บันทึกไว้ในรอยจำ…

เยือนเมืองเพชร

June25

กว่าจะได้เขียนเรื่องนี้ก็ผ่านไปกว่า 2 อาทิตย์ เพราะไม่มีเวลา …หรือไม่หาเวลานะ วันนี้พอมีเวลาว่างต้องรีบเขียนก่อนความทรงจำจะเลือนลาง กับการเดินทางท่องเที่ยวและแถมด้วยการเยี่่ยมเยือนและพบปะพูดคุยกับพี่น้องพันธมิตรในต่างจังหวัด

.

หลังจากทำกิจกรรมกับเด็กๆ เราออกเดินทางจากสมุทรสาครตอนบ่าย 3 โมงครึ่งแล้ว ถึงตัวเมืองเพชรบุรีเมื่อใกล้ 5 โมงเย็นแล้ว จุดหมายปลายทางของเรา “ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์” ที่พักริมแม่น้ำเพชรบุรี ของพี่ทอม พี่นิด พันธมิตรเพชรบุรีนั่นเอง ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยือนกันมานาน แต่ก็ต้องมีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไปทุกที วันนี้ได้มาสมความตั้งใจเสียที



ระเบียงริมน้ำเกสเฮาส์



หลังจากจอดรถแล้วก็เดินเข้าเกสเฮาส์ซึ่งอยู่ตรงเชิงสะพานพอดี ก็พบกับพี่นิด ซึ่งเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเราเป็นพันธมิตร (จะไม่รู้ได้ไง ก็เพื่อนฉันใส่เสื้อรำลึก 193 วันไปนี่นา) พี่นิดบอกพี่ทอมให้พาเราไปดูห้องพัก ซึ่งห้องพักที่นี่เป็นห้องเล็กๆ ในห้องมีเพียงเตียงนอน พัดลม และราวตากผ้าเล็กๆ อีก 1 อัน ส่วนใหญ่คนที่มาพักที่นี่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ด้วยคงไม่เหมาะกับคนไทยซึ่งมักจะเลือกพักโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แม้ใครที่ไม่สะดวกจะมาพักที่นี่ก็สามารถแวะมารับประทานอาหารได้ ส่วนที่เป็นร้านอาหารเป็นบ้านไม้ริมน้ำ บรรยากาศสบายๆ น่านั่งทีเดียว


 

ด้านในร้าน



 

ด้านนอกร้าน



เมื่อได้ห้องพักเรียบร้อยแล้ว เราก็มานั่งพักดื่มน้ำกัน ก่อนจะขอตัวออกไปเดินเล่นชมบ้านเมืองยามเย็นของเมืองเพชรบุรี ซึ่งเพื่อนที่เคยมาบอกว่ามีบ้านเรือนไม้ เสน่ห์ไทยๆให้เห็นอยู่บ้าง แต่มาวันนี้รู้สึกบรรยากาศแบบนั้น คงเหลือให้เห็นน้อยเต็มที ด้วยถูกกลืนหายกลายเป็นตึกใหญ่ไปซะแล้ว ที่เหลือพอให้เห็นอยู่บ้างก็ถูกทิ้งร้าง บ้างก็ประกาศขาย นึกแล้วก็น่าเสียดายมิใช่น้อย อีกหน่อยคงหาดูได้ยากเต็มที

ระหว่างทางที่เดินฉันเห็นคนใส่เสื้อ I love ASTV ฉันตื่นเต้นทีเดียวเวลาเจอพี่น้องพันธมิตรในต่างถิ่น แต่เพื่อนฉันบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่นี่ถูกเรียกว่าเป็นเมืองหลวงของพันธมิตรอีกเมืองหนึ่งเลยทีเดียว แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วยสิ ฉันเห็นคนใส่เสื้อของมูลนิธิอีกหลายคน ได้ยินเสียงรายการของ ASTV อยู่เป็นระยะๆ (ใครจะไปรู้ว่าที่นี่เค้าชัดเจนกันได้ขนาดนี้ ก็ที่นครปฐมบ้านฉันนานๆจะเห็นคนใส่เสื้อพันธมิตร เจอทีไรก็ตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดเข้าไปหาเลย)


