May 10 2010


ณ จุดเริ่มต้นคนเสื้อหลากสีเชียงราย..+*

Filed under Uncategorized

.
.
.
 
ถ้าไม่มีทักษิณ ชินวัตร คนเห็นแก่ตัว โกงชาติโกงบ้านโกงเมือง

คนไทยก็คงไม่เหน็ดเหนื่อย แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างทุกวันนี้

ในแต่ละยุคแต่ละสมัยของสังคมที่มีในโลก นับตั้งแต่โลกได้เกิดขึ้นมา

ท่านผู้รู้(พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์) ได้สอนว่า มันจะมีเช่นนี้

อยู่ตลอดเวลา  เช่นนี้คืออะไร ??
 
..
 

ชมคลิปย้อนหลังในหมวด .. ..

กิจกรรมคนเสื้อหลากสี 

.

.

.

คือ โลกจะมีความหมุนเวียน ในยุคที่เจริญด้วยศีลธรรม คนก็จะดีงาม

สังคมก็จะผาสุกสงบร่มเย็น มีการเบียดเบียนกันน้อย แล้วโลกก็จะค่อย ๆ

เสื่อมไปตามกาละเวลาคือศีลธรรมของคนจะลดลง จนถึงไร้ศีลธรรม

คนจะไม่ค่อยละอายที่จะทำบาปไม่เชื่อว่ามีผลแห่งกรรม
ที่จะตอบสนอง

การกระทำที่ผิดบาปอกุศล ก็จะมีคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น คนก็มีจิตใจโหดเหี้ยม

กล้าทำร้ายทำลายฆ่าฟันกันได้อย่างเลือดเย็น

 
 
..
 
เมื่อโลกถึงกาละเสื่อมทรามที่สุด มนุษย์ก็จะลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง สังคม

จะเดือดร้อนที่สุด ในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงสั่งสอน

(ผ่านพระพุทธสาวกสืบต่อกันมาว่า) พุทธศาสนา (ซึ่งเป็นอเทวนิยม

คือไม่นับถือเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เชื่อกรรม เชื่อผลแห่งการกระทำ(กรรม)

ว่าเป็นสิ่งที่กำหนด ชี้ชะตาของมนุษย์) แต่ละยุคจะอยู่ได้ ๕,๐๐๐ ปี

แล้วก็จะสูญหายไปขณะที่ศาสนาเทวนิยม(เชื่อว่ามีเทพเทวา ภูตผีปีศาจ

คอยดลบันดาลช่วย) จะยังคงอยู่ได้ตลอดนิรันดร์กาล

 
 
..
 
เมื่อถึงกึ่งพุทธกาล คือ ๒,๕๐๐ ปี โลกมนุษย์ก็จะก้าวสู่กลียุค

คือยุคแห่งความเดือดร้อนศีลธรรมเสื่อมทราม คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น

ยิ่งใกล้จะสิ้นสุดพุทธกาละคือใกล้ครบ ๕,๐๐๐ ปี

ก็จะยิ่งเดือดร้อน เลวร้ายรุนแรง อำมหิตโหดเหี้ยมมากเท่านั้น
 
..
 
แต่ละยุคก็จะมีพระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ซึ่งเป็นพุทธสาวกมาเกิด

เพื่อจะฉุดช่วยชุบชูจิตใจของมนุษย์ให้ระลึกถึงศีลธรรม ให้บำเพ็ญความดีงาม

เพื่อฉุดชะลอความเสื่อมของโลกให้ช้าลง ให้มนุษย์ได้บำเพ็ญธรรมความดี

สั่งสมบารมี เพื่อจะได้บรรลุธรรมซึ่งมี ๔ ระดับ คือ พระโสดาบัน,

พระสกิทาคามี, พระอนาคามี และพระอรหันต์ ซึ่งผู้บรรลุธรรมเหล่านี้

ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพระสงฆ์ในรูปแบบเสมอไป

ในสมัยพุทธกาล (ที่พระพุทธเจ้า ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่)

พระพุทธสาวกที่บรรลุธรรม จำนวนมากก็เป็นฆราวาส ก็มีมาก

 
 
..
 
