…a t h e n a z

.. . The society that loses its grip on the past is in danger, for it produces men who know nothing but the present, and who are not aware that life had been, and could be, different from what it is.

ฉันรักคุณ (๒)

November3

 

 

 

บทกลอนสู้ไม่ถอย…พันธมิตรเพื่อต่อสู้กับเหล่ามารครองเมืองของฉันผ่านไป

 

ทิ้งไว้แต่ความหมองที่ฉันรังสรรค์ผ่านภาพจริงในวันที่ ๗ ตุลา มาเรียงเรื่องด้วยคำกลอน

 

ที่ตกตะกอนลึกอยู่ในอารมณ์   ภาพจริงวันนั้นหลั่งไหลเข้ามา 

 

เ ป็ น ค ว า ม จ ริ ง สุ ด อำ ม ะ หิ ต

 

 

 

.

         ~ ~ ~ ~ ~  ~ ~ ~ ~ ~  ~ ~ ~ ~ ~  ~ ~ ~

 

บทกลอนสู้ไม่ถอย…พันธมิตรเพื่อต่อสู้กับเหล่ามารครองเมืองของฉันผ่านไป

 

ทิ้งไว้แต่ความหมองที่ฉันรังสรรค์ผ่านภาพจริงในวันที่ ๗ ตุลา มาเรียงเรื่องด้วยคำกลอน

 

ที่ตกตะกอนลึกอยู่ในอารมณ์   ภาพจริงวันนั้นหลั่งไหลเข้ามา 

 

เ ป็ น ค ว า ม จ ริ ง สุ ด อำ ม ะ หิ ต

 

~ ~ ~ ~  ~ ~ ~ ~ ~  ~ ~ ~ ~ ~  ~

 

 

อีกครั้ง ที่ฉันต้องร้องไห้  ร้องไห้กับวีรกรรมของเพื่อนเรา 

 

ร้องไห้กับร่องรอยความเหี้ยมโหดที่ฝังแผลลึกในใจพันธมิตรทุกคน

 

ทุกครั้งที่เห็นภาพ . . . .

 

 

 

 

 นอกเหนือสิ่งที่สัมผัสได้ จากร่างกายที่บาดเจ็บ แสน ทรมาน สูญเสียและพิการ

ที่มองเห็นได้ด้วยตา  ….ที่เกิดจากอำนาจในหมู่คนเลวฝังรากลึก

อยู่ในทุกอนูของระบบการเมืองเถื่อน  

 

ความเจ็บปวดของพ่อแม่ลูกเมีย ญาติพี่น้อง

ของผู้กล้าท้าอธรรมาเหล่านั้น รวมทั้งพวกเราที่รับรู้ ว่า

ความโหดเหี้ยมที่ตอบแทนความกล้า

ไม่กลัวตายของเพื่อนพันธมิตรเหล่านั้น 

คือความตาย ความพิการ และแผลลึกในใจที่จะอยู่กับเขา

 

ไ ป จ น วั น สุ ด ท้ า ย ข อ ง ล ม ห า ย ใ จ ………..  

 

 

นักฆ่าที่ลงมือกระทำ ไม่ต่างจากทายาทอสูรกลายพันธุ์

 

เย็นแล้วซิ… เย็นนี้ฉันไม่มีเอเอสทีวีดู  ทีวีมีเฉพาะที่บ้านซอยพร้อมพงศ์ 

 

 

    

 

ฉันดีใจที่สามารถหยุดความรู้สึกแสนแย่ได้ด้วยการเปิดวิทยุ เอฟ เอม ๙๗.๗๕

 

จากเครื่องโทรศัพท์มือถือ   เครื่องวิทยุไอวาแบบกดดิจิตทั่ลทั้งสองเครื่องที่บ้าน

 

 สู้เครื่องเล็กพริกขี้หนูขนาดจิ๋วติดตัวนี้ไม่ได้แน่ 

 

  เพราะไม่สามารถจูนหาคลื่นแห่งศรัทรา การแสวงหาและการต่อสู้นี้ได้! 

 

~   ~   ~   ~   ~   ~   ~   ~   ~   ~   ~   ~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่ฉันเป็นอะไรไปแล้วหรือ ?   บทกวีแห่งอดีต เหมือน”ดอกไม้สีขาวที่หายไป”  ?

 

น้ำในบ่อตกตะกอนไปเนิ่นนาน

 

ถูกกวนขุ่นขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างไร ? 

