๋่Jeabkero

บันทึกไว้ในรอยจำ…

ตุลาเลือด 7 ตุลาคม 2551

October29

.

      วันที่ 6 ตุลา 51 ฉันไปร่วมชุมนุมตั้งแต่เย็นเหมือนเช่นเคย ฝนตกหนักอยู่หลายชม. แล้วเริ่มซาเม็ดลง วันนี้แกนนำขึ้นเร็วกว่าเคย แล้วมีมติว่าพวกเราส่วนหนึ่งจะไปล้อมรัฐสภากัน ฉันกับเพื่อนเริ่มเิดินไปพร้อมผู้ร่วมชุมนุมเป็นกลุ่มแรกๆ มาถึงลานพระรูปมีตำรวจอยู่หลายสิบนาย แต่ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด เมื่อเดินไปถึงหน้ารัฐสภา บริเวณแยกอู่ทองใน เราปักหลักกันที่นั่น มีตำรวจมาตรึงกำลังคงเป็นตำรวจที่เห็นที่ลานพระรูป และยังคงไม่ใส่ใจเหมือนเดิม เพราะเป็นภาพที่พวกเราเห็นจนชินตาแล้ว แม้วันนี้ไม่ได้เตรียมตัวมาปักหลักพักค้าง แต่ดูจากสถานการณ์แล้วคืนนี้คงต้องนอนกันที่นี่แน่ เพื่อนๆในกลุ่มเริ่มทยอยกันมาสมทบเรื่อยๆ บ้างก็เตรียมอุปกรณ์สำหรับปฐมพยาบาลมาแจกจ่ายเตรียมพร้อมเผื่อมีการปะทะกัน เพราะมีข่าวยืนยันแล้วว่า สส.จะมาประชุมสภาแน่นอน พวกเรานั่งคุยบ้าง นอนบ้าง เพราะเหนื่อยล้ามาจากการงานกัน ฉันล้มตัวลงนอนพักสายตา แต่นอนไม่ค่อยหลับคงเพราะแปลกที่

     เสียงมือตบปลุกให้ฉันลืมตาขึ้นเช้าแล้วนี่นา มีพันธมิตรจากชุมพรเพิ่งเดินทางมาถึง มีการตบมือตบต้อนรับกันตามธรรมเนียมของพวกเรา ก้มลงดูเวลา เกือบ 6 โมงแล้ว ตื่นดีกว่า เพื่อนๆเริ่มตื่นกันแล้ว บางคนเตรียมจะกลับบ้านอาบน้ำไปทำงานต่อ คิดว่าคงไม่มีอะไรแล้วเลยช่วยกันเก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาลใส่รถ แล้วฉันกับเพื่อนก็เดินไปที่รถสุขาเพื่อจะล้างหน้าล้างตา เสียงตู้มดังสนั่น ปลุกฉันและทุกคนให้หายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง ฉันรีบเข้าห้องน้ำแล้วจะกลับเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม เกรงว่าจะมีคนบาดเจ็บ เพราะเพิ่งตื่นจากภวังค์ยังไม่ได้ตระเตรียมใดๆทั้งสิ้น เพื่อนฉันวิ่งกลับเข้าไปได้ แต่ฉันวิ่งเข้าไปไม่ทัน มีเสียงระเบิดดังขึ้นอีก มีใครบางคนที่ฉันไม่เคยรู้จักดึงข้อมือฉันวิ่งออกมา เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ฉันพยายามจะเข้าไปอีกหลังจากเสียงระเบิดเริ่มเงียบลง ฉันมองไปเห็นเพื่อนออกมาลากลังน้ำอยู่มุมกำแพง ก้าวขาออกวิ่งไปหาก็มีคนมาดึงฉันอีก ตู้ม! ลูกระเบิดตกลงระหว่างฉันกับเพื่อน ควันสีขาวฟุ้งกระจาย เมื่อควันเริ่มจางฉันก็มองไม่เห็นเขาแล้ว ใจเต้นรัว ฉันเริ่มจะร้องไห้แล้วตะโกนว่า “เพื่อนหนูพี่เพื่อนหนู” พี่คนนั้นบอกว่าใจเย็นๆเดี๋ยวรอช่วงกระสุนหมดก่อน แล้วเค้าก็จูงพาฉันเข้ามาส่งแล้วบอกให้ระวังตัว พอเจอเพื่อนๆเริ่มใจชื้น มีโดนสะเก็ดระเบิดกันบ้าง แต่ทุกคนไม่เป็นอะไรมาก

