ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ : เหี้ยชัดๆ (ตอนที่ ๘)

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง | Posted on 15-11-2009









เหี้ย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2



เหี้ย (อังกฤษ: Water monitor) เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง
จำพวกเดียวกับตะกวดตัวอ้วนใหญ่สีดำ
มีลายดอกสีเหลืองพาดขวาง หางยาว อาศัยบริเวณใกล้น้ำ ภาคอีสานเรียก แลน



คำว่า “เหี้ย” นั้นมักใช้เป็นคำด่าทอ
และ เป็นคำหยาบคายที่ไม่สุภาพสำหรับสามัญชนทั่วไป บางคนจึงเรียก ตัวเงินตัวทอง แทน
ในเชิงการใช้คำศัพท์แบบที่ใช้กับคน มักจะใช้กับเพื่อนสนิทมากๆ
พูดเป็นคำสร้อยนำหน้าชื่อก็มี สันนิษฐานว่าคำว่า “เหี้ย” มาจากภาษาบาลี “หีน”
ที่แปลว่าต่ำช้า กร่อนเหลือ “หี”
แล้วแผลงเป็นเหี้ย

 

 

เหี้ย — จากไร้สาระนุกรมเสรี



อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไข
ได้โดยผู้ใช้ทั่วไป
หากแป้กหรือเสื่อมประการใด
ทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

บทความนี้ ลอกเลียนมาจาก วิเกรียนพีเดียไทยเกือบทั้งดุ้น
(ก่อนถูกลบ 🙂 และไม่สนใจว่าจะละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่



http://th.uncyclopedia.info/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2

 

เมื่อก่อนท่านเรียกว่า เหี้ย
ต่อมาท่านเรียกว่า ตัวเงินตัวทอง ปัจจุบัน คตส. ให้เรียกว่า ไอ้หลังลายกินไก่

เหี้ย เป็นชื่อที่ถูกต้องของคนชนิด หนึ่ง ซึ่งมักใช้เป็นคำด่าทอ
บางครั้งตามสื่อต่างๆ จึงเรียกว่า “ไอ้หัว…”
(รูปทรงต่างๆ) หรือ “ไอ้คนจาบจ้วง” หรือ “ทรชน” หรือ
“อมนุษย์” หรือ “ไอ้พูดมาก” แทน
โดยจะขึ้นอยู่กับว่าสื่อนั้นๆ จะเข้าข้างผู้ใด



ในเชิงการใช้คำศัพท์แบบที่ใช้กับคน
มักจะใช้กับเพื่อนสนิทมากๆ พูดเป็นคำสร้อยนำหน้าชื่อ ก็มี….





.









     วันนี้เห็นกันชัดๆเลยครับ
จากรูปที่เห็นสู่บทความของป๋าเปลวสีเงิน จากไทยโพสต์  เอาหล่ะ ไม่ต้องพูดมาก
เพราะทุกอย่างอยู่ในบทความของป๋าเปลวหมดแล้ว และมันก็เป็นประวัติศาสตร์
เป็นพุทธทำนายที่เล่าขานกันมานานนนน….นมแล้ว

 



….และที่สำคัญประวัติศาสตร์มันย้อนกลับ….

 

 






อิ่มจากเงินเดือนชาวบ้านแล้วคลานไปขายประเทศ



     “วัวใครก็เข้าคอกใคร” ฉากสุดท้ายของภาพยนตร์ไทยเรื่อง “อวสานแม้วแดง”  ใกล้จะปิดกล้อง และมีกำหนดเผา…เอ๊ย..กำหนดลงโรงประมาณเดือนเมษายน  ๒๕๕๓  แต่ถ้าการตัดต่อและการทำซีจีเสร็จไม่ทัน ช้าสุดก็น่าจะได้เผา..เอ๊ย  ดูพร้อมกันทั่วประเทศไม่เกินเดือนกรกฎาคม  ตอนนี้กำลังถ่ายทำฉากใหญ่นอกสถานที่อยู่ในเขมร  เป็นการประชัน-ชุมนุมดาราคับคั่งทั้งตัวนำและตัวประกอบที่ลากหางแดงไปจาก ฝั่งไทย เตรียมขากกกถุยไว้ใส่หน้ามัน!