 

ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก  หรืออย่างที่คุณตั้วตะโกนบอกตอนดึก

เหมือนว่าเราคงจะบ้ากันไปหมดไปแล้ว ….

หากเราบ้า  ก็ไม่ผิดปกติอันใด

 

เราจะหาพ่อแม่พี่น้องที่มียีนส์บ้ารักชาติได้มากมาย. .

. . . . . .

ทุกวัน ทุกเวลาในทำเนียบประชาชน !

 

 

หน้าที่ของเราไม่ต่างจากต้นไม้รักษ์ป่า

http://www.flickr.com/photos/octoberblue///

 

 

 

 

ฉันเห็นภาพคุณเคลลี่ นิวตั้นขื้นเวที สบายๆ พร้อมกีร์ต้าโปร่งคู่ใจ แม้ไม่ได้อยู่หน้าจอเอเอสทีวี  เธอบอกว่าเพลงที่จะร้องต่อไปนี้เป็นคำถามกลับมายังเมืองไทย “What’s Up !” คุณแอ้มแปลได้เหมาะใจว่า “(เมืองไทย) เป็นอะไรไป   

 

 

เคลลี่ข้องใจเหมือนพวกเรา   

เธอถามคำถามที่ไม่เคยมีคนสนใจตอบ

เธอครวญหา คำตอบอย่างตัดพ้อ สับสน วนเวียนและสิ้นหวัง

 

แรงบันดาลใจของเธอ ฟังได้ว่า

เมืองไทยที่รักของเธอเป็นอะไรกันไป เป็นอะไรไป ทำไมจึงเป็นเช่นนี้  ?  ช่วยบอกหน่อย  เธอไม่เข้าใจเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือไทยแลนด์ทีรัก ?!

 

เสียงรัวอึกทึกของกีร์ต้า และเสียงร้องโหยหวนด้วยคีย์สูง เสียดลึกเข้าไปในก้นบึ้งของดวงใจหลายดวงหน้าเวที เหมือนหน้าผาจะพังพินลงมาเมื่อเพลงที่ไร้คำตอบเงียบเสียงลง 

 

 เคลลึ่แต่งเพลงสำหรับวันแห่งการสูญเสียของวีรชน  ตุลาเลือดชื่อเพลง  

 “Bloody October

 

เนื้อเพลงบรรยายถึงเสียงรัวอาวุธ ยิงกราดใส่ฝูงชนผู้รักชาติ โยนระเบิด ความโหดเหี้ยมที่ไร้หัวใจ การเสียเลือดเนื้อ ความทุกข์ทรมานและน้ำตาแห่งความปวดร้าวและทุกข์ทรมาน  ใครมีเนื้อเพลง Bloody October  ฉันอยากนำมาลงพิมพ์ให้พวกเราอ่านกัน  รับรู้ถึงความเจ็บปวดของ เคลลี่ นิวตั้น เพื่อนต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนา ต่างเลือด ต่างสีผิว หัวใจพันธมิตรเดียวกันที่เทิดทูนพ่อหลวงของเรา เธอเริ่มเล่าเรื่อง

 

 วันนี้  ดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนเราที่ยังป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล  เธอผู้นั้นตาบอดทั้งสองข้าง ….”   เคลลี่เล่าให้พวกเราฟังด้วยเสียงต่ำ สะเทือนใจ 

 

เธอดีใจมาก

 

  เราจับมือกัน …  ดิฉันบอกเธอว่า  เสียใจที่เพื่อนไม่สามารถมองเห็นดิฉันได้ 

เคลลี่เล่าต่อ 

 

ดิฉันบอกเธอว่า  ดิฉันมาเพื่อร้องเพลงให้โดยเฉพาะ อยากจะฟังเพลงใดขอให้บอก

เธอขอให้ดิฉันร้องเพลงเทิดพระเกียรติในหลวง  ”Long Live the King of Siam”

 

เคลลี่หยุดนิ่งอึดใจใหญ่ ….. 