     ฉันคว้าขวดน้ำเกลือมาช่วยผู้ชุมนุมคนอื่นๆที่โดนแก๊สน้ำตาจนตาบวมแดงไปตามๆ กัน มีคนบาดเจ็บ เป็นแผลเหวอะเนื่องจากสะเก็ดระเบิดให้เห็นมากขึ้นๆ เรื่อยๆ เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเป็นแค่แก๊สน้ำตา เพราะท่านพลเอกปฐมพงศ์บอกว่า แก๊สน้ำตาแค่ทำให้ระคายเคืองตา และผิวหนัง และเริ่มตกใจอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าเพื่อนคนหนึ่งโดนระเบิดเต็มหน้า ประกอบกับได้ยินคนพูดกันว่ามีคนขาขาด แขนขาด ตาหลุด ภาพเพื่อนตาหลุดผุดขึ้นมาในหัว เริ่มจะร้องไห้อีกครั้ง แต่น้องในกลุ่มบอกว่าเค้าเป็นคนพาออกไปส่งขึ้นรถพยาบาลเองไม่โดนตาแน่นอน เฮ้อ! ค่อยโล่งใจหน่อย ไม่รู้ว่าตำรวจยิงแก๊สน้ำตา เข้ามานานแค่ไหน แต่สำหรับฉัน รู้สึกว่ามันช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน ซักพักเสียงระเบิดก็เงียบลง ได้ยินเค้าบอกกันว่า พวกสส. เข้าไปในสภาได้แล้ว ฉันกับเพื่อนๆยังคงช่วยกันล้างตาให้ผู้ชุมนุมต่อไปอีกพักใหญ่ๆ เพราะแก๊สน้ำตายังคงกระจายอยู่เต็มบริเวณนานหลายชม. ทีเดียว

     พวกเราเริ่มนั่งพักกัน มีคนบริจาคอาหาร และน้ำมามากมายเหลือเกิน จนต้องประกาศให้หยุดเอามาก่อน เพราะกินไม่ทันจริงๆ นี่เป็นอีกหนึ่งน้ำใจพี่น้องพันธมิตร ที่ฉันรู้สึกซาบซึ้งอยู่ทุกวัน มีคนเรียกให้กินข้าวอยู่ตลอดเวลา ฉันรับมาแต่กินไปได้ไม่กี่คำ กลืนไม่ลงจริงๆ ผู้คนเริ่มทะยอยกันมามากขึ้นๆ หลังจากได้รับทราบข่าวจากทีวีกันแล้ว ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอีก แต่คราวนี้คงอยู่ไกล น่าจะเป็น บชน. พวกเราเตรียมอุปกรณ์ขึ้นรถออกไปที่หน้าลานพระรูปกัน ตำรวจยิงออกมาจาก บชน. แต่ผู้ชุมนุมตรงนั้นไม่หนาแน่นมากนัก และไม่น่ามีใครเป็นอะไร เลยกลับเข้ามาที่หน้ารัฐสภากัน รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน เลยหาที่เหมาะๆ(ข้างกรง รต. ฉลาด ที่นั่งประท้วงอยู่ตรงข้ามรัฐสภา) ล้มตัวลงนอน แต่ยังคงนอนไม่หลับเหมือนเดิม เลยลุกขึ้นมานั่งกับเพื่อนๆ หาอะไรกินซักหน่อย บ่าย 2 โมงกว่าๆ เห็นว่ายังไม่มีอะไรก็เลยขอตัวกลับมาอาบน้ำอาบท่าซะหน่อยดีกว่า ตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้วใกล้เน่าเต็มที

