๋่Jeabkero

บันทึกไว้ในรอยจำ…

ปันรัก ปันน้ำใจ ให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น

April20

        วัดโบสถ์วรดิตถ์ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง วัดที่เปรียบเสมือน “บ้าน” ของเด็กๆหลายร้อยชีวิต พระครูวุฒิธรรมาทร เจ้าอาวาสผู้ให้ที่พักพิงทั้งกายและใจ หล่อเลี้ยงชีวิตกำพร้าน้อยๆเหล่านี้ด้วยความเมตตา

.                     

          พระครูวุฒิธรรมาทร ดูแลเด็กๆมากว่า 30 ปี จากเริ่มแรกที่มีคนนำเด็กมาฝากประมาณ 30 คน จนถึงวันนี้มีเด็กกว่า 400 คน บ้างกำพร้า บ้างเป็นเด็กชาวเขาเผ่าต่างๆที่พ่อแม่ยากจนก็นำมาฝากไว้ให้ทางวัดช่วยดูแล เมื่อเด็กๆมากขึ้นเรื่อยๆภาระค่าใช้จ่ายของทางวัดก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกจิปาถะ

        จากการเดินทางมาที่วัดเมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้วของครูหนุ่ม ครูจักร ครูลี และครูเปิ้ล ซึ่งได้พูดคุยกับเด็กๆ เพื่อสำรวจถึงสิ่งของจำเป็นที่ยังขาดแคลนอยู่ เพื่อจะได้นำมาให้ตรงกับความต้องการ และเป็นประโยชน์แก่เด็กๆอย่างแท้จริง

        ครูหนุ่มเล่าว่า ของที่คนนำมาบริจาคส่วนใหญ่เป็นพวกเสื้อผ้า อาหาร ขนมนมเนย หนังสือ ของเล่น ฯลฯ แต่ยังขาดของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันที่เราลืมนึกถึงอีกหลายอย่างทีเดียว เช่น ผ้าถุงสำหรับใส่อาบน้ำ เพราะเด็กๆต้องอาบน้ำรวมกัน ไม้แขวนเสื้อ สบู่ แชมพู(ซึ่งเดือนหนึ่งได้รับแจกคนละ 1 ขวดยาน้ำเล็กๆเท่านั้น) ผ้าอนามัย ยางมัดผม และของใช้ส่วนตัวต่างๆ

                              

                                                 

                                                     ถ่ายรูปกะครูปู่ค่ะ

        สืบเนื่องจากการมาสำรวจของครูหนุ่มและเพื่อนๆครูอาสา วันนี้พวกเราเลยได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมดีๆเพื่อสังคม มาเติมเต็มความต้องการ เติมรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้เด็กๆที่วัดโบสถ์วรดิตถ์ วันนี้มีเด็กไม่ถึง 100 คน เนื่องจากเดินทางกลับบ้านบ้าง บวชเณรบ้าง ส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่ที่วัดจะเป็นเด็กกำพร้า เด็กๆจะเดินทางกลับมาที่วัดอีกทีเมื่อใกล้เปิดเทอมในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

        เรานำเงินที่ได้รับบริจาคมาซื้อสิ่งของจำเป็นตามคำบอกกล่าวของเด็กๆ และนำข้าวของที่มีผู้ใจบุญมาบริจาคและรวบรวมไว้ที่บางซื่อมาให้เด็กๆ พร้อมทำกิจกรรมร่วมกัน

                   

                                          เด็กๆช่วยกันออกแบบตารางหมากฮอส

                             

                                        ครูัจักรกำลังสอนเด็กๆเล่นโดมิโน

        เริ่มจากให้เด็กๆทำตารางหมากฮอสของตัวเอง ระบายสีตกแต่งกันอย่างสวยงาม รวมทั้งสอนวิธีการเล่นหมากฮอส โดมิโน บิงโก เพื่อให้เด็กๆไว้เล่นกันเองในยามว่าง

                              

                                            เรือนนอนของเด็กผู้หญิง

                              

                                            ด้านหนึ่งทำราวไว้แขวนเสื้อผ้า

        ระหว่างที่เด็กๆเล่นเกมส์กันอยู่ ฉันกับครูอาสาอีก 5-6 คน เดินไปดูเรือนนอนของเด็กๆผู้หญิง เมื่อเดินเข้าไปสิ่งแรกที่ทุกคนสัมผัสได้คือกลิ่นอับของห้องซึ่งแทบไม่มีช่องให้อากาศถ่ายเทได้เลย มีช่องลมเล็กๆอยู่ทางด้านบนของผนังห้องด้านหนึ่ง และมีช่องไม่ใหญ่นักให้แสงแดดส่องลงมาได้จากด้านบน มีพัดลมอยู่ไม่กี่ตัว มีเตียงนอนเป็นโครงเหล็กสองชั้น ใช้ไม้กระดานปูเป็นพื้นเตียงให้เด็กๆนอนเรียงกัน

        ครูหนุ่มกับครูเปิ้ลนำของบางส่วนมาให้เด็กๆแบ่งกัน พร้อมกำชับให้เก็บไว้ใช้หลังจากของที่ทางวัดแจกให้ และนำไปแบ่งให้เพื่อนๆที่ยังไม่กลับมาด้วย