 

 ฉันเห็นน้ำตาเธอ        เราทั้งสองคนร้องไห้

 

~ ~ ~ ~ ~ ~

 

 

 

เคลลี่ นิวตั้น  รัวกีต้าเพลงแห่งแรงบันดาลใจ 

เพลงนี้ทำให้คนไทยรู้จักเธอครั้งแรก พร้อมกับเพลงที่มีความหมายกินใจคนไทยซึ่งแต่งไว้เมื่อเมื่อราวเดือนเมษายน ๒๕๕๐ โดยใช้เวลาเพียง ๑๕ นาที  หลังจากนั้นไม่นาน เธอเข้ามาในประเทศไทยเพื่อนำเพลง มาขับร้องถวายที่หน้าโรงพยาบาลศิริราชขณะในหลวงยังทรงพระประชวรและประทับอยู่ที่นี่    

 

วันนั้น ….เธอตะโกนก้องอยู่หน้าโรงพยาบาล   มีคนสวมเสื้อสีเหลืองมากมายมาพักแรมเข้าเฝ้า …..บ้างก็มาแต่เช้า และกลับไปตอนเย็น เป็นเช่นนี้ทุกวันตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงประทับรักษาพระวรกาย

 

Long Live The King of Siam

Ever since I saw the face of this man

หลังจากที่ฉันได้เห็นพระพักรของพระองค์

The king of Thailand, The king of Siam

กษัตริย์ของประเทศไทย  พ่อหลวงของชาวสยาม



I felt in love with his soul loves this land

ฉันก็หลงรักในความรักที่พระองค์ทรงประทานแก่แผ่นดิน

It's in his eye, it's in his heart, it's in his hand

ความรักที่ปรากฎในแววพระเนตร ในหัวใจ และในฝ่าพระหัตถ์ของหระองค์



He is the husband, the father and the king

พระองค์ทรงเป็นพระสวามี เป็นพระบิดา และเป็นพระมหากษัตริย์

A great photographer , musician so many things

ทรงเป็นช่างภาพผู้ยิ่งใหญ่   นักดนตรี และทรงเป็นอีกหลายๆอย่าง



The way he lives his life is something to behold

วิถีชีวิตแห่งพระองค์เป็นสิ่งควรค่าน่าถนุถนอมไว้

His grace, his wisdom , an example to the world

ความงามสง่า  ความปราดเปรื่องของพระองค์ เป็นแบบอย่างอันประเสริฐให้แก่ชาวโลก

Long live the king of Thailand

Long live the king of Siam

And in the time when the rain came flooding down

และเมื่อถึงเวลาที่ฝนตกน้ำท่วม




 

 

 

 

 

 

He saved the city with a building of the dam

พระองค์ทรงสร้างเขื่อนเพื่อรักษาบ้านเมืองให้ปลอดภัย

In time of conflicts, he has always been there

พระองค์ทรงยืนหยัดคู่บ้านเมือง เมื่อเกิดความขัดแย้ง

 

 

 

 

 

 


To stop the fighting just like the father who really cares

เพื่อทรงหยุดสถาณการณ์เลวร้าย เหมือนกับพ่อที่ห่วงใยลูก

Long live the king of Thailand

Long live the king of Siam

I'm watching wonder at the things he understands

ฉันเฝ้ามองพระองค์และพิสวงสงสัยในหลายๆอย่างที่พระองค์ท่านทรงเข้าถึง

His love for his people, his love for this land

ความรักของพระองค์ต่อพสกนิกรของพระองค์ และต่อแผ่นดินของพระองค์

His working a great culture, he is one of a kind

พระองค์ทรงสีบสานวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามยิ่งใหญ่ ทรงเป็นหนึ่งจริงๆ


His vision for the future way ahead of their time

พระองค์ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล และทรงมีพระปรีชาญานเล็งเห็นถึงอนาคต

 

Long live the king of Thailand

Long live the king of Siam
 

……………………………….

 

 ขอบคุณในความเข้าใจ  ขอบคุณในความจงรักภักดีแด่พ่อหลวงของเรา …..   

                      

เคลลี่ที่รัก

ฉันรักคุณ ….

 

 

 

“athenaz” แปล Long Live the King of Siam

 

 

 

8 Comments to

“ฉันรักคุณ (๒)”

  1. November 3rd, 2008 at 10:47 pm       chaleejang Says:

    ถ้าใครว่าเราเป็นบ้า

    เราจะยอมบ้า

    ถ้าความบ้าของเรา สามารถเอาประเทศชาติกลับคืนมา

    ถ้าความบ้าของเรา สามารถทำให้แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินแห่งคุณธรรม

    ถ้าความบ้า สามารถชำระล้างความชั่วออกไปจากแผ่นดินไทยได้

    เรายอมเป็นคนบ้า

    ……………………………………..