ร้านเมียโบราณ



เราเดินชมบ้านเรือนกันไปเรื่อยๆ จนถึงร้านเมียโบราณ ซึ่งเป็นร้านขายของเก่า เจ้าของร้านอัธยาศรัยไมตรีดีมากๆ ออกมาเชื้อเชิญด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำเย็นมาเสิร์ฟอีกต่างหาก เล่าความเป็นมาเป็นไปของร้านให้ฟังจนเพลิน ที่นี่มีร้านขายของเก่าอยู่เพียงไม่กี่ร้าน ซึ่งเค้าอยากให้มีร้านแบบนี้เยอะๆ ประมาณว่าอยากให้เป็นย่านขายของเก่าไปเลย เวลาผู้คนนึกอยากซื้อของเก่าก็จะได้นึกถึงที่นี่ (ซึ่งหลายๆคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าเป็นการสร้างคู่แข่งทางธุรกิจมากกว่า) นั่งคุยกันพักใหญ่ก็ต้องขอตัวกลับ เพราะอยากเดินเล่นอีกสักหน่อย และแวะชมความงดงามของวัดมหาธาตุก่อนเดินกลับที่พัก


วัดมหาธาตุ

วันนี้เราทานอาหารเย็นกันที่ร้านพี่ทอม อาหารอร่อยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง แถมยังได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองกับพี่ทอมอีกด้วย ซึ่งพี่ทอมบอกว่า เค้าเห็นด้วยกับการตั้งพรรค ให้คนของเราได้มีโอกาสเข้าไปต่อสู้ในสภา ลำพังจะสู้แบบที่ผ่านมาอย่างเดียวคงไม่ได้การเมืองใหม่แน่ๆ แต่ก็ยังต้องดำรงอยู่ซึ่งพลังของภาคประชาชนเพื่อคอยตรวจสอบเหมือนเดิม “พรรคการเมืองใหม่” เป็นอีกทางเลือกซึ่งถ้าทำดีทำถูกก็สนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าไม่ดีเราก็ต้องตรวจสอบเหมือนกัน


อร่อยมากๆค่ะ



พันธมิตรไม่น้อยเลยที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งพรรค แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยและมีมติให้ตั้งพรรคแล้ว เราก็ต้องสนับสนุน ซึ่งคำว่าสนับสนุนตามความคิดของฉันคือ สนับสนุนในสิ่งที่ดี ที่ถูก พันธมิตรเป็นกลุ่มคนที่มีความคิด มีเหตุผล ไม่ใช่จะตามๆกันไป หรือให้ใครมาชี้นำได้ง่ายๆอยู่แล้ว ทุกคนยึดมั่นอยู่ในความดีงาม ความถูกต้อง ถ้า “พรรคการเมืองใหม่” ทำอะไรที่ไม่โปร่งใส มีหรือจะรอดพ้นสายตามวลพันธมิตรไปได้

พี่ทอมยังเล่าถึงพวกเสื้อแดงที่นี่ให้ฟังด้วยว่า เมื่อช่วงสงกรานต์มีคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพอย่างเปิดตัว พอกลับมาจากชุมนุม คนใหญ่ทราบว่าเค้าเป็นเสื้อแดง ก็เลยบอยคอตไม่ซื้อของเค้าเลย ซึ่งฉันก็นึกสะใจอยู่ในตอนแรก แต่พี่ทอมบอกว่าเค้าไม่เห็นด้วย เพราะมันไม่ใช่แค่ความแตกต่างทางความคิดแล้วแต่ตอนนี้มันกลายเป็นความแตกแยกในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันทั้งๆที่เป็นคนไทยด้วยกัน

ฉันนึกตามแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจกับความรู้สึกตัวเองเมื่อครู่เหมือนกัน ทุกการเลือกตั้งในอดีต เราเคยพูดคุย วิพากย์วิจารณ์กันได้อย่างเปิดเผยโดยไม่รู้สึกแปลกแยกแม้เลือกพรรคที่ต่างกันก็ตาม แต่เดี๋ยวนี้แทบจะไม่กล้าถามไถ่กันด้วยซ้ำ เพราะถ้าเผลอถามไปแล้วได้คำตอบไม่ตรงกับใจเราก็กลายเป็นคนละพวกกันไปแล้ว ไม่อยากจะคุยต่อ ด้วยความขุ่นข้องหมองใจเริ่มเข้าปกคลุมความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว หรือถ้าคุยกันต่อก็อาจถึงขั้นมีปากเสียงกันได้ เพียงเพราะคนๆเดียวทำให้สังคมไทยถูกแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างชัดเจน จนถึงขั้นอยากจะเข่นฆ่ากันเลยก็มี บทสนทนาจบลงด้วยความสลดใจเล็กน้อย ด้วยนึกไม่ออกว่าปัญหานี้จะมีทางออกอย่างไรนะ ก่อนขอตัวพี่ทอมไปอาบน้ำ และเข้านอนกันแต่หัวค่ำ

เราตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่ ออกไปหากาแฟดื่มกันที่ข้างๆวัดมหาธาตุ และเดินดูตลาดยามเช้าวันหยุดที่ผู้คนออกมาจับจ่ายกันอย่างครึกครื้น ก่อนเดินกลับที่พักเพื่อร่ำลาพี่ทอมกับพี่นิด แต่พี่แม่บ้านบอกว่ายังไม่มากันเลยเพราะเมื่อคืนกว่าจะกลับกันดึกมากแล้ว เลยตัดสินใจไปเยี่ยมชมพระราชวังพระนครคีรี หรือเขาวังกันก่อน


@ เขาวัง



เขาวังจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี ด้วยความผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวของความงดงามทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรม เขาวังมีด้วยกันสามยอด ยอดกลางเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร ยอดทางทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว และยอดทางทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของพระราชวังพระนครคีรีหรือเขาวังนั่นเอง


ด้วยอากาศที่ร้อนบวกกับไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลยทำให้เหนื่อยหอบกันตั้งแต่เดินขึ้นเขาไปได้ไม่กี่ร้อยเมตร เดินบ้าง พักบ้าง ถ่ายรูปบ้างอย่างไม่รีบร้อน แล้วก็ต้องให้รู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อเห็นว่ามีการจารึกชื่อของพวกมือบอนที่กลัวคนอื่นไม่รู้ว่ากูมาเยือนที่นี่แล้วนะ เลยต้องถ่ายรูปมาประจานกันหน่อย สงสัยต้องพวกเสื้อแดงแหงๆเลย (คิดหาเรื่องสร้างความแตกแยกอีกแล้ว)



เดินชมสถานที่อันสวยงามกันไปเรื่อยๆ ก็ต้องให้หงุดหงิดใจอีกครั้งเมื่อเจอแก้วน้ำพลาสติกถูกทิ้งอยู่ตรงบันได แม้จะมีถังขยะตั้งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว ฉันก้มลงเก็บพร้อมบ่นเสียงดังอย่างจงใจ “ทำไมทิ้งไว้อย่างนี้เนี่ย” แล้วก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทางด้านหลังพูดแก้เก้อ “เมื่อกี้เด็กทำหล่นไว้ไม่ได้เก็บ” เออ ก็เห็นนี่นาว่าเด็กทำหล่นแล้วทำไมไม่เก็บ หรือสอนให้เด็กเก็บไปทิ้งนะ มักง่ายกันจริงๆเลย (อันนี้คิดในใจ เพราะว่าเค้ามากันกลุ่มใหญ่อาจจะโดนตื้บได้ เอ…หรือเป็นพวกเสื้อแดงอีกแล้ว)

ขณะเดินกลับลงมามีแม่ค้าที่ตั้งซุ้มขายน้ำ ผ้าเย็น อะไรประมาณนี้ และมีมะเขือ แตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกให้ช่วยซื้ออาหารให้ลิง เราก็เลยช่วยซื้อหน่อยละกัน เพราะเห็นว่าคนมาเที่ยวไม่มากนักคงขายของไม่ค่อยดี ซื้อเสร็จก็โปรยไปที่พื้นให้เจ้าจ๋อมากิน แล้วเราก็เดินกลับลงมา แล้วก็พบว่าที่ทางเข้ามีป้ายห้ามให้อาหารสัตว์ในเขตพระราชวัง อ้าว…ทำไงล่ะก็ให้ไปแล้วอ่ะ แล้วทำไมไม่ห้ามคนขายด้วยล่ะ เอาเป็นว่าเป็นความผิดร่วมละกันนะ


ถ่ายรูปกะพี่ทอมไว้เป็นที่ระลึกค่ะ



หลังกลับจากเขาวังเมื่อใกล้เที่ยง เราไปหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆทานกัน ก่อนแวะเข้าไปร่ำลาพี่ทอมกับพี่นิต พร้อมทั้งถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกับพี่น้องเราซะหน่อย พี่ทอมบอกทิ้งท้ายว่า “เจอกันเมื่อชาติต้องการ” ฉันยิ้มรับแทนคำตอบ