     อาบน้ำเสร็จค่อยสบายตัวขึ้นมาหน่อย รีบกลับมาที่รัฐสภาอีกครั้ง รถเริ่มติดมากแล้ว ใกล้ถึงสภาน่าจะเป็นแยกพิชัยนะ ก็ได้ยินเสียงระเบิดอีกแล้ว รีบลงจากรถจะเข้าไปแต่ตำรวจยิงสกัดออกมาตลอด สลับกับยิงเข้ากลุ่มผู้ชุมนุม ตอนนี้ฉันใจเต้นไม่เป็นส่ำ กลัวเหรอ?? ไม่ใช่สินะ ตระหนก พรั่นพรึง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้คำไหนดี แต่มันเริ่มเกาะกุมหัวใจ เพราะสิ่งที่เห็นเมื่อเช้า คงไม่ใช่แค่แก๊สน้ำตาแล้ว นี่มันจะฆ่ากันให้ตายเลยหรือไง เริ่มเป็นห่วงพี่น้องที่อยู่ข้างใน ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง เพราะตำรวจยิงอย่างต่อเนื่องยิ่งกว่าเมื่อเช้าอีก ฉันกลับมาเข้าทางหน้าลานพระรูป ตอนนี้ผู้คนเต็มลานพระรูปแล้ว ฉันเดินฝ่าฝูงชนจะเข้าไปที่หน้ารัฐสภา เจอเพื่อนๆตรงข้างพระที่นั่งอนันตฯ บอกว่าไม่ต้องเข้าไปแล้วเพราะข้างในคนเยอะมาก เพื่อนฉันพยายามเข้าไปแต่เข้าไม่ได้ แปลกใจเหมือนกันว่าตำรวจยิงอย่างต่อเนื่องร่วม 2 ชม.แต่ทำไมไม่เห็นผู้คนล่าถอยออกมาเลย มีแต่รถพยาบาลเท่านั้นที่วิ่งเข้าออก เพื่อนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล จนฟ้าเริ่มมืด จึงเริ่มทะยอยกันออกมา เนื่องจากแค่แก๊สน้ำตาคงไม่สามารถสลายฝูงชนที่ตอนนี้ฮึดสู้เต็มที่ ได้ยินกลุ่มคนที่เดินออกมาบอกว่าตำรวจใช้ปืนซึ่งหวังว่าคงเป็นกระสุนยางยิง ใส่พวกเราแล้ว แกนนำเลยให้ถอยกลับมัฆวาน

     พวกเราเริ่มทะยอยกันกลับออกมาที่ลานพระรูป ด้วยความเมื่อยล้าฉันกับเพื่อนหาที่นั่งพักตรงบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ยกมือ ขึ้นไหว้ขอให้ท่านคุ้มครองพวกเราด้วย มองไปที่มัฆวานกลุ่มผู้ชุมนุมเต็มไปหมดยาวมาถึงลานพระรูปและคงเลยไปถึง รัฐสภา เพียงไม่กี่นาที เสียงตู้มก็ดังขึ้นอีกห่างจากฉันไปไม่ไกลนัก ตรงถนนหน้าลานพระรูป กลุ่มคนเริ่มวิ่งอีกครั้งกลับมาแถบสนามเสือป่า ตำรวจยังคงยิงไม่หยุด ควันสีขาวคละคลุ้งทั่วบริเวณไปหมด