  2. November 3rd, 2008 at 10:55 pm       athenaz Says:

    ค่ะชาลี

    ทำไมพวกเราพากันมาบ้าได้มากมายขนาดนี้ !!

    ใช่เราตงจะต้องบ้าไป กระทั่งวันฟ้าเปลี่ยสี จึงจะเปลี่ยนเป็นยิ้ม


  3. November 3rd, 2008 at 10:59 pm       athenaz Says:

    To dream the impossible dream.
    ….
    this is my quest, to follow the star.
    No matter how hopeles,
    no matter how far…

    TO FIGHT FOR THE RIGHT !


  4. November 3rd, 2008 at 11:25 pm       zerostation Says:

    บทความหนัก ๆ แต่จัดรูปแบบซะสวยงามจน มองผ่าน ๆ ไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องพี่น้องพันธมิตรเลยนะนั่น

    ผมว่าที่เราบอกกันว่าเราบ้านั้น คงไม่ได้บ้าหรอกคับ เพียงแต่บางทีนั้น เราอาจจะต้องนึกถึงคำพูดของคุณสนธิ เป็นคำถามถามตัวเองซึ่งเป็นปรัชญาอยู่

    “เราเป็นคนปกติในสังคมไม่ปกติ หรือเราเป็นคนไม่ปกติในสังคมปกติ”

    คำตอบคือ

    เราเป็นคนปกติ เพราะคนปกติจะต้องมีความรักในสิ่งที่ตัวเองผูกพันอยู่ แน่นอนชาติเป็นเรื่องนามธรรมเรื่องหนึ่งซึ่งมีอยู่จริงที่เราจะต้องมีความผูกพัน ดังนั้นรักชาติก็เป็นเรื่องปกติ

    และเราก็เป็นคนไม่ปกติ !!!??? ก้อเมื่อกี๊พึ่งบอกว่าปกติเองไม่ใช่หรือ แล้วทำไมเราตอบตัวเองว่าเราเป็นคนไม่ปกติอีกล่ะ

    งง

    งง

    งง

    อ่อ !! เพราะเราอยู่ในสังคมไทยนี่เอง สังคมไทยตอนนี้เขาปกติกัน (รึเปล่าหว่า??)


  5. November 3rd, 2008 at 11:33 pm       athenaz Says:

    น่าสงสารพวกคนปกติอย่างเราจัง !
    เราสู้ๆเสียจนต้องหมั่นถามตัวเองว่า ไอ้คนไม่ปกติที่ดราไล่มันนั้น ยังสบายดีเหมือนเดิม
    ถ้ามันเปลี่ยนไป เราก็หมดอาชีพ…ต้องปรับบทบาทใหม่เป็นแน่

    เมื่อไรวันนั้นจะมาถึง !!


  6. November 4th, 2008 at 1:05 am       chaba2550 Says:

    รักแคลลี่ เช่นกันค่ะ..

    เอาดอกหญ้าสีม่วง ๆ มาฝากนะคะ


  7. November 4th, 2008 at 1:49 am       chaleejang Says:

    พี่สาว แวะมาราตรีสวัสดิ์

    พร้อมมาบอกว่า เดินตามลิงค์ไปนะคะ

    ชอบความเห็นคุณ zerostation จัง

    ฝันดีค่ะ

    “ชาลี”