     อย่าสงสัยว่าทำไปผมถึงขึ้นต้นด้วยเรื่องหนัง-เรื่องละคร  ก็ทำหนังสือพิมพ์มาเกือบทั้งชีวิต   มีแต่หนี้ติดกับติดหนี้  เลยอยากเบนเข็มไปทำหนังกะเขามั่ง อย่างน้อยก็น่าจะรวยเร็วกว่าไปขุดทองที่พิจิตร  กำลังเลียบๆ  เคียงๆ  เสี่ยเจียง  เจ้าพ่อสหมงคลฟิล์มอยู่ว่า



     จะให้ผมแสดงเอง  หรือว่าจะให้ผมสร้างเอง?!



     ได้ทั้งนั้น  แต่เสี่ยเจียงต้องเป็นฝ่ายออกตังค์ ออกฉาย  กำไรผมเอามา  ถ้าขาดทุนเสี่ยเจียงเอาไป   เรื่องขาดทุนนี่ผมว่า 
“ปิดประตูตาย” ไม่ต้องพูดถึง ก็มีใครในประเทศไทย และในเขมรบ้างล่ะที่ไม่อยากเห็นคาตาจะจะในฉาก…แม้วแดงดิ้นกระแด่วๆ ในบทอวสาน!


 



     ครับ..ก็เพียงเกริ่นเรียกน้ำย่อยเท่านั้น  ยังไม่เปิดขายตั๋วจองข้ามปีหรอก  ฉะนั้น อดใจไว้  ระหว่างนี้  ถ้าไม่รู้จะคุยอะไร  ก็มาคุยกันเรื่องเขมรกะไทย น่าจะได้บรรยากาศ-ได้รสชาตินะ



     ท่านว่า  เขมรกะไทยจะได้รบกันมั้ย?





     ไม่แน่นอน!!



     เหตุผลง่ายๆ   ของผมก็คือ  เชื่อลิ้นสมเด็จฮุนเซน ท่านเคยสังเกตฮุนเซน  ตามจอโทรทัศน์มั้ยล่ะ ตอนเข้ามาเท้าสะเอวด่าไทยถึงในประเทศก็ดี  ตอนยืนถ่ายรูป  ๕  ชาติลุ่มน้ำโขงที่ญี่ปุ่นก็ดี กระทั่งตอนตะกายกอดเพื่อนทักษิณอันนับชาติพันธุ์เดียวกันก็ดี ยืนๆ  อยู่  เดี๋ยวก็แลบลิ้นแผล็บ!!





     พูดๆ  อยู่ เผลอก็ตวัดลิ้นเลียปากแผล็บๆ!!







     เอางี้…อ่านเรื่องนี้เล่นๆ ก่อนดีกว่า  ผมลอกมาจากเว็บ 
“อุดรเน็ตเวิร์ก”  ในเรื่องเขาบอกว่าคัดลอกมาจาก 
“ราชพงศาวดารกรุงกัมพูชา”  แปลจากภาษาเขมรโดย พันตรีหลวงเรืองเดชอนันต์   (ทองดี ธนะรัชต์)  พิมพ์แจกในงานศพ 
“พระตำรวจตรี  พระยากำแหงรณฤทธิ์” เมื่อ  พ.ศ.๒๔๖๐  โน่น  โดยมีความย่อ  ดังนี้



     พระพุทธทำนาย  เรื่อง  ปฐมกาลกรุงกัมพูชา



     บรรดามนุษยชาติ  ในพระราชธานี  (เขมร)  นี้  จะพูดจาสิ่งใดๆ  ไม่ค่อยยั่งยืนอยู่ในสัตยานุสัตย์  โดยกษัตริย์ผู้ตั้งต้นแผ่นดินมีชาติกำเนิดจากสัตว์ตะกวด อันมีลิ้นแฝดแตกแยกออกเป็น  2  ซีก



                       โดย ปราชญ์ ร.ศ.













