ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ : ตายเพราะคนรอบตัว (ตอนที่ ๔)

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง, ศิลปะ-วรรณกรรม | Posted on 27-03-2009



ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ : ตายเพราะคนรอบตัว (ตอนที่ ๔)









     หลังจากที่ “ฮั๋นอ๋อง
หรือ เล่าปัง” ได้รับชัยชนะใน “สงครามครั้งสุดท้าย” ของ “ฌ้อปาอ๋อง” ฮั๋นอ๋อง จึงได้
“สถาปนาราชวงศ์ฮั๋น” ขึ้น เหล่าขุนนางได้ถวายพระนามว่า “พระเจ้าฮั๋นโกโจ” และทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์







     พระราชวงศ์ได้ครองราชย์สืบต่อกันมา
เกิดการชิงราชสมบัติกันหนึ่งครั้งในสมัยของ “อองมัง” อองมังครองราชได้ 18 ปี ก็มีเชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าฮั่นโกโจ มาชิงคืน ชื่อ “ฮั่นกองบู๊”



.

     จนมาถึง “ฮั่นเต้”
ก็เกิดจุดเริ่มต้นของการ “ล่มสลาย” ของราชวงศ์ฮั่น เนื่องจากฮั่นเต้ ไม่มีพระราชบุตร
แต่ได้ไปขอลูกชาวบ้านมาเลี้ยง พระนาม “เลนเต้” และทรงให้ขันทีเลี้ยงไว้ จากนั้นทรงโปรดตั้งให้เป็นรัชทายาท





     เมื่อเลนเต้ได้ครองราชย์ทรงพระนาม
“พระเจ้าเลนเต้” ดังนั้นพระเจ้าเลนเต้ จึงไม่ใช้เชื้อพระราชวงศ์ฮั่น พระเจ้าเลนเต้
ที่ซึ่งเติบโตมาจากเลี้ยงดูของเหล่าขันที





     ลักษณะนิสัยของพระเจ้าเลนเต้ไว้ว่า
“ไม่ยึดถือตามโบราณราชประเพณี ไม่คบคนดี เอาแต่ใจตนเอง”





เหมือนดังเช่นบางคนที่ไม่ยึดถือโบราณราชประเพณี

 

เช่น บังอาจแอบอ้างว่าเป็นการทำบุญประเทศใน “วัดพระแก้ว”





     ตลอดเวลาของการครองราชย์ของพระเจ้าเลนเต้
โดยการสนับสนุนของเหล่าขันทีก็เกิดอุบาทว์ อาเพศขึ้นมากมาย แต่เมื่อครั้งไถ่ถามเหล่าขันทีที่อยู่ใกล้ตัว
ก็พลอยแต่กราบทูล “ความเท็จ พูดเรื่องร้ายเป็นดี พูดดีเป็นเรื่องร้าย”





     ครั้นที่พระเจ้าเลนเต้จะออกว่าราชการแผ่นดินแต่ละครั้ง
ก็จะต้องขอคำปรึกษาจากเหล่าขันที กล่าวคือ “ขันทีเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง” หลังได้ขึ้นครองราชย์ ก็มีความพยายามที่จะแสดงออกว่า ไม่ได้ตกอยู่ในความครอบงำของขันที





     ทั้งๆที่ทุกการตัดสินใจ
ทุกการแสดงออกเป็นการสอดรับ สอดประสานกันมาโดยตลอด





       เหล่าขุนนาง
ข้าราชบริพาล ต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่าทุกอย่างเป็นการตัดสินใจมาจาก “เหล่าขันที”





     คล้ายๆกับว่า
ทุกครั้งที่จะดำเนินการอะไรแต่ละทีจะบินไปหา “ขันที” ที่ฮ่องกง ดูไบ นิการากัว หรือในสงครามกลางเมืองในมาดากัสกา
หรือไม่ก็อดรนทนไม่ไหว แทบอกแตกตายถึงกับจะต้อง “โฟนอิน” เข้ามา หนักข้อเข้าถึงกับต้องเชื่อมสัญญาณวีดีโอลึงค์
เอ้ย ลิงค์





     สุดท้ายก็ออกมาปฏิเสธไม่ได้แล้ว
เมื่อพระเจ้าเลนเต้ถึงกับยกย่อง ๑ ใน ๑o ขันทีให้เป็น “พ่อบุญธรรม”





     เหล่าขันทีได้ใช้พระราชอำนาจของพระเจ้าเลนเต้
ในการบริหารบ้านเมือง ขุนนางต่างเกรงกลัวเหล่าสิบขันทีเป็นอย่างมาก
ไม่กล้าที่จะรายงานเรื่องใดๆให้เป็นที่ขัดใจของเหล่าขันที