ที่เกริ่นมายาวยืดนี้ จริง ๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึง เพียงแต่นึกถึง

บรรยากาศของการประชุมในวันเริ่มต้นแห่งการเกิดมีกลุ่ม

ของคนเสื้อหลากสี จ.เชียงราย ขึ้นมาวันนั้นจำได้ว่า ทุกคนที่ไปรวมกัน

ที่ชุมชนดอยรายปลายฟ้า มีความรู้สึกเดียวกันคือ อึดอันคับข้องใจ

ในสถานการณ์บ้านเมือง ในตัวผู้มีอำนาจหน้าที่ที่จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น

แต่ก็ยังไม่เห็นใครขยับทำอะไรกันบ้างเลย ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี

(ผู้มีอำนาจสูงสุด) ผบ.ทบ.(ผู้มีอำนาจสูงสุดทางการทหาร)

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีอำนาจจะจัดการ

ปราบปรามหลายสิ่งหลายอย่างได้ ให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

แต่เขาก็ไม่ทำอะไรกันเลย ทั้งที่ประชาชนได้จ่ายภาษี แล้วภาษีเหล่านั้น

ก็กลับไปเป็นเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนให้พวกเขา แต่เขาก็เอาแต่

รับเงินเดือนแพง ๆ กันแต่ไม่ยอมทำงาน ให้คุ้มกับค่าแรงงาน

ที่พวกราษฏร ได้จ่ายให้

.

.

.

http://picasaweb.google.com/namChaba/cBfNKE#



ภาพเมื่อวันที่เราได้มีการประชุมกัน 25-4-2553

 
..



 
ทุกคนเห็นว่าบ้านเมืองเดือดร้อนแสนสาหัส ยังมีแต่คนรีรอ ว่าใครจะออกมา

นำการชุมนุมคนเสื้อหลากสี เหมือนอย่างที่กรุงเทพมหานครได้เริ่มต้นก่อน

เป็นจังหวัดแรก และอีกหลายจังหวัดก็ได้มีการชุมนุมกันคึกคัก

แต่สำหรับเชียงราย ที่ชื่อว่าดงเสื้อแดง (คือจังหวัดที่ อยู่ใต้อำนาจ

อิทธิพลครอบงำของทักษิณ ชินวัตรและลูกน้อง) ก็เป็นเรื่องเสี่ยง

ที่ต้องมีความรอบคอบระมัดระวังในการเคลื่อนไหว

 
..
 
จึงมีกลุ่มคนเชียงรายประมาณ ๒๐ กว่าคนนัดแนะกันมาปรึกษาหารือ

ว่าเราควรจะมีการดำเนินการแก้ปัญหาบ้านเมืองอย่างไร ?

เราจะมีส่วนร่วมมือกันที่จะทำอย่างไร ให้บ้านเมืองดีขึ้น ?

(เพราะบ้านเมืองเป็นของเราทุกคน แต่ละคนจึงไม่ควรนิ่งดูดาย

ต้องช่วยกันคนละแรง แม้เราเป็นคนเล็ก ๆ แต่ ความสามัคคีจะพาให้

ชาติอยู่รอด ในหลวงก็เคยตรัสสอนไว้  เช่นนี้)

 

.

.

.









คลิปประชุมคนเสื้อหลากสีเชียงราย ภายใต้ชื่อกลุ่ม”คนไทยหัวใจรักชาติ ”

25-4-2553 ณ ชุมชนดอยรายปลายฟ้า จ.เชียงราย

..
 