  8. December 11th, 2008 at 4:08 pm       กกล.สุรศักดิ์มนตรี Says:

    ๑. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
    ๒. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
    ๓. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
    ๔. รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
    ๕. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
    ๖. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
    ๗. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
    ๘. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
    ๙. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
    ๑๐. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
    ๑๑. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
    ๑๒. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
    ๑๓. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
    ๑๔. ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
    ๑๕. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
    ๑๖. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
    ๑๗. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
    ๑๘. รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
    ๑๙. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
    ๒๐. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
    ๒๑. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
    ๒๒. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
    ๒๓. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
    ๒๔. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
    ๒๕. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
    ๒๖. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
    ๒๗. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
    ๒๘. ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
    ๒๙. เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง
    ๓๐. ๓ สถาบันหลักของชาติไทยเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษของเรา
    ๓๑. ธงชาติไทยมี ๓ สี แต่ละสีมีความหมาย ช่วยไทยรักสามัคคี
    ๓๒. แม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือ
    ๓๓. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
    ๓๔. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
    ๓๕. ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
    ๓๖. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
    ๓๗. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
    ๓๘. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
    ๓๙. เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
    ๔๐. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
    ๔๑. ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
    ๔๒. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
    ๔๓. พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
    ๔๔. ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
    ๔๕. บรรพบุรุษท่านต่อสู้กอบกู้ชาติ ศาสน์ ราชัน แล้วเราเป็นใครกันไม่รักษาให้จงดี
    ๔๖. ราชันราชินีบารมีคู่แผ่นดิน หากแม้นไทยเราสิ้นจะสูญสิ้นแผ่นดินธรรม
    ๔๗. แหลมทองจะเป็นไฟหากชาติไทยไร้ราชัน จะมีแต่ฆ่าฟันเพื่อห้ำหั่นแย่งชิงดี
    ๔๘. ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อยมานาน
    ๔๙. ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้ง ๒ พระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกันอีกหรือ
    ๕๐. พระองค์ทรงมีแนวพระราชดำริด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรมากมาย
    ๕๑. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งของประเทศ
    ๕๒. ขอให้คนไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นพลเมืองของพระองค์
    ๕๓. เรารักในหลวงเรารักประเทศไทยจงร่วมใจกันให้เป็นดินแดนที่น่า อยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
    ๕๔. ด้วยพระบารมี เราจึงรวมกันอยู่ได้อย่างเหนียวแน่นมีชาติมีประเทศอันตั้งเป็นอิสรเสรีมาช้านาน
    ๕๕. สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยให้ประเทศไทยอยู่เป็นเอกราชมานานนับร้อย ๆ ปี
    ๕๖. ในหลวงพระ องค์ทรงเป็นองค์ประมุขแผ่นดินทองของพระบวรพุทธศาสนาและทุกศาสนาในประเทศ
    ๕๗. สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นสถาบันหลักในผืนธงชาติไทยที่เราเคารพ
    ๕๘. ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองคงความเป็นชาติไทยไว้ได้
    ๕๙. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
    ๖๐. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิทรงย่อท้อเข้าไปช่วยเหลือราษฎรไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลสักเพียงใดไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด
    ๖๑. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความละเอียดรอบคอบ ทรงคิดหาแนวทางพัฒนาเพื่อมุ่งประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด
    ๖๒. เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
    ๖๓. ด้วยพระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่า แนวทางพระราชดำริในพระองค์ เรียบง่าย ปฏิบัติได้ผลเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน
    ๖๔. พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
    ๖๕. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทาง ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
    ๖๖. เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
    ๖๗. ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
    ๖๘. ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