 

     ขุนนางคนใดที่เป็นที่ขัดใจ
ทำเหล่าขันทีไม่พอใจ ขวางผลประโยชน์ขันที แต่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เหล่าขันทีก็จะให้ร้ายแก่ขุนนาง
ให้พระเจ้าเลนเต้ทรงสั่งย้ายให้ไปประจำราชการในถิ่นทุระกันดาน หรืออาจถึงขั้นถูกประหารชีวิต





     ถ้าผู้ใดยอมอยู่ใต้อำนาจของขันทีก็จะได้อวยยศ
อวยตำแหน่ง ขันทีจะส่งคนไปเก็บส่วยทุกปี ระหว่างทางที่จะส่งเข้าคลังหลวง
เหล่าขันทีก็จะฉ้อราชบังหลวงโดยการยักยอกส่วยหนักขึ้นๆทุกปี จนพระเจ้าเลนเต้ต้องทรงเก็บส่วยเอากับราษฎรเพิ่มขึ้นๆ เพราะเงินที่เข้าพระคลังน้อยลงทุกปี





เหตุนี้จึงทำให้ราษฎร “ถูกรีดทั้งขึ้นทั้งร่อง”





     เหล่าขุนนางตามหัวเมืองก็ถูกเก็บส่วยสินบน
การฉ้อราชบังหลวงเกิดขึ้นในทุกระดับเจ้าเมืองก็ต้องไปรีดส่วยจากราษฎรอีกต่อเพื่อเอาไปจ่ายให้กับเหล่าขันที
ถ้าไม่มีจากก็จะถูกกลั่นแกล้ง ถูกปลดถูกย้าย







     ราษฎรจนลงๆ
ทำมาเท่าไหร่ก็ต้องชักส่วนหนึ่งไปจ่ายส่วย
ข้าวของราคาแพงขึ้นก็เพราะต้องกันส่วนหนึ่งไปจ่ายส่วย คนจนก็ยิ่งจนหนัก
คนรวยก็จนลง





     ตามหัวเมืองต่างๆไม่ต่างอะไรจาก
“บ้านป่าเมืองเถื่อน” ปล้นชิงวิ่งราว ค้าของเถื่อน บุกรุกที่หลวง
ติดสินบนในชั้นศาล เกิดความเดือดร้อนไปทุกย่อมหญ้า







     ต่อมามีขุนนางตงฉินนาม “ยีหลง”
ได้กราบทูลถวายหนังสือลับแก่พระเจ้าเลนเต้ ทรงทอดพระเนตรแล้วก็รู้สึกไม่สบายพระทัย
แต่ก็มิวายหันไปปรึกษาขันที ขันทีที่ผูกใจเจ็บแก่ยีหลงอยู่แล้วที่นำเรื่อง “เลวทราม”
ของตนให้ถึงพระเนตรพระกัณฑ์ ก็ตอบบ่ายเบี่ยงเป็นอย่างอื่น





     “การที่บ้านเมืองเกิดอาเพศเช่นนี้
เกิดจากการที่ฉลองพระองค์เก่า ทรงมานาน ดังนั้นเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง
ควรที่จะเปลี่ยนฉลองพระองค์ใหม่ พระเจ้าข้าฯ”





     ยีหลงที่วานหาเรื่องใส่ตน
แต่เพื่อประโยชน์ส่วนร่วม จนแล้วจนรอดก็ได้ถูกเหล่าขันทีกราบทูลให้ปลดยีหลง
ให้ไปทำไร่ ไถนาอยู่บ้านนอก





 

นี่แหล่ะคือ “ผลตอบแทนของคนรักษาผลประโยชน์

ของชาติบ้านเมือง”

 

ในยุคของ “ขันทีโกงชาติ”

 



     ในสามก๊กฉบับคนขายชาติ
ได้บรรยายถึงการที่ขันทีสามารถที่จะเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในอำนาจไว้ว่า
เพราะขันทีมีห้าสุดยอดเคล็ดวิชา ได้แก่



     ๑
วิชาว่าด้วยการพินอบพิเทาและสร้างความพึงพอใจสูงสุด



    

     ๒ วิชาว่าด้วยการสร้างความแตกแยกเพื่อแสวงประโยชน์หรือเอาตัวรอด





     ๓
วิชาว่าด้วยการฆ่าคนซึ่งมีกระบวนท่าสุดยอดคือการใช้วาจาเป็นอาวุธสังหารผู้

      

    

     ๔
วิชาว่าด้วยการเรียกรับสินบน

    



     ๕
วิชาว่าด้วยการติดสินบนซื้อน้ำใจคน

 



 

เมื่อคนรอบกายหาใช่คนดีไม่

 