ด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ @ พระราชวังบ้านปืน



ออกจากร้านพี่ทอมเราไปแวะชมพระรามราชนิเวศน์ หรือพระราชวังบ้านปืน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี ด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ มีต้นไทรย้อยต้นใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นแก่ผู้มาเยี่ยมเยือนได้นั่งพักคลายร้อนกัน ตัวอาคารที่งดงาม ตระการตาสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Baroque ด้านในมีป้ายห้ามถ่ายรูป แต่ก็มีนักท่องเที่ยวไทยสะพายกล้องเดินถ่ายรูปกันอยู่บ้าง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ด้านใน


ตุ๊กตาจระเข้ที่นำมาวางไว้หลอกเจ้าจ๋อ



ออกจากพระราชวังบ้านปืนประมาณบ่ายแก่ๆ ลองหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆจาก GPS ดูเผื่อจะมีสถานที่น่าสนใจ แล้วก็ตกลงกันว่าจะแวะไปถ้ำเขาหลวง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เข้าไปถึงลานจอดรถก็มีคนนำตุ๊กตาจระเข้มาวางบนหลังคารถเพื่อกันลิงมาปีนป่ายรถ แต่เด็กเฝ้ารถบอกว่าบางทีลิงมันก็ไม่ได้กลัว ประมาณว่ามีไว้ให้เจ้าของรถอุ่นใจว่าไล่ลิงได้


ถ้ำเขาหลวง

เราเดินเข้าชมในถ้ำกันมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่นับร้อยองค์ ด้านบนถ้ำมีช่องให้แสงแดดส่องเข้ามาได้ทำให้ไม่รู้สึกอับชื้นเหมือนถ้ำอื่นๆ หลังจากเดินชมความงามภายในถ้ำแล้วก็กราบขอพรพระขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ เราออกเดินทางกลับกันเพราะเริ่มเย็นแล้วไม่อยากถึงบ้านค่ำนักเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานกัน

นั่งรถมาจนใกล้ตัวเมืองนครปฐม ก๋วยเตี๋ยวเมื่อกลางวันคงย่อยหมดแล้ว ร่างกายเริ่มเตือนว่าได้เวลาเติมพลังงานอีกแล้ว เลยแวะทานอาหารทะเลกันที่องค์พระปฐมเจดีย์ เดินเข้าไปในร้านหันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่นั่ง ก็ไปสบตากับผู้หญิงที่นั่งอยู่กับครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก แล้วก็ส่งยิ้มมาให้ ฉันยิ้มตอบแบบงงๆ เอ…ใครหว่า นึกไม่ออก แล้วก็ได้ยินเสียงลูกชายเค้าพูดว่า “พวกเดียวไม่ใช่เหรอ” แล้วเค้าก็อ่านด้านหลังเสื้อพวกเรา “ทีจีโอซิตี้ รู้จักเปล่า” แม่เค้าก็ตอบว่า “thaksin get out” เพื่อนฉันได้ยินคำว่า thaksin get out ก็หันไปทันที (ถึงเราจะใส่เสื้อทีจีโอไป แต่ก็ไม่ได้มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นพันธมิตร ถ้าไม่ได้ไปร่วมชุมนุม หรือติดตามดู ASTV ก็ไม่น่าจะรู้นี่นา)

เราเลยได้พูดคุยทักทายกันนิดหน่อย พี่เค้าเป็นพันธมิตรกรุงเทพ วันนี้พาครอบครัวมาทำบุญที่วัดอ้อน้อย วัดนี้อยู่ตรงไหนนะ เมื่อไม่นานเพื่อนก็โทรมาถาม แถมโดนตำหนิว่าเป็นคนนครปฐมยังไงเนี่ย อ้าว…นี่ฉันต้องรู้จักทุกวัดที่นี่เลยหรือไงนะ หลังทานเสร็จก็ร่ำลากันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

by posted under Uncategorized | 13 Comments »    
13 Comments to

“เยือนเมืองเพชร”

  1. August 5th, 2009 at 12:33 am       kenjionline Says:

    ตอนแรกก็คิดเหมือนกันครับ
    เห็นรถเข็นเสื้อแดงขายข้าวแกงแถวบ้าน
    แบน ไม่ซื้อไปหลายเดือน
    แต่เดินผ่านก็เห็นแล้วสงสารเหมือนกัน เดี๋ยวนี้ก็เลยซื้อบ้าง
    (โดยเฉพาะหลังสงกรานต์ รู้สึกจะดูหงอยไป เพราะไม่เห็นใส่แดงอยู่พักนึง ก็คงคิดว่าเขาคงไม่ได้เห็นดีไปด้วยทุกเรื่อง เอ๊ะ หรือว่าเขากลัวไม่มีคนซื้อเลยไม่ใส่ แต่หลังๆ ก็เห็นกลับมาใส่เหมือนเดิมแล้ว อิอิ)