    ๖๙. ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
    ๗๐. เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
    ๗๑. หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
    ๗๒. การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
    ๗๓. จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
    ๗๔. ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
    ๗๕. ความเสียหายของชาติจะบานปลายถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
    ๗๖. ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เท่านั้นที่จะทำให้ไทยได้ร่มเย็นและเป็นไท
    ๗๗. หากเราเคารพยึดมั่นยึดถือในสิ่งที่ดีเราก็จะได้สิ่งดี ๆ
    ๗๘. พระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
    ๗๙. ทุกข์ของประชาชน คือ ทุกข์ของพ่อของแผ่นดินด้วย
    ๘๐. ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง
    ๘๑. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นองค์ประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
    ๘๒. เราชาวไทยจงร่วมใจกันถวายความจงรักภักดีให้กับในหลวงของเรา
    ๘๓. พระคุณพ่อของแผ่นดิน ล้นเหลือสิ้นจะพรรณนา
    ๘๔. เราคงจะสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน หากสิ้นกษัตริย์
    ๘๕. พระองค์ทรงเป็นมหาราชของการปกครองแผ่นดินโดยธรรม
    ๘๖. ปวงชนชาวไทยไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด มีสุขเสรีอยู่บนผืนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองภายใต้ร่มพระบารมีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ
    ๘๗. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
    ๘๘. หากสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน สิ้นกษัตริย์ เราจักไม่มี อะไรเหลือไว้เป็นมรดกของลูกหลานไทยเราอีกเลย
    ๘๙. พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา เพี่อให้ชาติไทยเจริญรุ่งเรือง ยั่งยืน มั่นคงสถาพรสืบไป
    ๙๐. เราอยากเป็นไทด้วยความภาคภูมิใจ จงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
    ๙๑. หนทางจะกันดารลำบากยากแค้นแดนไกลสักปานใดก็ตาม พระองค์ไม่ทรงเคยย่อท้อ ทรงเสด็จไปบำรุงสุขให้กับราษฎรของพระองค์ทุกพื้นที่
    ๙๒. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวทางพระราชดำริให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
    ๙๓. หากเรารักษาสถาบันสูงสุดของเราไว้ เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้ได้
    ๙๔. โครงการพระราชดำริ ทุกโครงการเป็นโครงการที่ขจัดความเดือดร้อนและนำความผาสุกมาสู่ปวงชน
    ๙๕. พระราชกรณียกิจของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก
    ๙๖. พระองค์ทรงเปรี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประแซ่ซ้องสรรเสริญ
    ๙๗. “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชนได้รับประโยชน์มีความผาสุก มั่นคงและยั่งยืนสืบไป
    ๙๘. ร้อยรัดร้อยล้านดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
    ๙๙. ทุกโครงการตามแนวทางพระราชดำริที่พระองค์ทรงพระราชทานล้วนแต่เป็นประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวไทย
    ๑๐๐. บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ ประมุขจึงทำให้เราได้มีประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และเราจักทำให้อนาคตจะต้องมีประเทศไทยต่อไป
    ๑๐๑. พระองค์ทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนงเพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
    ๑๐๒. หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น
    ๑๐๓. ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ – ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
    ๑๐๔. หากเราไม่ยึดมั่นรักษา เทิดทูน ไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ของเราไว้บรรพบุรุษของเราจะกู่ร้องว่า อย่างไร
    ๑๐๕. รักพ่อเชื่อฟังพ่อก็อยู่รอดโดยปลอดภัย รักไทยหวงแหนไทยรักษาชาติ ศาสน์ ราชัน
    ๑๐๖. จงทำความดีเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่ในหลวงของเรา โดยการกระทำความดีเสมอ พึงละเว้นการทำชั่วเพราะการทำชั่วนั้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้นที่พันพัว ความดีทั่วถ้วนร้อยพลอยมลาย
    ๑๐๗. วิกฤติเศรษฐกิจของชาวไทยจักพ้นภัยได้หากเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”
    ๑๐๘. พระคุณพ่อนั้นล้นเหลือที่กอปรเกื้อต่อแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่หลั่งรินทุกหยดสิ้นเพื่อปวงชน
    ๑๐๙. โครงการพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำ การพิทักษ์ป่า ช่วยชาวโลกในการลดภาวะโลกร้อน ช่วยชาติฟื้นคืนจากวิกฤตินานาประการ “ต้นไม้จะคืนสู่ป่า ปลาจะคืนสู่หนอง”
    ๑๑๐. “เพียงพอ” “พออยู่พอกิน” ทำให้คนไทยทุกคนได้รู้จักยืนอยู่ได้ด้วยตนเองด้วยความพอดีโดยตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ดังปราชญ์ท่านกล่าวไว้ว่า “สูงนักมักจะลิ่วไปตามลม ต่ำนักมักจะจมลงบาดาล”
    ๑๑๑. ในหลวงพระองค์ทรงเป็นพลังของแผ่นดินตามพระนามของพระองค์ “ภูมิพล” (“ภูมิ” หมายถึงแผ่นดิน “พล” หมายถึงกำลังหรือพลัง) เราต้องตามรอยพยุคลบาทของพระองค์ท่านเพื่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้ชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป
    ๑๑๒. การที่เราพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติไว้นั้นมิใช่เพียงเพื่อตัวของเราเองเท่านั้น แต่เป็นการรักษา เป็นมรดกให้กับลูกหลานของเราได้มีแผ่นดินอาศัยอยู่คู่บารมีในพระองค์ผู้ทรงธรรม
    ๑๑๓. หากเราเดินตามรอยเบื้องพยุคลบาท เราจักไม่พลั้งพลาดในการดำรงตน
    ๑๑๔. โครงการตามแนวทางพระราชดำริ ในการพิทักษ์รักษ์ ธรรมชาติสำคัญยิ่ง เพราะหากธรรมชาติไม่สมดุล อาจจะก่อให้เกิดภัยพิบัติกับโลกอย่างใหญ่หลวง จนไม่มีสรรพสิ่งใด ๆ หลงเหลืออยู่อีกเลย


You must be logged in to post a comment.