เจ้าจึงต้อง “ตายเพราะคนรอบตัว”





ฤา “นักการเมือง”
ประเทศไทยมันก็คือ “ลูกหลานขันที”

 



<…………………………………………………………………..>

ประวัติศาสตร์ย้อนกลับ

คือ

ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ



<…………………………………………………………………..>



 





อ่านย้อนหลัง

ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ



 



 



 อ้างอิงเป็นหลัก

สามก๊กฉบับคนขายชาติ
โดยเรืองวิทยาคม

Comments (0)

ชื่นใจจังเลยน้องพู่กัน…

จุ๊บ จุ๊บ

ผมพยายามแก้หลายรอบ มันก็แก้ไม่ได้สักที….และคราวนี้ เอาจนได้ครับ

ขอบคุณมากๆครับ

อ่านบรรทัดแรกๆ กะว่า สบายแล้วคราวนี้ ไปๆมาๆ มันหดเล็กลงอีกแล้ว… เศร้าตา (แต่ไม่เศร้าใจ) จริงๆ

กำลังตั้งท่าตอนใหม่อยู่นะครับ

แล้วตอนหน้าเข้ามาเดาอีกนะครับว่าเหมือนใคร

ขอบคุณครับบบบบ

นึกถึง เหลี่ยม กะ เหล่ เลยนะท่าน

พวกมานคือมารรรรรรรร จริงๆนะพี่ athenaz

นั่นแหล่ะนักการเมืองไทยพี่ Sazzie

อ่านแล้วต้องย้อนไปตอนแรกๆ แหมขอบคุณช่างเขียนได้ไม่น้อย

ใช่อย่างคุณ sazzie จริง…
สั้นๆคือว่าด้วยวิชามารรรร…

ขอบคุณค่ะ

“P athenaz”

๑ วิชาว่าด้วยการพินอบพิเทาและสร้างความพึงพอใจสูงสุด

๒ วิชาว่าด้วยการสร้างความแตกแยกเพื่อแสวงประโยชน์หรือเอาตัวรอด

๓ วิชาว่าด้วยการฆ่าคนซึ่งมีกระบวนท่าสุดยอดคือการใช้วาจาเป็นอาวุธสังหารผู้

๔ วิชาว่าด้วยการเรียกรับสินบน

๕ วิชาว่าด้วยการติดสินบนซื้อน้ำใจคน

ใช่หมดทุกข้อเลยค่ะ ..

ยังมีที่เหมือนๆอีกหลายฉากครับพี่

คอยติดตามนะครับ : )

พี่ว่าประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยดีเดียวหล่ะ
คล้ายกันจนเกือบเหมือนเลยนะคะเนี่ย..

ขลังเอย ขังในคุก

ไม่เคยมีความสุขอยู่ในจิต

มองซ้าย มองขวาหาใช่มิตร

ได้แต่ครุ่นคิค…ว่าวันนี้จะคุยกับใครดี

คิดว่าพี่ pijika จะชอบนะค่ะ…

ขอบคุณพี่ prypilas ครับ คอยตามนะครับ

อาจจะมีเฮอีกครับ (หวังว่านะ) : )

ขอบคุณครับบบบบ

สัญญาณวีดีโอลึงค์ (ชอบจัง—คิดไ้ด้งัย) ของเจ้ามูลควาย
อาจเป็นสัญญาณฆ่าตัวเองไปทีละนิดๆ ก็ได้นะคะ

ยิ่งนานวัน ยิ่งลดความขลัง (ซึ่งไม่เคยขลังในใจเรา)
แต่อาจขลังในมวลหมู่ หมู่มวลแดงปัญญานิ่ม

ถ้ามันไม่นิ่มเกินไป สักวันคงหายขลังนะ
(ฝันไว้น่ะ)

เขียนออกมาได้น้ำได้เนื้อดีจริงๆ ครับท่าน chairojt

คงจะเป็นเช่นเดียวกับที่มีคนกล่าวไว้กระมังครับว่า

“คนดีย่อมไม่อยู่ในหมู่โจร”

นั่นเพราะ คนดี ย่อมรังเกียจที่จะคบกับโจร
หรือไม่เช่นนั้นก็เพราะ คนดีถูกหลอมกลืนให้กลายเป็นโจรไปด้วยในที่สุด

พระเจ้าเวนเต้ อาจจะเขลา และห่วงแต่ความสุขสำราญ
จึงตกเป็นเครื่องมือของขันที

แต่กับไอ้เจ้ามูลควาย เพราะความกระหายอำนาจและใฝ่สูง
มันจึงยินดีที่จะใช่ขันทีชั่วมาเป็นเครื่องมือ

Write a comment

You must be logged in to post a comment.