ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ : โจรโพกผ้าเหลือง หรือ กองทัพกู้ชาติ กับความเหมือนที่แตกต่าง (ตอนที่ ๕)

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง, ศิลปะ-วรรณกรรม | Posted on 09-04-2009



ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ
:
โจรโพกผ้าเหลือง หรือ กองทัพกู้ชาติ
กับความเหมือนที่แตกต่าง (ตอนที่ ๕)





“มันช่างเป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจ”
อีกครั้ง หรือมันคือ “คำสั่ง” จากที่ไหนสักแห่งที่ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาเขียน
“ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ” ตอนต่อ



.

     มันเป็นจดหมายส่งต่อ (Fwd mail) ที่ผมได้มากลางสัปดาห์ที่ทำให้ผมต้องทำภารกิจนี้ในตอนปลายสัปดาห์
เรื่องเกี่ยวกับ “โจรโพกผ้าเหลือง”





     ผมตั้งท่าอยู่นานจนข้ามไปเขียนตอนอื่นๆที่ได้ปล่อยออกไปแล้ว
นัยว่าจะเอายังไงดี จะไปทางไหนดี มันจะดูมาก
น้อยเกินไป จืดหรือจัดจานไปทางไหนดี

     จดหมายส่งต่อที่ผมได้มาหัวข้อว่า “เคยอ่าน…สามก๊กเมืองไทย…หรือยัง”
เนื้อหาของจดหมายเปรียบเปรย “นักการเมือง” เป็น “บุคคลต่างๆสามก๊ก” ใครเป็นก๊กไหน
เหล่าไหน ผมจะไม่ขอกล่าวว่าใครเป็นใครในสามก๊กบ้าง





     แต่ในจดหมายนั้นมี
ได้ปรากฏบุคคลที่มีส่งผลทางการเมืองในขณะนี้ทั้งสิ้น ทั้งทักษิณ คุณชวน นายเนวิน
สมัคร นายกฯอภิสิทธิ์ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง(ตรงไหน) สุเทพ, พวกแกนนำ



     นปช.
ณัฐวุฒิ, วีระ และจตุพร สส.เพื่อไทย นายพร้อมพงษ์, ด็อกเตอร์เฉลิม
ส่วนใครจะเป็นใครใน “สามก๊ก” ตามในจดหมายนั้นคงต้องไปหาอ่านกันเอาเองนะครับ
เพราะผมไม่อยากที่จะเผยแพร่
ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ว่า “มันไม่ใช่ความคิดของผม
และผมรู้สึกว่าผมไม่มั่นใจในการเผยแพร่ในฐานความรู้ที่ผมมีในขณะนี้”



 

     แต่ในบรรทัดสุดท้ายของวรรคแรกหนีไม่พ้น
“พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”  และบุคคลที่โดนกล่าวถึงคือ
“คุณสนธิ” ในจดหมายมีเนื้อความว่า



 …………………………………………..



     สนธิ(ลิ้ม)(แกนนำพันธมิตร) = โจรโพกผ้าเหลือง
เพื่อตนเองและต่อต้านขุนนางที่โกงกิน ข่มเหงฮ่องเต้ (สมัยนั้น) ได้ออกปล้นสะดมชาวบ้าน
ทำให้บ้านเมืองเกิดกลียุค
(อันที่จริงคงเจตนาหมายถึงพันธมิตรฯ
ทั้งหมด)

 

 …………………………………………..





     เท่าที่ผมได้อ่าน “สามก๊ก” (แม้จะยังไม่จบสักรอบ!!!) ที่ผ่านๆมามักจะเรียกว่า
“โจรโพกผ้าเหลือง” ทั้งนั้น สมัยเด็กๆก็เรียกว่า “โจรโพกผ้าเหลือง” มาตลอด





     สมัยเด็กๆนั้นผมก็คิดว่า
“สามก๊ก” มันก็คือ “นิยาย” ที่ถูกแต่งขึ้น แต่จริงๆแล้วเมื่อผมโตขึ้นก็ไม่รู้ว่า
“สามก๊ก” คือประวัติศาสตร์จีนช่วงหนึ่งที่ได้ถูกบันทึกไว้ และเมื่อมีผู้ที่ค้นคว้า
นำประวัติศาสตร์ช่วงสามก๊กมาประติดประต่อกัน และแต่งเติมให้น่าอ่าน
น่าติดตามเพียงเล็กน้อย เพราะเนื้อหาตามประวัติศาสตร์ก็น่าติดตามอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว



 

     ไม่ว่าจะเล่มใดที่ผ่านๆมาล้วนแล้วแต่เขียนถึงกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองในแง่มุมเดียวกันหมดคือ
“มุมมองของผู้ชนะ” หรือในทำนองของ “บันทึกของผู้ชนะ” แต่เมื่อผมได้อ่านใน “สามก๊ก
ฉบับคนขายชาติ” ของ เรืองวิทยาคม ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นฉบับล่าสุดแล้ว
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในผู้จัดการรายวันเืมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.
2543 ตอนสุดท้ายเืดือนมิถุนายน 2545





     ในระยะหลังของการเขียนเรื่องสามก๊กนั้น
จะมีการค้นคว้าเพิ่มเติมจากพงศาวดาร หรือจดหมายเหตุ
หรือบันทึกประวัติศาสตร์จากหลายแหล่ง นอกจากนั้นความรู้
ความเข้าใจทางภาษาจีนก็มีมากขึ้นกว่าสมัยก่อน

 



     เรืองวิทยาคมได้กล่าวว่า ถึงโจรโพกผ้าเหลืองไว้ในตอนที่
๔ ว่า ความจริงกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองนั้นเป็นกลุ่มคนที่ไม่ทนต่อการ กดขี่ข่มเหง จากเหล่าขุนนาง
เป็นขบวนการกู้ชาติในยุคที่บ้านเมืองเกิดจลาจล “แต่เมื่อขบวนการกู้ชาตินี้พ่ายแพ้
ก็ต้องถูกขนานนามว่าเป็นกบฏ”

 



     “เตียวก๊ก” คือชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม
อยู่ที่เมือง กิลกกุ๋น เป็นหมอยาที่นับเคารพถือของชาวบ้าน
วันหนึ่งได้ขึ้นไปหายาบนภูเขาและได้พบกับชายชรา เตียวก๊กได้รับตำราวิเศษ
3 ฉบับ
ชื่อ ไทแผงเยาสุด ให้เอาไปรักษาชาวบ้านที่เดือดร้อน

 



ถ้าวันใดคิดร้าย
คิดมิซื่อตรงต่อแผ่นดิน

ภัยอันตรายจะมาถึงตัว



 

     เตียวก๊กช่วยชาวบ้านรักษาโรคต่างๆนาๆ
ชาวเมืองจึงได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์เตียวก๊ก ประกอบกับช่วงนั้นพวกขุนนาง
ข้าราชการรีดนาทาเร้นราษฎรเพื่อเก็บส่วยให้ขันที จนชาวบ้านอดอยากยากแค้น





     ซ้ำร้ายเหล่าสิบขันทีนั้นแหล่ะที่เป็นพวกที่กดขี่ข่มเหงและเป็นผู้ว่างานราชการผ่าน “พระเจ้าเลนเต้” โดยอาศัยพระราชอำนาจของพระองค์ กลั่นแกล้ง กดขี่ข่มเหงราษฎรของพระองค์

 





     นับวันก็มีชาวบ้านเข้าร่วมกับเตียวก๊กมากขึ้นๆ
จนบรรดาลูกศิษย์ลูกหาต่างก็รบเร้าให้เตียวก๊กประกาศตัวออกกอบกู้ชาติจากบรรดาเหล่าขันทีที่เป็นตัวการทำให้บ้านเมือง
ชาวเมืองเดือดร้อน



 

     ในที่สุดเตียวก๊กก็ไม่สามารถทนการรบเร้าจากบรรดาลูกศิษย์ได้
ได้แต่งตั้งตนเองเป็น “เจ้าพระยาสวรรค์” ตั้งเตียวโป้ผู้น้องเป็น
“เจ้าพระยาแผ่นดิน” และตั้งเตียวเหลียงผู้น้องเป็น “เจ้าพระยามนุษย์”

 