…เหี้ยชัดๆ
ไม่มีอย่างอื่นปน…









     ครั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จถึงต้นหมันนี้   ก็ทรงนำพระมหาอานนทเถรเข้าไปประทับใต้ร่มไม้ ครั้นใกล้ค่ำ  พระรุกขเทวาผู้ซึ่งอภิบาลต้นหมัน ก็เนรมิตที่พระบรรทมพร้อมทั้งพระวิสูตรถวาย


     ครั้นตกกลางคืน   พระยานาคราชก็นำบริวารออกมาเที่ยวเล่นตามปกติ  เมื่อพบกับสมเด็จพระศาสดาจารย์ จึงเข้าไปน้อมเศียรนมัสการ  ขอประทานพระธรรมเทศนา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาประทานแก่ฝูงนาคีนาคา อีกทั้งบรรดาเทพเทวดาทั้งหลายซึ่งเสด็จลงมาจากสวรรค์  จนกระทั่งบางองค์ที่มีบารมีแก้กล้าก็ได้สำเร็จมรรคผล


     ครั้นแล้ว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงพักผ่อนพระวรกายจนกระทั่งใกล้รุ่ง จึงเสด็จขึ้นไปทรงบิณฑบาตถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  แล้วจึงเสด็จกลับคืนมาสู่สำนักเดิม  พระพุทธองค์ทรงพระกรุณาแบ่งส่วนอาหารบิณฑบาตนั้น ประทานให้พระมหาอานทเถระฉันด้วย


     ระหว่างที่ฉันอยู่นั้น  สัตว์ตะกวดได้กลิ่นอาหารทิพย์ซึ่งมีรสโอชา  จึงอยากบริโภคบ้างเหลือที่จะกลั้นอยู่ได้  จึงคลานเข้าไปหาพระพุทธองค์เพื่อทูลขอ  สมเด็จพระพุทธเจ้าทรงพระกรุณาปั้นพระกระยาหารปั้นหนึ่งแล้วทรงโยนไปประทาน
สัตว์ตะกวดนั้น



     ครั้นตะกวดได้บริโภคอาหารทิพย์แล้ว  ก็รู้สึกอร่อยจึงแลบชิวหาเลียปากของตนเอง  สมเด็จพระพุทธเจ้าทอดพระเนตรลิ้นตะกวดที่แลบออกเลียปากนั้นว่าแตกออกเป็น 
2  ซีก  ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ตรัสพยากรณ์ว่า…





     “ดูกรอานนท์เอ๋ย  ต่อไปภายหน้าเกาะโคกหมันนี้  แผ่นดินจะงอกขึ้นอีกกว้าง
ใหญ่แล้วจะเกิดเป็นนครหนึ่ง  ซึ่งสัตว์ตะกวดผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาตัวนี้ได้มากราบถวายบังคมแด่องค์พระ
ตถาคต   แล้วได้สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา ต่อไปเมื่อสัตว์ตะกวดสิ้นชีพแล้วจะไปบังเกิดบนสวรรค์  แล้วจะได้จุติมาเป็นกษัตริย์องค์หนึ่งครองกรุงอินทปรัตนนคร  แล้วราชบุตรของกษัตริย์องค์นั้นจะเสด็จมายังที่ตรงนี้  แล้วเสกสมรสกับธิดาพระยานาคแล้วสร้างพระนครเป็นพระราชธานีใหญ่เรียกว่า กรุงกัมพูชาธิบดี  ส่วนนานาประเทศเรียกว่า เขมระภาษา




     บรรดามนุษยชาติ  ในพระราชธานี  (เขมร)  นี้  จะพูดจาสิ่งใดๆ  ไม่ค่อยยั่งยืนอยู่ในสัตยานุสัตย์   โดยกษัตริย์ผู้ตั้งต้นแผ่นดินมีชาติกำเนิดจากสัตว์ตะกวด อันมีลิ้นแฝดแตกแยกออกเป็น  2  ซีกเนี่ย…เขาว่ากันมาอย่างนี้ ผมจึงฟันธงไงล่ะว่า…ถึงยังไงก็ไม่รบกัน  ในความที่ฮุน  เซน  เป็นลูกหลานสืบเชื้อกษัตริย์ผู้ตั้งต้นแผ่นดินมีชาติกำเนิดมาจากสัตว์ตะกวด เห็นได้จากการชอบตวัดลิ้นแผล็บๆ  นั่นก็น่าจะอยู่ในความหมาย 
“ไม่ค่อยยั่งยืนในสัตยานุสัตย์”  ตามสัญชาติดั้งเดิม