ครูอาสาเดินสำรวจ และพูดคุยกับเด็กๆได้ครู่หนึ่งก็ต้องขอตัวออกมาข้างนอก เพราะด้วยอากาศอากาศที่ร้อนระอุบวกกับกลิ่นอับ และอากาศที่ไม่ถ่ายเทในห้องทำให้รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก ฉันไม่รู้ว่าเด็กๆนั่งเล่น นั่งคุยอยู่ในนั้นได้อย่างไร คงเพราะสิ่งแวดล้อมบังคับให้เค้าต้องอดทน และต้องทนได้ จนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

                              

                                            เด็กๆนำภาชนะมารอรับอาหาร

                  

                       

                                        

        วันนี้มีคนมาเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆแล้ว เป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส เด็กๆจะนำภาชนะของตัวเองมาต่อแถวรอรับอาหาร แล้วไปนั่งทานรวมกัน เมื่อทานเสร็จก็นำถาดของตัวเองไปล้างแล้วนำไปเก็บไว้ เราเลยเตรียมแค่ข้าวกล่องมาเป็นอาหารกลางวันสำหรับครูอาสาเท่านั้น

                   

                               


                                          ครูอาสาทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ       

                                     

                              

                                           ครูจูนกำลังสอนเด็กๆแปรงฟัน



        หลังอาหารกลางวัน เรามีกิจกรรมร้องเล่นเต้นระบำกันอีกเล็กน้อย พอให้ได้คลายง่วง จากนั้นครูชายและครูจูน (หมอฟันคนสวยของเด็กๆ) มาสาธิตวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง พร้อมนำแปรงสีฟัน และยาสีฟันมาให้เด็กๆได้ลองปฏิบัติจริง ครูอาสาหลายคนมายืนดูด้วยความไม่แน่ใจว่าที่แปรงอยู่ทุกวันถูกต้องหรือเปล่านะ

        รางวัลที่ได้กลับมาในวันนี้ คือความสุขใจเมื่อได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็กๆ เป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆที่ทำให้หัวใจของใครอีกหลายคนพองโตทุกครั้งที่ได้คิดถึง แล้วคุณล่ะ … เคยไปเยี่ยมเยือนที่วัดโบสถ์หรือยังคะ เด็กๆหลายร้อยชีวิตกำลังรอคอยคุณมาเติมความสุขเล็กๆให้พวกเขาด้วยความหวังค่ะ

8 Comments to

“ปันรัก ปันน้ำใจ ให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น”

  1. October 31st, 2011 at 3:28 pm       เด็กกำพร้าวัดโบสถ์ ฯ Says:

    พวกเราเป็นเด็กกำพร้ามาอาศัยอยูทีวัดโบสถ์วรดิตถ์ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง มาอาศัยอยู่ประมาณ 270 ชีวิต ยังรอความช่วยเหลือ ยังขาดแคลสิ่งของ และอาหารการกินยังอดอยาก อยากให้มาเลี้ยงอาหารสักมือ พวกเราอยากกินข้าวมันไก่ ส้มตำ ไข่พะโล้ ขนมอร่อย ๆ ทุกอย่าง ติดต่อสอบถาม 035661134


  2. April 24th, 2009 at 11:20 pm       hanzen Says:

    รูป” ครูอาสาทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ ” ตลก+น่ารักดี ขอบคุณที่ทำสิ่งดีๆให้กับโลกนี้นะครับ (เว่อร์ไปมะ?)


  3. April 23rd, 2009 at 10:30 pm       Gerrad Says:

    Impressed! เคยไปแต่ที่พัทยา ไม่รู้ว่าเหมือนกันหรือเปล่า ที่พัทยาส่วนใหญ่มาจากหญิงบริการมาทิ้งไว้ ที่จ.อ่างทองไม่ทราบว่ามาจากไหน?


  4. April 22nd, 2009 at 10:06 am       jeabkero Says:

    ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ส่งมาไกลจาก FL ค่ะพี่ตุ๋ย


  5. April 22nd, 2009 at 12:55 am       sek tui Says:

    มาปันรัก ปันใจ ให้แก่เด็กไทยที่ด้อยโอกาส ทุกๆคน


  6. April 21st, 2009 at 6:11 pm       AStv Says:

    ต้องดีใจแทนเด็กๆ ที่ได้เจอผู้ใจบุญนะครับ ^^


  7. April 20th, 2009 at 11:23 pm       comenubb Says:

    อ่านบล็อกนี้แล้ว สบายใจที่ซู๊ดดดด !!


  8. April 20th, 2009 at 10:04 pm       chaba2550 Says:

    เป็นโครงการที่ดีมากเลย สมัยก่อนพี่ชบาก็เคยไปเป็นครูอาสาสอนเด็ก ๆ ให้ปักเสื้อนักเรียนด้วยตัวเอง
    สอนเด็ก ๆ ในวิชาแพทย์แผนไทยบ้าง นวดไทยบ้าง

    มีเด็กหลายคนทำได้ดี บางคนก็ใจไม่เย็นพอ
    แต่สิ่งที่ให้แก่กันระหว่างเด็กกับครู คือความสัมพันธ์ที่ดี
    ความรัก ความสุขและความอบอุ่นที่แบ่งปันให้กัน
    พี่ว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญมากกว่าวิชาความรู้ที่ครูให้เด็กซะอีกนะ


You must be logged in to post a comment.