     เตียวก๊กประกาศชุมนุมกู้ชาติ และปลุกระดมกำลังพล
“บัดนี้แผ่นดินจะสาบสูญฉิบหายแล้ว ผู้มีบุญจะมาเสวยสมบัติใหม่ คนทั้งปวงจงทำตามคำเทพยดาทำนายเถิด
จะได้อยู่เย็นเป็นสุขพร้อมมูลกัน” เตียวก๊กนำทัพห้าสิบหมื่นเข้าเมืองหลวงหวังช่วงชิงอำนาจ



 

     แต่ความคิด “กู้ชาติ”
ของเตี่ยวก๊กและกองทัพที่จะกอบกู้ชาติจากเหล่า “ขันทีสารเลว”ก็ถูกต่อต้านโดยเหล่าขุนทหารของราชสำนัก “เล่าปี่”, “โจโฉ”, และ “ซุนเกี๋ยน”
และพ่ายแพ้ในที่สุด

 



 

 ……………………………………………………..



     เรืองวิทยาคมได้กล่าวไว้ว่า
“เป็นการเคลื่อนพลเพื่อปราบปรามขบวนการกู้ชาติของประชาชน”
และยังทิ้งข้อคิดไว้ด้วยว่า





     “ทำให้น่าคิดว่าวีรชนทั้งสามนี้หากเกิดมีความคิดพ้องต้องกันว่า
กองทัพของ “เตียวก๊ก” เป็นกองกำลังติดอาวุธของประชาชน
ที่มีเจตนารมณ์เพื่อการกอบกู้ฟื้นฟูบ้านเมืองจากการก่อกรรมทำเข็ญของสิบขันที





     และเข้าร่วมกับขบวนการกู้ชาติ แล้วเคลื่อนทัพเข้ายึดเมืองหลวง
จับกุมสิบขันทีประหารเสียแล้วปรับปรุงอำนาจรัฐเสียใหม่ให้คนดีมีฝีมือได้มีโอกาสบริหารบ้านเมือง
ดังนี้แล้วโฉมหน้าของสามก๊กก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แผ่นดินก็จะสงบสุข
ราชวงศ์ฮั่นก็จะสถิตสถาพรต่อไป”

 



     “แต่ภายใต้ระบบราชการและความศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมราชโองการอันเป็นรูปแบบ
แต่มีเนื้อหาอยู่ที่การกดขี่ข่มเหงรังแกราษฎร ทำหยาบช้าต่อบ้านเมืองจนเดือดร้อยทุกหย่อมหญ้าโดยสิบขันที





     ปรากฏว่าวีรชนทั้งสามคือทั้ง เล่าปี่, โจโฉ และซุนเกี๋ยนได้ยอมรับอำนาจที่เป็นธรรมโดยรูปแบบ แต่เป็นอธรรมโดยเนื้อหานั้นเคลื่อนกำลังเข้าสู่สมรภูมิเพื่อปราบปรามโจรโพกผ้าเหลือง






ทั้งๆที่วันเวลาข้างหน้า

ต่างคนต่างก็ได้กระทำการ

ที่ไม่ต่างอันใดกับการลุกขึ้นสู้ของ

ประชาชนในครั้งนี้

 

 ……………………………………………………..



 

     ฉะนั้นจะเห็นว่าจาก “จดหมายส่งต่อ”
ที่ผมได้มานั้น มันก็เป็นแค่ “ความคิดเห็น” ที่ได้ “ข้อมูล” จากการท่องจำต่อๆกันมา
เป็นความเข้าใจในด้านเดียว เป็นความเข้าใจในด้านที่ “ผู้ชนะต้องการให้เข้าใจ”

 



 



และที่สำคัญเป็นความเข้าใจ

“ในเชิงสัญลักษณ์” มากกว่า “เนื้อหา”

อ่านย้อนหลัง

ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ



 





 อ้างอิงเป็นหลัก

สามก๊กฉบับคนขายชาติ
โดยเรืองวิทยาคม

Comments (0)

ดอกไม้พันธมิตจากใจพันธมิตร…
แด่พันธมิตร และคุณสนธิ ผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