     เพราะในเจตนาลึกของฮุน  เซน  ก็เพียงหวังอาศัยทักษิณเป็นหินรองตีนเพื่อเล่นเกมต่อรองกับไทยในเรื่อง
ปราสาทพระวิหาร   และอีกด้าน  ก็อย่างที่  “ท่านขุนน้อย” เคยเขียนไว้ในหน้า  ๒  ไทยโพสต์วันก่อน  กลบเกลื่อนที่ตัวเองยักคิ้วหลิ่วตาให้เวียดนามกระเถิบเข้ามากินดินแดนเขมร ซึ่งชาวบ้านก็โวย  ฝ่ายค้านก็โวย



     ไม่มีเรื่องไหนเบนความสนใจชาวบ้านที่อยากขย้ำหัวตัวเองได้เท่ากับกุเรื่อง
ประเทศไทยเอารัดเอาเปรียบเขมร  ซึ่งก็ได้ผล เหมือนกับที่ฮุน  เซน  ทำอย่างนี้มาแล้วหลายหน  คนเขมรลืมเรื่องเสียดินแดนให้ญวน หันมาสนใจเรื่องทะเลาะไทย  ฮุน เซน  เลยรอดสบายไป





     แล้วคอยดูเถอะ  อีกไม่นานหรอก  ฮุน  เซน  ก็ต้องเท้าสะเอวด่าทักษิณ  แล้วหันมาซบซอกคอซ้าย  ซบซอกคอขวา แล้วกลับไปซบข้างซ้ายอีกทีกะอภิสิทธิ์  ตามสันดานขี้ข้าที่ติดมาจากฝรั่งเศส!





     ต้องเข้าใจไว้อย่าง  ถึงอย่างไร  ไทยก็ไม่ไปทำร้ายด้วยการ 
“รบเขมร”  ก่อนอยู่แล้ว ถ้าจะมีเรื่องรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธประหัตประหารกัน  ตั้งแต่อดีตยันปัจจุบันทุกวันนี้  เขมรงับขากางเกงไทยก่อนทั้งนั้น ไม่ต้องดูอะไรมาก  ถ้าเขาต้องการทำกับไทยจริงๆ เพื่อหวังผลอะไรซักอย่าง  ฮุน เซน  ไม่เคยคิดหน้า-คิดหลังอะไรเลย





     อย่างสถานทูตไทยเรานั่นไง  มันเผาเฉยเลย!



     แต่คราวนี้ท่านลองสังเกตดู  ฮุน  เซน  มาในรูปมวยผิดกว่าทุกครั้ง ทำเป็นตวัดลิ้นกร้าวหลอกทักษิณ  แต่ขณะเดียวกัน นอกจากไม่สั่งทหารทำอะไรตึงตังอย่างทุกครั้งแล้ว  ยังกำชับทหาร   กำชับสื่อ  กำชับข้าราชการเขมร  เรียกว่า 
“สั่งเป็นนโยบาย” เด็ดขาดลงไปเลยก็ได้ว่า





     “อย่าซ่าเกินสั่ง นี่…ฉากนี้ข้าแสดงเอง เป็นเรื่องเฉพาะรัฐบาลกับรัฐบาล พลเรือน-ตำรวจ-ทหาร  อยู่เฉยๆ”!