     ผ่านไปซักพักหนึ่ง รถทหารวิ่งเข้ามา 3 คัน แล้วเลี้ยวเข้าไปในสนามเสือป่า กลุ่มผู้ชุมนุมปรบมือดีใจกันดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ฉันคิดว่าทุกคนคิดเหมือนกันด้วยความหวังเต็มหัวใจว่า ทหารต้องมาช่วยเราแน่ๆ ทหารต้องอยู่เคียงข้างประชาชนแน่ๆ แต่ฉันเองกลับลังเลอยู่ในใจ เค้าจะมาช่วยเราหรือเค้าจะมายิงเรานะ?? แล้วผู้คนเรือนแสนก็ต้องผิดหวังอย่างแรง เมื่อรู้ว่าเค้ามาช่วยตำรวจ นี่คงเป็นเหตุให้พวกเราโกรธแค้นอย่างมาก ตำรวจไทย ทหารไทย พึ่งไม่ได้อีกแล้วหรือนี่

     ตำรวจหยุดยิงแล้ว มีเสียงตะโกนให้รีบวิ่งกลับไปฝั่งมัฆวานเพราะเป็นด้านต้นลม จะได้ไม่แสบตาจากควันแก๊สน้ำตาที่คละคลุ้งไปทั้งลานพระรูป ฉันกลับมาที่เต๊นท์ข้างๆทำเนียบที่ฉันนั่งแทบทุกวัน แทบจะก้าวขาไม่ออกอยู่แล้ว รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกาย และใจ วันนี้ฉันขอตัวกลับเร็วกว่าเคย เพราะไม่ได้นอนมากว่า 30 ชม.แล้ว รู้สึกแย่ที่สุดตั้งแต่ร่วมชุมนุมมา รู้สึกพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่ฉันสินะที่แพ้ ประเทศชาติสินะที่แพ้ แพ้ต่ออำนาจรัฐสามานย์ แพ้พวกขายชาติ โกงบ้านโกงเมือง โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แต่ถึงจะแพ้ฉันก็ไม่เคยนึกเสียใจเลยที่ได้ออกมาต่อสู้ สู้เพื่อชาติ และราชบัลลังก์ เพื่อในหลวงผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของฉัน

     หลังเหตุการณ์วันนั้น ทำให้ฉันเสียน้ำตาแทบทุกวัน เมื่อได้รับรู้ข่าวสาร ได้เห็นภาพ หรือแม้แต่การพูดคุยถึงผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ แม้เราจะไม่เคยรู้จักหรือแม้แต่เห็นหน้าค่าตากันมาก่อน แต่พวกเราก็มีอุดมการณ์ร่วมกัน ต่อสู้มาด้วยกัน และที่สำคัญยิ่ง พวกเขาเสียสละกว่าฉันมากนัก ทุกชีวิต ทุกหยดเลือด ทุกหยาดน้ำตา ทุกความแค้นในหัวใจ จะแปรเปลี่ยนเป็นพลัง ให้สู้ต่อไปถึงวันที่ชัยชนะเป็นของพวกเรา…พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

8 Comments to

“ตุลาเลือด 7 ตุลาคม 2551”

  1. November 10th, 2008 at 8:25 pm       mimography Says:

    ดีใจค่ะ..ที่ได้เจอคุณเจี๊ยบ และเพื่อนๆพี่ TGO
    ทุกคนน่ารักมาก..ประทับใจค่ะ


  2. November 10th, 2008 at 7:22 pm       chaleejang Says:

    เฮ่อ หา jeabkero เสียทีค่ะ

    เรื่องราวจากความจริงที่ไม่ว่าจะอ่านเวลาไหน ก็สะเทือนใจ คับแค้นใจ ทุกครั้ง

    ไม่ว่ามันจะทำเลวกับเราอย่างไร ไม่ว่ามันจะใช้กำลังกับเรามากแค่ไหน
    แล้วมันจะได้ชดใช้กรรมนั้น เหมือนอย่างที่เราเห็นวันนี้ กรรมกำลัง
    ตามมาหามันค่ะ