Dutch Tulips Keukenhof Holland - 0673

P athenaz

พวกเลวๆก็คิดได้แต่เรื่องเลวๆ ค่ะ

สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ…

น่าเสียดายที่หากรัฐบาลใช้ไม้แข็งกว่านี้ ทำตามก.ม.กระบวนการตามที่บอกเร็วกว่านี้ วันนี้ก็จะไม่ลุกลามมากเท่านี้ ยังดีใจที่ยายกปลอดภัย ขณะที่เห็นความเลวของพวกหางแดงกับตา ว่ามาไล่บี้คนรถของตนเอง ตำรวจจับได้ยัยคนนั้นยังให้การว่าโดนรถบอดี้การ์ดชน…สมควรแล้วที่ผู้กำกับถูกย้าย สงสัยเป็นสายให้พวกหางแดง…
ข่าวลือต่างๆจะมากขึ้น สารพัดจะลือให้มั่วไปหมด…สยบข่าวลือดวยข่าว PR ก็ไม่ค่อยทันการแล้ว…

วันสองวันคงจะได้รู้ เห็นกันไปว่าพวกมรึงทำลายแผ่นดินไทยสำเร็จไหม …fwd mail เลวๆที่ยังไม่ลดความเพียรในการทำลายชาติก็มีอีกมากมายค่ะ chairojt

P athenaz

มั่วได้ใจเลยครับคุณ hataraki

จะมีเรื่องราวบิดเบือนอีกมาก
อัพเดทตอนนี้ คือ
การพยายามทำให้เชื่อว่า
พันธมิตรจะสถาปนาพลเอกเปรมเป็นกษัตริย์ !!
ใช้สมองส่วนไหนคิดเนี่ย.. พวกไซเบอร์แดงถ่อยเอ๊ย

fwd mail มันมักจะ “บ้องตื้น” บางครั้งก็ส่งๆไปงั้นหา “สาระไม่ได้”

เพื่อนบางคนยังอุตส่าห์โทรกลับมาถามอีก “มึงส่งอะไรมาว่ะ กูไม่เข้าใจ”

เราก็นึกด่ามันในใจ “มึงจะหาสาระอะไรกับ fwd mail ว่ะ”

fwd mail มันก็มีทั้ง “ดี” และ “ไม่ดี” แต่ที่สำคัญคือผู้รับต้องมี “ภูมิคุ้มกันข่าวสาร”

แสดงว่า “มันไม่มีภูมิคุ้มกัน” เนื้อหา ข้อมูลที่ไหลเข้าอย่างมากมายในทุกวันนี้เลย

น่าเป็นห่วงจริงๆ พี่ Sazzie ว่าไหม !!!

ใช่ครับพี่ Hanzen ไอ้พวกนี้มันชอบตะแบง!!!

มั่นควต่อ “ตนเอง” ไงคร้าบบบ….ผมว่านะพี่ pijika

ถูกค่ะ fwd.เมลส่วนมากจะถูกตัดต่อเอาแต่ประเด็นที่อยากมุ่งเน้นหรือโน้มน้าวมาสื่อเท่านั้น

ขอบคุณค่ะพี่ยังไม่ได้เมลนี้แต่อ่านในนี้ก็เข้าใจแล้วล่ะค่ะ 🙂

ได้เมล์เหมือนกัน น้องที่รู้จักกันส่งให้ พอมันออนเอ็มปุ๊ป เลยถามว่าใครส่งให้ แล้วก็ฝากไปบอกไอ้คนส่งให้ว่า ฝากไปบอกมันด้วยว่า พวกกูไม่ใช่โจรผ้าเหลือง และไม่เคยแอบอ้างสถาบัน หรือฮ่องเต้ใดๆทั้งสิ้น ถ้ายังไม่เข้าใจ ให้ไปหาหญ่ามาแดกซะ

ได้รับอีเมล์ เหมือนกันค่ะ

แต่ยังอ่านไม่จบ เพราะงานเข้ายุ่งขิงนุงนัง
แถมมาวุ่นวายเรื่องหลานอีก
แฮ่ๆ อัพบล็อกให้หลานอีกแน่ะ

มาอ่านตรงนี้ ก็ทำให้รู้มากขึ้น และชอบบบ…

ชอบตรงที่เขียนว่า…

“รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง(ตรงไหน) สุเทพ”

ทำให้หัวร่อก๊ากกกก… คนเดียว หน้าจอ… คริ คริ…

Write a comment

You must be logged in to post a comment.