     ฉะนั้น  เราจะเห็นว่า ทหารทั้ง  ๒  ฝ่ายตำส้มตำไปแลกกับยำปลากรอบตามช่องด่าน-ชายแดนกินกันปกติ ถ้ามีกลิ่นอายจะห้ำหั่นรบกันละก็  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  ก็ดี  พลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา  ก็ดี  พล.ร.อ.กำธร  พุ่มหิรัญ ก็ดี  และ  พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์  ก็ดี





     โดยเฉพาะ  พลโทคณิต สาพิทักษ์  แม่ทัพภาค  ๑  พลโทวีร์วลิต  จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค  ๒  และพลโททนงศักดิ์  อภิรักษ์โยธิน  แม่ทัพภาค  ๓



     คงไม่นั่ง  ยุบหนอ-พองหนอ อยู่ในที่ตั้งอย่างขณะนี้หรอก!





     คนทั้งโลก   ไม่เพียงคนเขมร  เขาจับไต๋คนไทยได้อย่างว่า 
“ฉิบหายไม่ว่า  ต้องการชื่อเสียง” คือนิสัยคนไทย-ประเทศไทยชอบ  “หน้าใหญ่-ใจโต” ไม่มีเงินก็เต็มใจกู้เขามาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  เพื่อ  “หน้า”  อย่างเดียว





     ฮุน  เซน รู้ไต๋ไทยดี  ก็เลยเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศด้วยการทำทุกอย่าง 
(ยกเว้นใช้กำลังหทาร)  เพื่อ 
“ให้ไทยรู้สึกเสียหน้า”  เพราะกูเป็นนายกฯ ที่ยืนยงที่สุดในบรรดาอาเซียน  คือเป็นมาต่อเนื่องตั้ง ๒๔  ปี





     แล้วเด็กวานซืนอย่างอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ  ยังไม่ถึงปี  ดูจะได้รับการยอมรับขึ้นหน้า-ขึ้นตา  ทั้งเวทีอาเซียน และเวทีโลก  มันน่าเจ็บใจ  ทำไมผู้นำทั้งโลกถึงไม่ยอมรับเราเท่ายอมรับอภิสิทธิ์?





     อย่างนี้ต้องฉีก…อย่างนี้ต้องฉีกหน้ามัน 
(ซะบ้าง)!





     จะแสนทุเรศ-ทุรังก็พวกที่ทิ้งงานประชุมสภาอันเป็นภารกิจหลักตามที่ประชาชน
จ้างเข้ามานั่นแหละ  ยกโขยงกันไปเป็น 
“ขนอุย”  ฮุน  เซน-ทักษิณ  แล้วรู้มั้ยว่า 
“ตำแหน่งและหน้าที่หลักของ  “ขนอุย” มันอยู่ตรงไหน  ทำหน้าที่อะไรบ้าง ก็คงภูมิใจได้หน้ากันเหลือก้ำ-เหลือเกินละซีท่า  เห็นวางท่าสง่างามโชว์ง่ามหัวไม่มีทั้งขน  ไม่มีทั้งสมองคิดของคน ทำกันไปได้  ตรงนี้แหละ 
“น่าอาย”  ในความเป็นคนไทย





ชิงอะไรมาเกิดกันก็ไม่รู้!?








ขอบคุณ Mrboringday

***ขอรับประกัน นั่งยัน นอนยัน สารพัดจะยันว่า “ภาพประกอบ”  ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ “บทความ” เลย เห็นว่ารูปมันสวยโคตรๆ ก็เลยเอามาตกแต่งบล็อกให้น่าดู น่าอ่าน

ห้ามด่านะโว้ย…ถ้าด่าจะขอแช่งให้เป็น “ไอ้พวกตัวเหี้ย ขอไข่เป็นมะเร็ง ขอให้ตับเป็นมะเร็ง ขอให้เป็นมะเร็งลำไส้ ขอให้ไม่มีแผ่นดินอยู่”

และก็ห้ามฟ้องด้วยนะโว้ย…สาดดดดด ถ้าคิดจะฟ้องขอให้ไปอ่านข้างบน “ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา”

สาดดดดดดดดดดดดดด

ขอขอบคุณ

ป๋าเปลวสีเงิน

Mrboringday



และตัวเหี้ย —–>>>>


Comments (0)

ชัด ๆ ตรง ไม่ต้องแปล