  2. June 27th, 2009 at 8:37 am       jeabkero Says:

    แอบตามรอย คุณ pkkk2714 ไปที่ blogspot มาค่ะ รูปนกสวยจังค่ะ


  3. June 27th, 2009 at 8:33 am       jeabkero Says:

    คิดถึงพี่ชบาจังค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานพันธมิตรให้เรามาพบกันเลยนะคะ


  4. June 27th, 2009 at 8:30 am       jeabkero Says:

    คุณ pkkk2714 แล้วก็กลับมาพบกับพี่ทอมอีกครั้ง บนเส้นทางที่ต่างจากการพบกันครั้งแรกเหลือเกินนะคะ

    เห็นพี่ทอมบอกว่าตั้งแต่มาชุมนุมก็เลยไม่มีเวลานำคณะทัวร์เลย ต้องให้เพื่อนมาช่วยค่ะ เพราะชาติสำคัญกว่า…


  5. June 26th, 2009 at 11:13 pm       chaba2550 Says:

    ขอบคุณสาวเสื้อฟ้า พาเที่ยวเมืองเพชร คิคิ.. 🙂


  6. June 26th, 2009 at 4:36 pm       jeabkero Says:

    คุณ teesila ถ้ามีโอกาสผ่านไปอีก ก็แวะไปทานอาหารที่ระเบียงริมน้ำนะคะ ขอยืนยัน นั่งยันเลยว่าอร่อยจริงๆค่ะ


  7. June 26th, 2009 at 1:58 pm       teesila Says:

    สวัสดีค่ะคุณjeabkero

    ขอบคุณค่ะที่นำเรื่องและรูปน่าประทับใจมาเผยแพร่

    เขาวังสวยจังเลยนะคะ
    เห็นแล้วอยากไปเที่ยว
    เมื่อก่อนเคยแต่เฉียด ๆ เมืองเพชรค่ะ

    ถ้าได้ไปจะไปแวะเยือนระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์ ของคุณทอมแน่ ๆ เลย
    ดูสบาย น่าพักนะคะ

    ขอบคุณค่ะ


  8. June 26th, 2009 at 1:22 pm       jeabkero Says:

    ด้วยความยินดีค่ะคุณ sazzie ว่าแต่ผลัดกันขี่ได้เปล่าคะ


  9. June 26th, 2009 at 1:20 pm       jeabkero Says:

    คุณ xanax71 ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ นานๆจะมีคนชมซักทีค่ะ


  10. June 26th, 2009 at 12:01 pm       pkkk2714 Says:


  11. June 26th, 2009 at 11:58 am       pkkk2714 Says:

    ชาวผาด่างต่างขะมักเขม้นทำอาหารกันแต่เช้า เมื่อใกล้ถึงกำหนดการ

    ทุกอย่างที่เตรียมพร้อมก็เสร็จลงก่อนกำหนดเวลา แต่ นักศึกษายังไม่มา มื้อแรกคือข้าวห่อใบไม้ผาด่าง

    คุณทอมหัวหน้าทีมมีกำหนดการนำคณะนักศึกษาพากันเข้าป่าบ้านกร่างและกินข้าวห่อกันที่นั่น

    หลังจากกิจกรรมค่ายผ่านไป เราและทอมรีบยกมือไหว้อำลากันอย่างรวดเร็ว

    เพราะต่างมีหน้าที่ซ่อนไว่ข้างหลัง

    ข้ามวัน เรากับทอมเจอกันหน้ารัฐสภา
    คืนวันที่ 6 ตุลา 2551

    ต่างทักทายกันอย่าง อ้อ…. เอ้อ… อ้าว.. รวมqแล้วก็ดีใจสุดๆ เราอยู่บนเส้นทางเดียวกันอีกแล้วนะ


  12. June 25th, 2009 at 5:49 pm       sazzie Says:

    ยังไม่มีโอกาสได้เดินทางเลยช่วงนี้
    แต่ขอเกาะหลังคุณเจี๊ยบไปด้วยคนนะคะ

    🙂


  13. June 25th, 2009 at 3:59 pm       xanax71 Says:

    เจ้าของเรื่องน่ารัก..เล่าเรื่องได้น่าอ่านด้วยค่ะ

    :))


You must be logged in to post a comment.