วันนั้น วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๓ พวกเราจึงได้ไปพบกันในเวลาบ่าย

ที่ชุมชนดอยรายปลายฟ้า จ.เชียงราย ชุมชนที่เคยถูกสมาชิกคนเสื้อแดง

ลอบเข้าไปเผากุฏิสมณะใหม้ไป ๒ หลัง (ปัจจุบันนี้ก็ยังคงอยู่ ยังไม่รื้อทิ้ง

แต่อย่างใด เพื่อเป็นอนุสาวรีย์แห่งการเมืองไทย

ไว้เป็นศูนย์ ศึกษาเรียนรู้

ทางการเมืองในอนาคต)ในที่ประชุมบ่ายวันนั้น แต่ละคนได้ทำความรู้จักกัน

และได้เปิดใจพูดความรู้สึกต่อปัญหา ของบ้านเมือง เสนอทางออกตาม

สติปัญญาของแต่ละคน ซึ่งผลสุดท้ายแห่งการประชุมเราก็ มีมติว่า

พวกเราต้องออกไปชุมนุมเพื่อแสดงพลังกันทุกวัน ร่วมร้องเพลงชาติกัน

ในเวลา ๕-๖ โมงเย็น ณ จุดที่เป็นศูนย์รวมใจของคนเชียงรายคือ

บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ซึ่งคนเชียงรายรักและเคารพศรัทธา

ท่านว่าเป็นเสมือนพ่อของพวกเราทุกคน เราได้ลงมติตั้งชื่อกลุ่มว่า

“คนไทยหัวใจรักชาติ” เป็นกลุ่มคนเสื้อหลากสี ของจังหวัดเชียงราย

 
..
 
ในวันนั้น ก็เป็นวันเริ่มต้นของคนเสื้อหลากสีวันแรก ที่มีคน

จำนวน ๒๐ กว่าคนได้ไปร่วมร้องเพลงชาติไทย, เพลงสดุดีมหาราชา

-สดุดีมหาราชินี และเพลงสรรเสริญพระบารมี

.

.

.







 http://picasaweb.google.com/namChaba/HhlDhE#



ภาพการเสวนาเราจะฝ่าวิกฤติการทางการเมืองอย่างไร ?



.

.



และอีกสองวันถัดมาจากนั้น ก็มีกิจกรรมการเสวนาหาทางออกให้กับ

วิกฤตการการเมืองไทย ที่โรงแรมริมกกรีสอร์ท ซึ่งมีท่านผู้รู้ที่มีความคิดเห็น

ที่น่าสนใจยิ่ง และมีความปรารถนาดี ต่อบ้านเมือง ได้ช่วยกันออกความคิดเห็น

เสนอแนวทาง ทางออกให้กับวิกฤติการเมืองไทย เพื่อรวบรวมส่งต่อไปยัง

เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ที่ท่านมีอำนาจหน้าที่ที่จะทำให้ประเทศไทย

กลับไปสู่ความสงบร่มเย็น ดีงามอย่างที่พวกเราหวังได้

.

.

.







 



คลิปบรรยากาศการเสวนาเราจะฝ่าวิกฤติการทางการเมืองอย่างไร ?

จาก ห้องสีป้อ โรงแรมริมกก จ.เชียงราย  27-4-2553

 

..
 
และในส่วนของพวกเราคนเชียงราย เราก็ไม่ได้นิ่งเฉย

แต่ได้ออกมาร่วมกันแสดงพลัง ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

กันทุกวันไม่มีวันหยุดเลย แม้จะมีการขอร้องจาก
ทางเจ้าหน้าที่

ทหาร-ตำรวจ ให้หยุด ซึ่งหลายคนก็หยุด แต่พลังมวลชนที่ไม่ทราบข่าว

การให้หยุดชุมนุม ก็ยังคงมาทำกิจกรรมกันเอง ในวันที่พวกเรา

(จำนวนแรก ๆ)
ไม่ได้ไป พวกเขาก็ได้ร่วมกัน ทำกิจกรรมเช่น

ร้องเพลงชาติ ฯลฯ เหมือนที่พวกเราทำ
เป็นประจำกันเอง ก่อนจะแยกย้าย

กลับบ้านในเวลาประมาณก่อนหนึ่งทุ่มของทุกวัน

..

นี่คือพลังบริสุทธิ์ ที่ทำให้รู้สึกตื้นตันใจ และมีพลังที่จะช่วยกัน

เผยแพร่ความดีงามต่อไป..

 

No responses yet




Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.