    เราเป็นกำลังใจให้กันและกันนะคะ
    ประวัติหน้านี้ เก็บไว้ให้คนรุ่นต่อ ๆ
    ได้รับรู้ว่ามันคือความจริงค่ะ

    “ชาลี”


  3. October 30th, 2008 at 9:38 pm       chaba2550 Says:

    ขออนุญาต นำไปเผยแพร่ ให้ผู้คนได้รับทราบความจริง
    เพื่อจุดเทียนปัญญา ตามลิงค์กระทู้ข้างบน

    ขอบคุณที่บันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญไว้ ให้คน
    รุ่นหลัง ได้รับรู้ เป็นกำลังใจให้นะคะ..

    http://www.212cafe.com/boardvip/list3.php?user=cm99


  4. October 30th, 2008 at 9:36 pm       waratip Says:

    ไม่ว่าจะเศร้าแค่ไหนก็ตาม
    เราเองก็ยังจะต้องสานต่ออุดมการณ์ของคนที่จากไป
    จิตวิญญาณและอุดมการณ์ของเขา…ยังคงอยู่
    อย่าท้อและอย่าถอย…
    สู้ต่อไปนะคะ

    ^^


  5. October 30th, 2008 at 5:24 pm       pitakkul Says:

    พันธมิตร จะต้องได้ ชัยชนะ
    เพราะธรรมะ ชนะอธรรม จำไว้หนอ
    เราต้องสู้ ต้องอดทน ต้องเฝ้ารอ
    ต้องไม่ท้อ ไม่กลัว แม้ตัวตาย
    แต่ชาติไทย จะต้อง ยังคงอยู่
    ใครจะมา คิดหลู่ อย่าได้หมาย
    ศาสน์ กษัตริย์ต้อง มั่นคง มิรู้คลาย
    ลูกหลานจัก ต้องได้ ไทยคืนมา


  6. October 30th, 2008 at 5:19 pm       pijika Says:

    อ่านเรื่องวันที่ 7 ตุลาทีไร เศร้าทุกทีเลยค่ะ

    ขอบคุณที่เขียนเล่าให้กันได้รู้
    ช่วยกันบันทึกสังคมนะคะ…

    บันทึกประวัติศาสตร์ของชนชั้นชาวบ้าน…


  7. October 30th, 2008 at 2:38 pm       prypilas Says:

    เลือดที่หลั่ง ชีวิตที่จากไปจะไม่เสียเปล่า ตราบใดที่เรายังยืนหยัดสู้
    เป็นหนึ่งกำลังใจในที่นี้ และอีกมากมายที่ยังคงปักหลักต่อสู้อยู่ร่วมกับคุณครับ


  8. October 30th, 2008 at 4:40 am       hanzen Says:

    อ่านแล้วน้ำตาไหล ไม่ใช่เพราะผมรุงรังที่มันแยงตา หรือความง่วงตามเวลาที่เกือบเช้า แต่เพราะมันแค้นที่พวกพี่น้องเราถูกกระทำอย่างทารุณโหดร้าย และความผิดหว้งที่ทหารในวันนั้นมันออกมาเพื่อซ้ำเติมความสิ้นหวังของประชาชนที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างพวกเราๆ วันนี้อ่าน SMS ของผจก.แล้วยิ่งแค้น ที่มันตั้งกองทุนมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ คนละสองหมื่นถึงแสน คนตายสี่แสน อยากจะบอกพวกมันว่าพวกกูไม่อยากได้หรอกโว๊ยอย่าหวังจะเอาเงินมาฟาดหัวได้ แต่จงไปเอาคนที่ทำผิดมาประหารด้วยเครื่องประหารหัวสุนัขซะดีๆ
    ขอขอบคุณในความเสียสละ และเป็นกำลังใจให้นะครับ


You must be logged in to post a comment.